พัทยาเดลีนิวส์

15 สิงหาคม 2553 :: 16:08:10 pm 32839

นายกยอมรับชายแดนไทย ตึงเครียด! “แทน” ยื่นฟ้องคุ้ยเขาแพง

นายกฯ กล่าวยอมรับว่าสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาตึงเครียด เหตุกัมพูชาละเมิด MOU 43 และรุกล้ำเขตแดนไทย แทน เทือกสุบรรณ "อ้างไม่ว่างแจง "กมธ." ปมถือครอง "เขาแพง" ลั่นไม่ผิด ยันยื่นฟ้อง "ฝ่ายค้าน-มติชน"แล้ว
สนใจโฆษณา

กรุงเทพฯ – วันนี้ (15 ส.ค. 53) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยผ่านรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” ถึงปัญหาเขาพระวิหารในขณะนี้ ว่า รัฐบาลได้ทำหนังสือชี้แจงไปยังสหประชาชติ หรือยูเอ็น แล้ว ตามหลักการแก้ปัญหาสากล หลังจากมีข่าวว่าประเทศไทยมีท่าทีจะใช้ความรุนแรงแก้ปัญหาดังกล่าว โดยในหนังสือระบุยืนยันว่าไทยจะแก้ปัญหาตามหลักสากล รวมทั้งกรอบการทำงานตาม MOU ปี 43 ด้วย ซึ่งการแก้ปัญหาพื้นฐานนั้น แท้จริงปัญหามาจากการที่ชาวกัมพูชาบางกลุ่มรุกล้ำเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งทางการไทยพยายามใช้หลักสันปันน้ำแก้ไขปัญหาเรื่องเขตแดน และดำเนินการตามหลักสากล นอกจากนี้ ปัญหาทั้งหมดยังเกิดจากการพยายามขึ้นทะเบียนมรดกโลกประสาทเขาพระวิหารของประเทศกัมพูชาเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งนำไปสู่ปัญหาการแก้ไขในระดับเวทีโลก อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า รัฐบาลได้เดินหน้าแก้ไขปัญหาดังกล่าว รวมทั้งเดินหน้าชี้แจงกับต่างประเทศด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด ซึ่งจะมีการตั้งคณะกรรมการการมีส่วนร่วมขึ้นมาช่วยดูแลในเรื่องดังกล่าว ก่อนเสนอทางสภาผู้แทนฯ เห็นชอบในการดำเนินการเรื่องดังกล่าวด้วย

นอกจากนี้นายกฯ กล่าวถึงโครงการรถเมล์NGV 4 พันคัน ต้องได้รับการพิจารณาอย่างแน่นอน เพื่อที่จะลดต้นทุนด้านพลังงานและปรับปรุง ขสมก. ให้เป็นประโยชน์และคุมค่ากับประชาชนมากที่สุด ที่สำคัญต้องมีความโปร่งใส แต่ยังต้องมีการศึกษาในรายละเอียดของผลกระทบหลายด้าน จึงต้องตีกลับให้มีการศึกษาถึงผลดีผลเสีย เนื่องจาก รถเมล์ NGV หากมีการนำมาให้บริการจะมีการเปลี่ยนรูปแบบในเรื่องของตั๋วโดยสาร ที่เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่จะส่งผลไปถึง การลด

จำนวนพนักงาน ขณะเดียวกัน ตัวเลขของบุคคลากรที่จะต้องเกษียณ ก่อนกำหนด ยังไม่ชัดเจน ทั้งนี้ ยังต้องศึกษาถึงโครงการรถเมล์ฟรี ว่าจะดำเนินการต่อหรือไม่ หลังจากมีการต่ออายุไปจนถึงสิ้นปี ซึ่งการมีโครงการรถเมล์ฟรี อาจส่งผลกระทบถึงจำนวนผู้โดยสาร ที่ใช้บริการรถเมล์ NGV ไม่เป็นไปตามเป้า อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า โครงการนี้ ได้มีการตั้งคณะกรรมการ ซึ่งมีทั้งคนกลางและนักวิชาการ ในการพิจารณา เพื่อความโปร่งใสและลบข้อครหา

จากกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ระบุว่า นายแทน เทือกสุบรรณ บุตรชายได้ยื่นฟ้องต่อศาลดำเนินคดีกับผู้ที่กล่าวหา ในการถือครองที่ดินเขาแพง ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี นั้น เมื่อผู้สื่อข่าวจากมติชนถามถึงว่า ได้รับหนังสือเรียกชี้แจงของกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎรบ้างหรือไม่ นายแทนกล่าวว่า ได้รับ แต่ไม่ว่าง เลยไม่สามารถเข้าชี้แจงได้ เมื่อถามต่อว่า จะส่งตัวแทนเข้าชี้แจงแทนในชั้นอนุ กมธ.หรือไม่ นายแทน กล่าวว่า “ไม่แน่ต้องดูก่อน อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวกับผมเป็นเรื่องของกรมที่ดิน และผู้ที่มีความรู้ที่จะต้องดำเนินการให้ข้อมูลกับ กมธ. ซึ่งผมไม่รู้ว่าหนังสือพิมพ์มติชน กับกรรมาธิการเป็นพวกเดียวกันหรือไม่ เพราะเล่นผมมาตลอด 30 กว่าวันแล้ว โดยที่ผมไม่ได้ทำผิดสักอย่างเดียว”

ด้านนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย และคณะทำงานติดตามตรวจสอบกรณีการถือครองที่ดินเขาแพง กล่าวในกรณีเดียวกันว่า เป็นการฟ้องเพื่อแก้เกี้ยว เบี่ยงเบนประเด็นเท่านั้น เพราะจากข้อเท็จจริงแล้วมีเอกสารหลักฐานชัดเจนว่าการครอบครองที่ดินเขาแพงของนายแทน น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย อย่างไรก็ตาม อีกมุมหนึ่งการดำเนินคดีของนายแทนก็ถือเป็นเรื่องดีเพราะมีการนำข้อเท็จจริงเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ศาลท่านช่วยพิจารณา

ที่มา มติชน

Photo : Internet   Category : ข่าวการเมือง

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com