พัทยาเดลีนิวส์

21 พฤษภาคม 2551 :: 14:05:48 pm 13118

นิราศกระเพาะปลา เลยเถิดมา ถึงหัวหิน

วันก่อนได้ รับเมล์ธรรมดา ๆ เกี่ยวกับคุณตาคุณยาย ขายกระเพาะปลาชามละยี่สิบห้าบาทอยู่แถวสีลม กระเพาะปลาธรรมดา ๆ นี่แหละแต่ความไม่ธรรมดาอยู่ตรงที่คุณตาคุณยายใจดีทั้งสองท่าน ที่ในเมล์บรรยายซะยาวเลย แน่นอนว่าเมล์ประเภทนี้ย่อมได้รับการสนับสนุนจากบันดาผู้ใจดีขี้สงสาร(แต่ ไม่ลงทุน) ให้ได้กระหน่ำฟอร์เวิร์ด ดังคำกล่าวสุดคลาสสิค “..แค่ส่งต่อก็ได้บุญแล้ว”
สนใจโฆษณา

 เมล์ที่ว่านี่ถูกส่งมาจากหลายทิศหลายทางในเวลาไล่ ๆ กัน เอ๊ะถ้าเราไม่ส่งต่อชาวบ้านเค้าจะหาว่าเราใจดำรึเปล่านะ ทำไมเพื่อน ๆ เราถึงได้มีแต่คนใจดีส่งเมล์นี้กระจายไปทั่วประเทศ ระหว่างทีสับสนๆ อยู่ว่าจะส่งต่อหรือไม่ส่งต่อดี …ไปกินเองที่สีลมเลยดีกว่า

            ออก จากบ้านเมื่อสาย ๆ วันเสาร์ข้าวปลาไม่ต้องกินกันเลยทีเดียว กะไปซัดกระเพาะปลาประชดคนใจดีที่ฟอร์เวิร์ดเมล์มาให้ซะหน่อย แต่ไม่รู้ว่าชาติที่แล้วไปทำบาปอะไรไว้นักหนา พอไปถึงสีลมฝนดันตกปรอยๆ มีรถขายหมูย่างจอดไร้อนาคตอยู่คันเดียว ถามคนแถวนั้นได้ความว่าปรกติยายแกขายอยู่ตรงหัวมุมโน่นแต่วันนี้ฝนตกแกเลย ไม่ได้ออกมาขาย นั่งรถเมื่อยเป็นชั่วโมง ๆ เพื่อมาพบกับความผิดหวังแบบนี้ค่อนข้างเศร้านะ แต่จะทำยังไงได้ต้องยอมถอยแต่โดยดี 

            ขากลับเปิดวิทยุ ฟัง DJ พูดกรอกหูเกี่ยวกับงาน “Honda summer fest’ @ hua hin” ก็เอาอีกละ โรคเชื่อสื่อง่ายกำเริบ อย่ากระนั้นกระนี้ให้เสียเวลาเลย หลายกิโลเมตรที่ผ่านมาจะไปมีค่าอะไรถ้าต้องกลับบ้านมือเปล่าอย่างนี้ ลงทุนเพิ่มอีกสักห้าร้อยกิโลให้สะใจสมกับเป็นช่วง long weekend ยังจะดีซะกว่า ไปหัวหินโล้ดดด… ย๊ากกกก…. 

            ด้วย ทักษะความรอบรู้เส้นทางในกรุงเทพเป็นอย่างดี บวกกับรถปริมาณมหาศาล ในที่สุดผมก็มาถึง ..ดาวคะนอง เฮ๊ย..หลงทางซะได้ ไม่มีวี่แววของหัวหินถิ่นมีหอยแม้แต่น้อย ขับรถหลงทางบ้าบอคอแตกไม่รู้เรื่องอยู่เป็นชั่วโมงๆ ในที่สุดพระอัลเลาะห์ก็ส่งรถบัสสาย กรุงเทพ-ประจวบ วิ่งแซงขึ้นไปอย่างเท่ เลยวิ่งตามรถบัสออกมารอดตายหวุดหวิด 

            ถึง หัวหินช่วงโพล้เพล้พอดิบพอดี คนเยอะมากรถก็ติดสุดๆ ค่อย ๆ ขยับไปทีละนิด ๆ อย่างไร้อนาคต เอาน่ะอย่างน้อยๆ  ก็คงมาถูกทางแล้วแค่ขับตามๆ เค้าไปเดี๋ยวคงถึงหน้างานเอง ติดอยู่เกือบสามชั่วโมงก็มาถึงทางแยกตรงเขาตะเกียบ ความอดทนต่อรถติดสิ้นสุดลงตรงนั้น ต้องเลี้ยวเข้าซอยแคบๆ ไป ยังไงต้องหาที่จอดรถให้ได้ก่อนแล้วค่อยหาทางเข้างานแล้วกัน ทางที่เข้าไปนั่นแคบลงเรื่อยๆ เปลี่ยวขึ้นเรื่อยๆด้วยเหมือนกัน จนมาถึงทางขึ้นเขาตะเกียบซึ่งชันมาก ๆ สงสัยทริบนี้จะมาได้ไกลแค่นี้จริง ๆ กลับรถตรงทางแคบๆ ชันๆ นี่แหละ ว่าแล้วก็ขับย้อนกลับมาทางเดิมอีกที 

            ระหว่างนั้นมีนักเที่ยวท่าทางพิรุธกลุ่มหนึ่ง เดินผ่านเงามืดๆ ออกมาทางริมชายฝั่ง มันน่าสงสัยจนอดใจไม่ไหวต้องจอดรถลงไปสำรวจซะหน่อย ด้วยความที่เป็นชาวพุทธตั้งแต่เกิด ในสถานการณ์อย่างนั้นเลยไม่รู้จะขอบคุณใครดี เอาเถอะขอบคุณพระเจ้าแล้วกันนะครับ ..ปรากฏว่าตรงที่จอดรถอยู่นั้นเป็นท่าเรือหาปลาแล้วก็มีชาวประมงรับจ๊อบส่ง คนข้ามฟากไปดูคอนเสิร์ต บังเอิญจนน่าเกลียด คิดค่าโดยสารแค่คนละสิบบาทเท่านั้น หนึ่งลำนั่งได้ประมาณแปดคน นาทีนั้นมีอะไรต้องคิดอีกเหรอครับ ไปดูคอนเสิร์ตโล้ดดดด… ย๊ากกกก… 

            น้ำทะเลนิ่งจนน่าขนลุก เสียงเรือว่าดังแล้วยังโดนความเงียบรอบ ๆ กลบซะมิดเลย การเดินทางกับคนแปลกหน้าในบรรยากาศหลุดโลกแบบนี้ ทำเอาเผลอนึกว่าตัวเองเป็นแรงงานพม่าหลบหนีเข้าประเทศไปเลยเหมือนกัน ก่อนที่จะฟุ้งซ่านไปไหนไกล ไม่กี่นาทีเรือก็มาจอดส่งหลังเวที ข้างๆ ห้องน้ำรวมหลายสิบห้อง ถ้าไม่นับรวมเรื่องกลิ่นแล้วล่ะก็นับว่าเป็นทำเลที่ดีสำหรับการเริ่มต้นชม งานเลยทีเดียว 

            ใน ที่สุด งาน “Honda summer fest’ @ hua hin” ที่แอบตามหามาสองร้อยกว่ากิโล ก็มานอนขี้เกียจทอดตัวตามแนวหาดยาวสุดลูกหูลูกตา ..วางแหมะอยู่ตรงหน้าผมนี่แล้ว 

            เวที ขนาดกำลังดีตั้งอยู่บนหัวหาดฉากหลังเป็นเขาตะเกียบสูงทะมึนอยู่ไม่ไกล เวทีหันหน้าขนานไปกับหาด คนดูเกือบครึ่งได้ชมคอนเสิร์ตจากในทะเล กลางน้ำมีโป๊ะสีขาวลอยเด่นรอให้คนขึ้นไปถ่ายรูปกันสนุกสนาน คนเยอะมาก แน่นไปตลอดแนวหาดหลายกิโลเยอะจนเหลือเชื่อ แต่ไม่มีปัญหาเมาทะเลาะอาละวาดแม้แต่น้อย น่าเสียดายที่เค้าเอาเชือกมากั้นที่ไว้เฉพาะสำหรับคนมีบัตรเท่านั้นที่ได้ นั่งใกล้ๆหน้าเวที แถมมีเบาะเป่าลมให้นั่งดูคอนเสิร์ตเพลิน ๆ ใครที่ไม่มีบัตรแต่อยากจะเข้างานต้องไปเพาะกายให้ได้สักครึ่งหนึ่งของ อาร์โนล ซะก่อน เพราะเจ้าหน้าที่เฝ้าแนวเชือกแกเครียดกันเหลือเกิน ทำหน้าตายังกะเมียแกเพิ่งหนีไปกับ นิกกี้เด็กผี ยืนเก็บกดเฝ้ารั้วเป็นแนวทุกสามเมตร 

 

            บรรยากาศ ทั่วไปดีมากๆ ฝนที่ตกปรอยๆ ช่วงเย็นหยุดหายไป เหมือนมีสาวเวอร์จิ้นที่ไหนมาปักตะไคร้ไล่ฝนที่หลังเวที ข้างบนเวทีเป็นนักร้องอเมริกันสองคน ใช้เพียงกีตาร์โปร่งสองตัวสะกดคนดูเป็นแสนให้หันมาสนใจได้ราวปาฏิหาริย์ เพลงเพราะมากๆ แต่ยังไม่มากเท่าความหิว เลยเริ่มต้นสำรวจไปรอบๆ งาน หาของอร่อยกินกันดีกว่า 

            ตลอดระยะทางหลายกิโลบนหาดเจอ แต่ของเคยอร่อยทั้งนั้น หม้อว่างๆ ถาดเปล่าๆ ถูกวางไว้อธิบายความหิวของคนในงานได้เป็นอย่างดี ยืนเข้าคิวสักพักใหญ่ๆ ก็ได้ไก่ย่างบาร์บีคิวห่าม ๆ (สุกๆดิบ ๆ) มาไม้นึงราคายี่สิบบาท อารมณ์แบบนั้น ต่อให้ไก่เป็นๆ วิ่งกะต๊ากๆร่าเริงอยู่ ก็กินไหว 

            พอ ท้องอิ่มก็หันกลับมาสนใจบนเวทีอีกครั้ง ตอนนี้เป็นคิวของ “มิสเตอร์ ซี” สมเกียรติ์ อริยะไชยภานิชย์ ตามด้วย“ลิบตา” วงดูโอ้ของสองหนุ่มที่ผมไม่ค่อยไว้ใจในความหนุ่มของทั้งคู่สักเท่าไหร่ แล้วก็ถึงคิวเจ้าพ่อ Erotic love song ปิยะ ศาสตรวาหา “โป้ โยคีย์เพลย์บอย” ออกมาพร้อมบั้นท้ายดินระเบิดส่ายซะจนคลื่นจ๋อยไปเลย ต้องรีบหาทางกลับไปหน้าเวทีให้ไวที่สุดแต่ยังไวไม่พอพี่โป้ยกมือบ๊าย บายไปพร้อมเพลง “คืนนี้ขอ.. หอม” ถึงกระนั้นการกลับมาหน้าเวทีคราวนี้ก็ไม่ได้เสียเที่ยวซะทีเดียวเพราะวงต่อ ไปคือ “Groove Raider” ถึงตอนนี้อะไรก็หยุดไม่อยู่แล้ว สวมวิญญาณเป็นสุดยอดจารชน 007 เดินอ้อมลงไปในทะเลไกลๆที่แสงส่องไม่ถึง อาศัยช่วงชุลมุนมุดลอดรั้วเชือก หลบหนีการจับกุมของเฮียเครียด(เจ้าหน้าที่เฝ้าเชือก) แทรกตัวอยู่หลังความมืด เข้าไปยืนเด๋อแถวๆ หน้าเวทีได้สำเร็จ 

 

            “Groove Raider” เป็นวงที่ขึ้นชื่อเรื่องการแสดงสดมากๆ วงหนึ่ง โดยเฉพาะท่าเต้นสุดมันของบุรินทร์ (นักร้องนำ)ถือเป็นของดีขึ้นชื่อของวงการเพลงไทยเลยทีเดียว “Groove Raider”จบโชว์สั้น ๆ ลงด้วยความประทับใจของแฟนเพลง ก่อนบุรินทร์จะขอพิธีกรแถมเพลง “รักที่เพิ่งผ่านพ้นไป” อีกหนึ่งเพลง ลาไปแบบเศร้าๆ 

            ส่งต่อความบันเทิงให้ “น้าจ๊อบ บรรจบ” เจ้าของเพลงฮิต “ดู ดู๊ ดู ..ดูเธอทำ” กบฏข้ามยุคคนดัง ร่ายมนต์ราสตาฟารี สะกดคนดูด้วยเร็กเก้ไทยๆ ผ่านสำเนียงเฉพาะตัว มองภาพแกผ่านจอด้านหลังเวที ช่างทรงพลังละม้าย Bob Marley ราชาเร็กเก้แห่งโลกที่สามซะจริง อาจเป็นเพียงเรื่องของมุมกล้อง ..หรือไม่ก็อย่างอื่น 

 

            น้า จ๊อบ จบโชว์ของแกเอาช่วงเที่ยงคืนครึ่ง ก็ถึงคิวของดีเจซี้ด(พิธีกรเรียกว่าอย่างนั้น) เปิดเพลงให้แดนซ์ริมหาด เข้าใจว่าเค้าคงอยากให้บรรยากาศ ออกมาเหมือน full moon party ของฝรั่ง แต่อารมณ์นั้นพี่ไทยง่วงหมดแรงกันหมดแล้วเพราะอัดกันมาตั้งแต่ช่วงเที่ยงวัน หลายๆคนได้แต่ฟังเพลง electronic dance กรอกหูกล่อมนอนไปแบบเพลียๆ ด้วยเวลาและความเพลียสะสม ผมต้องเผ่นไปพร้อมกับการเริ่มของโชว์ชุดนี้ ระเห็จออกไปแบบไร้ชะตากรรม เก็บภาพความประทับใจไว้แบบง่วงๆ บอกลากับขยะเกลื่อนหาด หวังว่าโชคดีที่มีจะบันดาลให้ไปจ๊ะเอ๋กับห้องพักว่างๆที่ไหนซักที่ ไปหาที่นอนโลดดด…. ห๊าวววว…. 

            ดูจากปริมาณ คนและบรรยากาศความประทับใจในงานแล้ว ครั้งนี้คงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่ๆ มีเคล็ดลับการเตรียมตัวสำหรับคนที่อยากมางานในปีหน้ามาฝากกันครับ 

            1. อย่าใส่รองเท้าแพงๆมาเด็ดขาด หรือจะเอามาสำรองอีกคู่ก็ได้ครับ บางคนใช้วิธีถอดเก็บไว้ที่ห้อง 
            2. หากมากันหลายคน การกางเต็นท์นอนก็เป็นทางเลือกที่ดีครับ เพราะช่วงที่มีเทศกาลหาห้องพักยากเหลือเกิน 
            3. ควรเตรียมแป้งฝุ่นมาด้วยในกรณีที่ไม่ได้พักในโรงแรม ไม่ได้อาบน้ำทาแป้งก็ยังดีครับไม่งั้นเหนียวตัวจนนอนไม่หลับแน่ๆ 
            4. อาหาร เครื่องดื่มถ้าเป็นไปได้ให้ตุนมาให้พอเลยจะดีกว่า อย่าไปหวังว่าจะมีใครเตรียมอาหารไว้พอสำหรับรองรับคนมากมายขนาดนั้น 
            5. อย่าคาดหวังเรื่องห้องน้ำให้มากนัก การฉี่ในทะเลก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ 
            6. ชาร์ตแบทมือถือให้พร้อม กันพลัดหลงกับเพื่อน จะให้ดีเตรียมถุงพลาสติกกันน้ำไว้ด้วย เซ็ตกล้องให้พร้อมปรับความเร็วชัตเตอร์ให้เหมาะกับปริมาณแสงของหน้างานจริง 
            7. ควรเผื่อเวลาไว้พักผ่อนก่อนเดินทางกลับด้วย การขับรถเดินทางไกลทันที หลังเพลียจากคอนเสิร์ตไม่ใช่อะไรที่น่าพิสมัยนัก 
            8. เตรียมผ้าเช็ดตัว กับชุดแห้งๆไว้เปลี่ยนด้วยล่ะ 
            9. เช็คคิวการขึ้นโชว์ของศิลปินคนโปรดให้ดี เพราะแต่ละคนได้โชว์กันเพียงไม่กี่เพลง 
            10. สุดท้ายไม่ว่าจะเตรียมตัวมาพร้อมหรือไม่แค่ไหน ก็อย่ายอมให้เรื่องหยุมหยิมมาขัดขวาง ช่วงบรรยากาศแห่งความสุขนี้ให้ด้อยค่าลงไป อย่าลืมว่า live concert ดีๆไม่ได้มีให้ได้ดูฟรีบ่อยๆหรอกนะ 

            อ้อ.. คืนนั้นต้องจอดรถนอนในปั๊ม แต่ก็ถือว่าโอเคล่ะครับเพราะแอบเอาโชคดีไปใช้หมดแล้วในช่วงกลางวัน กลางคืนต้องโชคร้าย จอดรถนอนเหนียวตัวไม่มีน้ำอาบอย่างนี้ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว ตื่นหกโมงรีบบึ่งรถกลับไปเก็บภาพบรรยากาศหลังงานเลิกไว้เป็นที่ระลึกซะหน่อย ขยะเยอะตามคาด มีเศษขวดเบียร์แตกวางอยู่เป็นระยะน่าหวาดเสียว ขยะส่วนใหญ่เป็นพวกแผ่นพลาสติกรองนั่ง พวกขวดเบียร์กระป๋องเบียร์(แต่ถูกเก็บไปขายตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว) กล่องโฟม ถุงพลาสติก ซองบุหรี่ นอกนั้นก็เป็นรองเท้าขาดๆบ้าง ไม่ขาดบ้าง เห็นแล้วน่าหนักใจแทนคนรับผิดชอบด้วยเหมือนกัน 

            ทะเลที่ นี่อยู่ตรงข้ามกับทะเลพัทยาพอดี ช่วงเช้าๆพระอาทิตย์จะขึ้นมาจากฝั่งทะเล ได้บรรยากาศคนละอย่างกับฟากชลบุรี หลังเก็บภาพในรูปแบบดิจิตอลจนอิ่มหนำสำราญ มองออกไปที่ปลายทะเลลิบๆโน่น คือทะเลตะวันออกที่เพิ่งจากมาเมื่อวานนี้เอง หันไปทางด้านซ้ายมืออีกทีเป็นทิศของบางกอกเมืองหลวง.. 

            ใน เช้าวันที่อากาศดีๆท้องฟ้าปลอดโปร่งแบบนี้ ไม่รู้ว่าคุณยายที่สีลมแกเตรียมกระเพาะปลาไปขายรึยังนะ

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : ไลฟ์สไตล์

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com

ทวีชัย