พัทยาเดลีนิวส์

07 มีนาคม 2554 :: 11:03:43 am 57366

นิตยสารตำรวจพิทักษ์ชน ขู่เก็บเงินค่าโฆษณา

สาวพัทยาแจ้งจับ แก๊ง นิตยสารตำรวจพิทักษ์ชน ขู่เก็บเงินสด อ้างค่าลงโฆษณาถวายพระพร วันเกิดพระเทพฯ
สนใจโฆษณา

พัทยา-เมื่อเร็ว ๆ นี้ (5 มี.ค. 54) เมื่อเวลา 19.00 น. ตร.สภ.เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งจาก น.ส.ศิริพร ยาเย็น อายุ 30 ปี อาชีพทำเบเกอร์รี่ อยู่ที่ร้าน ลานนา พิดรัสกี้ ภายในซอยพระตำหนัก12 ตัดกับโรงแรมพัทยาปาร์ค ม.12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ว่าได้ถูกชายไทยจำนวน 2 คนและหญิงอีก 1 คน ซึ่งอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ประจำกองบรรณาธิการหนังสือ “นิตยสาร ตำรวจพิทักษ์ชน” ซึ่งทั้งหมดขับรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ถศ-9413 กรุงเทพมหานคร มาที่ร้านแล้วพูดจาเชิงข่มขู่ทวงเอาเงินสดจำนวน 1,500 บาท ที่ทั้งหมดอ้างว่าพี่สาวตนติดค้างชำระค่า สนับสนุนลงโฆษณาถวายพระพร เนื่องในวโรกาส วันพระราชสมภพ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ภายในหนังสือ “นิตยสาร ตำรวจพิทักษ์ชน” ในวันที่ 1-31 มีนาคม 2554

โดย น.ส.ศิริพร ยาเย็น แจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่า เมื่อวันที่ 14 กุมพาพันธ์ 2554 ที่ผ่านมาขณะที่พี่สาวตนพร้อมกับสามีและตนซึ่งได้ร่วมกันฉลองในวันเปิดร้านทำเบเกอร์รี่ จู่ๆ กลุ่มผู้อ้างตัวเป็นกองบรรณาธิการ นิตยสารดังกล่าวทั้ง 3 คน ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนแต่งกายคล้ายตำรวจนอกเครื่องแบบได้เข้ามาแสดงตัวพูดจักชวนให้ร่วมลงนามถวายพระพรหรือลงโฆษณาเนื่องในวโรกาส วันพระราชสมภพ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ภายในหนังสือ “นิตยสาร ตำรวจพิทักษ์ชน” ในวันที่ 1-31 มีนาคม 2554 ที่จะถึงนี้พร้อมกับอ้างว่านิตยาสารดังกล่าวเป็นนิตยสารตำรวจที่มีชื่อเสียงโด่งดังในประเทศไทยพร้อมกับเอานิตยสารตัวอย่างให้ดูเพื่อความน่าเชื่อถือ ซึ่งพี่สาวตนกับสามีต่างชาติหลงเชื่อจึงตอบตกลงร่วมลงนามถวายพระพร

โดยกลุ่มผู้อ้างตัวเป็นกองบรรณาธิการนิตยสารดังกล่าว บอกให้ร่วมลงนามกรอบเดียวในนิตยาสาร จะคิดเงินจำนวน 3,000 บาท แต่พี่สาวตนไม่มีเงินพอจ่ายจึงขอผ่อนจ่ายเป็น 2 งวด โดยงวดแรกจ่ายเงินสดไปจำนวน 1,500 บาท ก่อน และมีใบเสร็จรับเงินเรียบร้อย ซึ่งกลุ่มผู้อ้างตัวเป็นกองบรรณาธิการนิตยสารดังกล่าวก็บอกว่าจะมาเก็บเงินที่ค้างอยู่อีก 1,500 บาทในภายหลัง จากนั้นไม่นานก็ถูกกลุ่มดังกล่าวโทรศัพท์มาทวงถามเอาเงินที่ค้างอยู่หลายครั้งและพูดจาเชิงข่มขู่ทำให้พวกตนกลัวและปรึกษาตำรวจที่รู้จักก็แนะนำว่ากลุ่มที่อ้างตัวดังกล่าวเป็นพวกแก๊งต้มตุ๋นเรี่ยไรเงินประชาชนไปทั่ว มีเหยื่อหลงเชื่อเสียเงินไปแล้วหลายรายมีการแจ้งความในพื้นที่เมืองพัทยาและพื้นที่ใกล้เคียงหลายราย ตนกับพี่สาวจึงมารู้ตัวว่าถูกหลอกให้เสียเงินเปล่าและยังถูกทวงเงินที่ค้างอยู่บ่อยครั้ง ทำให้พวกตนจึงได้พากันเข้าแจ้งความกับ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา สาขาย่อยโค้งดงตาล ไว้เป็นหลักฐานเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2554 เพราะไม่อยากจ่ายเงินที่ค้างอีกจำนวน 1,500 บาทให้กับกลุ่มดังกล่าวอีกและตำรวจได้บอกว่าหากกุล่มดังกล่าวมาทวงเงินอีกให้แจ้งตำรวจให้จับกุม

จนกระทั่งวันนี้ กลุ่มผู้อ้างตัวมาก่อเหตุดังกล่าวที่มากับจำนวน 3 คนขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ถศ-9413 กรุงเทพมหานคร มาที่ร้านเพื่อทวงเอาเงินที่ค้างอยู่จำนวน 1,500 บาทกับพวกตนอีก แต่พวกตนไม่ให้ทำให้กลุ่มผู้อ้างตัวมาก่อเหตุดังกล่าวพูดจาเชิงข่มขู่และขับรถยนต์กระบะกลับไป ตนจึงรีบมาแจ้งความตำรวจให้ช่วยจับกุมตัวกลุ่มผู้ที่อ้างตัวมาก่อเหตุดังกล่าว โดยภายหลังที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ได้รับแจ้งจึงได้ประสานตำรวจสายตรวจช่วยกันติดตามสกัดจับกุมตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุ ซึ่งขับรถยนต์วนเวียนเพื่อจะก่อเหตุล่อลวงเรี่ยไร่เงินกับประชาชนอยู่ในย่านพัทยาใต้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยกันติดตามจนสามารถจับกุมตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุไว้ได้ที่บริเวณ ถนนสายพระตำหนัก ใต้สะพานต่างระดับท่าเทียบเรือท่องเที่ยวแหลมบาลีอาย ขณะที่กำลังขับรถพยายามหลบหนีโดยผู้ก่อเหตุทั้งหมดมีจำนวน 3 คนเป็นชายไทย 2 คนและหญิง 1 คน ตำรวจจึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.เมืองพัทยา

โดยน.ส.ศิริพร ยาเย็น ผู้เสียหายได้เดินทางมาดูตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุพร้อมกับนำเอกสารในเสร็จรับเงินพร้อมหนังสือนิตยสารที่กลุ่มผู้ก่อเหตุให้ไว้ดูมาเป็นหลักฐานยืนยัน แต่หลังจากที่ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดมาเจรจากัน กลุ่มผู้ก่อเหตุก็อ้างงว่าไม่ได้บังคับหรือข่มขู่ให้ผู้แจ้งให้ร่วมสนับสนุนลงนามถวายพระพรแต่อย่างใด แต่เพราะผู้แจ้งยินยอมและตกลงจะจ่ายเงินให้เองและจ่ายเป็น 2 งวดจึงต้องมาตามทวงเงินที่ค้างอยู่ ซึ่งหากผู้แจ้งไม่ยินยอมให้ก็ไม่เป็นไร และเกิดการโต้เถียงกันขึ้นโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นฝ่ายช่วยเป็นคนกลางรับฟัง จนในที่สุดกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งหมดได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ากล่าวตักเตือนว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นการเช้าข่ายการข่มขู่เพื่อเอาทรัพย์ผู้อื่น ทำให้ผู้มีสิทธิ์แจ้งความดำเนินคดีได้ กลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งหมดจึงไม่เอาเงินที่ค้างอยู่จากผู้แจ้ง พร้อมกับยอมคืนเงินจำนวน 1,500 บาทที่จ่ายให้ไปตั้งแต่ครั้งแรกกลับคืนให้ด้วย หลังจากนั้นผู้แจ้งก็ไม่ติดใจกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ ตำรวจจึงได้ปล่อยตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดกลับไป

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ฝากเตือนถึงประชาชนที่อาจจะตกเป็นเหยื่อของกลุ่มผู้ที่แอบอ้างเป็น เจ้าหน้าที่มูลนิธิหรือนิตยสารหนังสือพิมพ์ทีวีต่างๆ อย่าได้หลงเชื่อโดยง่ายเพราะอาจจะตกเป็นเหยื่อถูกลุ่มผู้แอบอ้างตัวมาก่อเหตุทำให้ประชาชนสูญเสียทรัพย์สินโดยง่ายอย่างกรณีที่เกิดขึ้นกับผู้แจ้งรายนี้เป็นต้น

Reporter : คัมภีร์   Photo : คัมภีร์   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com

สงสารสื่อเสรี