พัทยาเดลีนิวส์

Hilton
15 กรกฎาคม 2549 :: 11:07:20 am 3329

บทสัมภาษณ์แม่หมอตาทิพย์

เรื่องราวเกี่ยวกับสัมผัสพิเศษ ที่ติดตัวแม่หมอตาทิพย์คนนี้มา หลายคนต่างพิศวงงงงวยกับเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น ถ้าไม่เชื่อก็อย่าเพิ่งลบหลู่ เชิญทุกท่านลองอ่านบทสัมภาษณ์แม่หมอตาทิพย์คนนี้ดูก่อน

ผู้สัมภาษณ์ : ดูหมอมากี่ปีแล้วคะ

แม่หมอตาทิพย์ : ดูหมอมา 15 ปีแล้วค่ะ

ผู้สัมภาษณ์ : เรื่องที่เล่าในหนังสือเล่มนั้นมีอยู่ตอนหนึ่งที่ดิฉันได้อ่านเจอที่ว่า เมื่อตอนที่แม่หมอตาทิพย์อายุได้ 25 ปี ได้เป็น ลมแล้วล้มไปแล้วเห็นวิญญาณที่เพิ่งมารู้ทีหลังว่าเป็นแม่นาคใช่ไหมคะแล้วตอน นั้น เนี่ยแม่หมอตาทิพย์สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับแม่นาคบ้างไหมคะ เคยไปดูหนังเกี่ยวกับแม่นาคไม๊

แม่หมอตาทิพย์ : ดูไม่ได้เลยค่ะดูแล้วจับไข้เลยเห็นไม่ได้เลย กลัวมากๆผีตัวเนี๊ย กลัวจริงๆเลย ที่บ้านก็เคยเอามาฉายเรื่องผีแม่นากเนี่ย

ผู้ สัมภาษณ์ : แล้วนางนากที่เคยดูเนี่ยสามีเป็นแต่พ่อมากคนนี้ตลอด แต่ดิฉันเคยอ่านหนังสือมาอยู่เล่มนึงเค้าได้วิจารณ์ว่าเรื่องแม่นากเนี่ย แต่งขึ้นในสมัย รัชกาลที่ 6 แต่ก่อนหน้านั้นเนี่ยเค้าก็ได้มีการ แต่งหนังสือเกี่ยวกับแม่นากขึ้นเหมือนกัน แต่ว่ามีสามีชื่ออึ่งหรือนายชุ่มซึ่งหนังสือเล่มที่ดิฉันอ่านอยู่เนี่ยได้ บอกไว้เช่นกัน ในที่สุดก็พิสูจน์ไม่ได้ว่าเล่มไหนออกมาก่อน แต่ว่าในยุคของเราเนี่ยก็จะคุ้นแต่กับพ่อมาก

แม่หมอตาทิพย์ : คนสมัยก่อนเนี่ยก็ส่วนใหญ่จะใช้ชื่อตัวเดียวอย่างเช่น มาก นาก แต่ถ้ามียศถาบรรดาศักดิ์ หรือมีทรัพย์สินเงินทองมากมายก็อาจจะชื่อหลายพยางค์หน่อย

ผู้ สัมภาษณ์ : แล้วแม่หมอตาทิพย์เชื่อเรื่องนี้มั๊ยก่อนหน้าที่ตัวเองจะมองเห็นเนี่ย หรือก่อนที่จะสื่อได้กับแม่นาก

แม่หมอตาทิพย์ : ก่อนหน้านั้นไม่เคยรู้จักมาก่อนแล้วก็ไม่เคยสนใจเรื่องเกี่ยวกับแม่นากเท่า ไหร่ รู้แต่ว่าเป็นแม่นากพระโขนงที่ใครๆ ก็รู้จัก

ผู้สัมภาษณ์ : แล้วหลังจากคืนนั้นที่ฝันแล้วเล่าให้เพื่อนฟังที่ว่าเมื่อตอนอยู่ที่ปั๊ม น้ำมัน ล่ะคะ ได้โทรไปคุยกับเพื่อนหรือปรึกษาคนอื่นว่าน่าจะลองไปดูที่วัดมหาบุตรบ้างไม๊ แสดงว่าก่อนหน้านั้นแม่หมอตาทิพย์ก็ไม่เคยได้ไปวัด
มหาบุตร

แม่ หมอตาทิพย์ : ไม่รู้จักเลยไม่รู้ว่าเป็นคนๆเดียวกันด้วย

ผู้ สัมภาษณ์ : พอดีเพื่อนบอกด้วยใช่มั๊ยคะว่าเป็นคนๆเดียวกันลองไปดูๆ ก่อน

แม่หมอตาทิพย์ : เพราะท่านบอกว่าไปเจอกันที่วัดคลองยาวสมัยนั้นคงเรียกไม่เหมือนกัน

ผู้ สัมภาษณ์ : แล้วทำไมถึงรู้ว่าต้องเป็นวัดนี้คะหรือว่าลองเดาๆ ไปก่อน

แม่ หมอตาทิพย์ : พอดีเจ้าของปั๊มเค้าเรียกไปดูว่าใช่คนนี้ไม๊ พอไปดูแล้วก็ใช่จริง ๆ

ผู้สัมภาษณ์ : อะไรที่แม่หมอตาทิพย์มองว่าใช่คะ

แม่หมอตาทิพย์ : ก็พอดีเห็นเป็นเรือสองลำแล้วก็มีต้นตะเคียน แล้วก็มีต้นไม้ พอไปปั๊บก็จะรู้เลยว่าตรงนี้คืออะไร

ผู้สัมภาษณ์ : แม่หมอตาทิพย์เคยคิดไม๊คะว่าการที่เราสื่อเราสามารถเห็นอะไรได้เกี่ยวกับแม่ นาก ท่านสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำรู้สึกว่าเป็นภาระบ้างไม๊คะ

แม่ หมอตาทิพย์ : เป็นภาระมาก รู้สึกว่าเป็นภาระ ทำไมต้องให้เราเป็นสื่อกลางเหนื่อยใจทุกวันเลย แล้วเครียดนะ ความรู้สึกว่าเรื่องแบบนี้มันไม่น่ามีจริง จนกระทั่งท่านก็ทำสิ่งปาฏิหารย์ท่านก็ถามอยากเห็นอะไร เราก็อยากเห็นแปลกๆท่านก็ทำให้ดูเดี๋ยวนั้นเลย

ผู้สัมภาษณ์ : เห็นคนเดียวใช่ไม๊คะ

แม่หมอตาทิพย์ : เห็นคนเดียว บางคนที่มาดูนี่ก็มีเหมือนกันที่โดนเขย่า บางโต๊ะก็โดนจับแขนจับหลังจับขาบ้าง บางคนก็โดนถอง ท่านมีปาฏิหารย์มากขออะไรก็ได้ แล้วก็แปลกมากบอกไม่ถูกนะอยากไปมหาบุตรก็เพราะตรงนี้เพราะว่าเจตภูต ของคนเนี่ย มีดินน้ำลมไฟไง ..เราเอาดินน้ำมา ลมไฟอยู่โน่น วันที่เราไปเนี่ยวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2545 เราเอากลองไประฆังไป กลองสองหมื่น ระฆัง เจ็ดหมื่นไปแลกกับดวงวิญญาณท่านมาเอาไปแลกเยอะมีหมากมีพลูมีขนมมีกล้วยมี อ้อยมีอะไรไปแลกเยอะเลย แล้ววัดนั้นแปลกนะ หอระฆังไม่รู้กี่ล้านไม่มีกลองแขวน ต้องเอาระฆังที่ชื่อสลักแม่นาก เอาไปแขวน เอาลองไปแขวน หลายล้านทำไว้น่ะ เอาไปแลกวิญญาณมาคราวนั้นเอามาครึ่งนึงอยู่ที่นั่นครึ่งนึง

ผู้ สัมภาษณ์ : คือก่อนหน้านั้นแม่หมอตาทิพย์ได้ดูหมอมาอยู่แล้วใช่ไม๊คะ ยึดเป็นอาชีพอยู่แล้วใช่ไม๊คะ

แม่หมอตาทิพย์ : ดูมาสิบสองปีแล้ว โดยที่ไม่รู้เลยว่าที่เรียกว่าพ่อปู่กับแม่ย่าสองคนนี่คือใคร ไม่รู้เลยว่าคือใคร

ผู้สัมภาษณ์ : แม่หมอตาทิพย์นี่เป็นคนที่มีอารมณ์ขันนะคะดีใจที่ได้มาคุยกับแม่หมอตาทิพย์ เราคิดตลอดเวลาว่าต้องน่ากลัวต้องขลัง เวลาคุยต้องมีจิตวิทยา แม่หมอตาทิพย์ดูไปจนคิดว่าเป็นอาชีพหนึ่งเลยใช่ไม๊คะ

แม่หมอตา ทิพย์ : ก็คือความหมายของเราเนี่ยเราตายไป หก วันเราได้วิชาของเรามาแล้วใครไม่ต้องไปช่วยเราก็ได้ เราได้วิชาดูหมอเนี่ยไม่มีใครเหมือนเราในโลกนี้ไม่มีใครเหมือนเราดูอย่างนี้ เนี่ย แม่นากมาดูมาสอนมาขอความช่วยเหลือจากเราแล้วท่านก็มีบุญมาให้เราอย่างนึง มากระซิบกระซาบคนนี้มายังไงคนนั้นมายังไง ท่านจะบอกดีไปอีกอย่างนึง ก็มีคนสนับสนุนเยอะมีผีเยอะเลย เมื่อก่อนคิดว่าเป็นภาระแต่เดี๋ยวนี้ไม่คิดว่ามันเป็นภาระเลย อย่างเช่นถ้าทำบุญไปแสนนึงก็ได้กลับมาแสนกว่า อย่างวันนี้ทำไป สามสี่หมื่นเนี่ยเดี๋ยว ห้าหมื่นมา แต่มาตรงนั้นเราก็ทำบุญต่อให้ท่าน ครั้งแรกมานี่สูงสูงเท่าต้นไม้เลย มาตอนที่เค้ามาถ่ายเคเบิลตอนตายแล้วฟื้นทำยังไงเค้าก็มานั่งสัมภาษณ์ เค้ามากันสี่คนมาสัมภาษณ์จนจบแล้วล่ะ เราก็หยุดเรา เราก็ไม่สัมภาษณ์ เราก็เอะใจว่าทำไมช่างกล้องอยู่ดีๆ เอามือชี้แล้วก็พูดว่าพังแน่เลยกล้อง ท่านเดินอยู่ข้างนอกแล้วสักพักก็เข้ามาอยู่ในกล้อง ๆ เสียเลย ม้วนฟิล์มแหลกหมดเลยก็เห็นเป็นผู้หญิงนุ่งผ้าแถบจูงกระเบนลายๆ แล้วคราวนี้ยังสัมภาษณ์ไม่เสร็จเลยเพื่อนเค้ามาคนนึงก็มานั่งอยู่ที่บันได อยู่ดีๆลอยขึ้นมาสูงเลยแล้วก็ให้ฉันนั่งมองอยู่แล้วอยู่ดีๆก็ร้องกรี๊ดขึ้น มาอะไรมันเกิดขึ้นเนี่ย เราก็วิ่งไปหาเค้า ท่านก็บอกว่ากล้องเนี่ยไม่ให้จับไม่ให้จับภาพ เราก็เลยถามว่าใครท่านก็เลยบอกว่าเนี่ยะนากเอง นากพูดได้แล้วนากก็อยากพูดบ้างแล้วเค้าก็ขอ สไบ ออกทางทีวีคนก็ซื้อมาให้ท่านเข้าอยู่เป็นสิบนาทีนะ

ผู้สัมภาษณ์ : ตั้งแต่ที่ดูมานะคะแม่หมอตาทิพย์ตอนไหนที่ตื่นเต้นมากที่สุดโดยในขณะที่ดู ให้คนอื่นอยู่แต่ก็มีแม่นากเข้ามาเกี่ยวข้อง

แม่หมอตาทิพย์ : เคยดูหมอให้กับคนนึงที่รู้จักกัน เค้าบอกว่าสามีเค้าเจ้าชู้เหลือเกินอยากให้ตายๆไปซะก็เลยถามเค้าไปว่าอยาก ให้ตายจริงๆเหรอถ้าตายแล้วจะเสียใจ ถ้าแบบนั้นก็ไปหาชุดอะไรก็ได้ มา 3 ชุดถ้าเค้าใส่ครบ 3 ชุดเมื่อไหร่เค้าจะตายเมื่อนั้น พอเค้าใส่ชุดครบ ก็ตายเลยโดนรถเหยียบเหมือนกบเลย บอกภรรยาเค้าไปว่าภายใน 15 วันเค้าจะตายเค้ามาตายเอาวันที่ 13 ที่บอกว่าตายแล้วจะเสียใจก็เรื่องจริงเพราะว่า สามีเค้าดันทิ้งหนี้ไว้ให้ 13 ล้าน ตอนนี้เค้าใช้หนี้สินไปหมดแล้ว

ผู้สัมภาษณ์ : เค้ามาทำบุญกับแม่หมอตาทิพย์บ่อยๆใช่มั๊ยคะ

แม่หมอตาทิพย์ : บางคนมาดูกลับไปตายก็มีถึงเส้นตายเค้าพอดี พอตายแล้วเค้าก็มาหามาเล่าให้ฟังบางที่ก็มาแบบใส่ชุดดำมาเลย ใส่ชุดดำเนี่ยตายโหง

ผู้สัมภาษณ์ : แล้วแม่หมอตาทิพย์กลัวไม๊คะ กับสิ่งพิเศษที่เรามีอยู่

แม่หมอตาทิพย์ : ไม่กลัวหรอก ผีเนี่ยเห็นทุกวันๆ เลย บางทีเห็นชะเง้อมองเต็มไปหมด มีเยอะมาก ก็ไม่รู้ตายมากี่ชาติแล้วเนี่ย เรื่องพวกนี้เลยไม่กล้าเล่าให้คนอื่นเค้าฟังเพราะเล่าไปก็ไม่เชื่อแต่ใครมา เราก็สอนให้เค้าเป็นคนดีหมด

ผู้สัมภาษณ์ : นี่หละค่ะคือจุดมุ่งหมายที่อยากจะเอาไปเขียน เรื่องเขียนเพื่อว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องงมงายนะแต่มันเป็นความเชื่อ ส่วนบุคคลมากกว่า ก็เหมือนเราเชื่อเรื่องพระเรื่องอะไรก็แล้วแต่ มันเป็นเรื่องที่ดูที่เจตนาถ้าคุณทำไปแล้วคุณสบายใจก็ดี ทำแล้วเป็นคนดีก็ OK คนดูๆ เป็นแสนแล้วมีพวกรัฐบาลคนดังๆ มาดูบ้างไม๊คะ

แม่หมอตา ทิพย์ : มาดูเรื่อย ๆ แม้กระทั่งคนในยุคนี้ยังมาดูเลย แต่บอกไม่ได้นะว่าเป็นใคร

ผู้สัมภาษณ์ : แม่หมอตาทิพย์คิดว่าเค้ารู้จักแม่หมอตาทิพย์ได้ยังไง

แม่หมอตา ทิพย์ : ส่วนใหญ่ก็จะพูดกันปากต่อปาก

ผู้สัมภาษณ์ : ค่าดูหมอแพงไม๊คะ แล้วดูนานไม๊คะ

แม่หมอตาทิพย์ : คนละ 99 บาท ดูคนนึงก็ 2-3 นาที มาถึงไม่ต้องถามฉันดูให้เองฉันฟันธงเสร็จก็กลับบ้านได้เลยเสร็จวันนึงก็ตก 50 คน ดูมากไม่ไหวเดี๋ยวคลานเพราะว่ามันเหนื่อยมาก บางทีจิตมันไม่ไหว ก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมนั่งสั่น อ๋อก็เพิ่งรู้ว่าจิตเราไม่ไหวจริงๆ แต่ก็ไม่หงุดหงิดนะเพราะเวลาดูก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง

ผู้ สัมภาษณ์ : แต่พอมองปุ๊บก็รู้เลยใช่ไม๊ว่าคนนี้เป็นยังไง

แม่ หมอตาทิพย์ : คุณมาถึงคุณไม่ต้องบอกฉันหรอกว่ามีสามีกี่คนฉันสามารถบอกคุณได้หมดว่าคุณมี สามีกี่คน คนไหนดีไม่ดีฉันบอกได้หมด

ผู้สัมภาษณ์ : ถ้ามีใครไม่ดีมาเนี่ยแย่มากเลยนะคะเพราะว่าแม่หมอตาทิพย์เห็นหมด ดิฉันชวนลูกศิษย์เค้ามาด้วย เพราะว่าเค้าเอาหนังสือมาอ่านด้วยเค้าค่อนข้างจะสนใจในเรื่องพระเรื่องเจ้า พอสมควรเดี๋ยวจะว่าเอ๊ะแม่หมอตาทิพย์จะคิดว่าเราไปจับผิดรึเปล่า แต่เราจะเขียนอะไรสักอย่างเนี่ยเราก็ต้องเคารพในอาชีพของเรา เราจะไปนั่งแต่งขึ้นมาเองไม่ได้ แล้วธรรมดาเนี่ยก่อนจะดูหมอต้องจุดธูปไหว้ พระเหมือนกับหมอดูคนอื่นๆรึเปล่า ต้องคล้องพระด้วยไม๊

แม่หมอตา ทิพย์ : ไม่เคยทำเลยส่วนมากก็จะไหว้พระธรรมดา หรือไม่ก็ไหว้แม่นาก พระก็ไม่ได้คล้องเราก็ทำของเราแค่นั้น พอ คนสำคัญ ๆดาราทุกช่อง มาเราก็ไม่เที่ยวไปคุยฟุ้งนะไม่รู้จะคุยไปทำไม เค้าก็เป็นคนๆหนึ่งนี่แหละเหมือนอย่างเรานี่แหละ

ผู้สัมภาษณ์ : มีอาชีพอะไรที่ดูยากที่สุดคะ

แม่หมอตาทิพย์ : ดารานี่แหละดูยากที่สุด

ผู้สัมภาษณ์ : ถ้าเกิดว่าคนที่มาดูเนี่ยดวงตกสุดๆดวงไม่ดีเลยหรืออาจจะถึงแก่ชีวิตแม่หมอตา ทิพย์จะทำยังไงแม่หมอตาทิพย์จะบอกเค้าไปตรงๆไม๊คะหรือว่าค่อยๆบอกเค้า

แม่ หมอตาทิพย์ : ก็บอกเค้าไปตรงๆเลยแล้วก็ให้เค้าไปแก้เอง แต่คุณต้องไปแก้ให้เร็วต้องเป็นวันนี้พรุ่งนี้เลยเค้าก็ไปแก้เค้าเองไม่ต้อง เสียตังเพราะว่าจะบอกวิธีไปแล้วก็ไปแก้ไม่ต้องเสียตังอะไรทั้งสิ้น แล้วคนที่นี่ไม่เคยตำหนิเรื่องนี้เลยว่าต้องไปเสียตังให้แม่หมอตาทิพย์เท่า นั้นเท่านี้ ถ้าเค้าให้เรามาก็จะถามว่าคุณให้เรื่องอะไร

ผู้ สัมภาษณ์ : จริงๆแล้วไม่ควรจะเขียนเรื่องว่าเป็นแม่นากยุคใหม่หรือว่าแม่นาก Version ใหม่จริงๆ แล้วแม่นากเพียงแต่เป็นสื่อกลางมาช่วยให้ความมั่นใจของแม่หมอตาทิพย์ที่มี อยู่ดีขึ้นแล้วก็บังเอิญเปลี่ยนใหม่ว่าเป็นในลักษณะแบบนี้อยู่ในตระกูลแบบ นั้นแบบนี้เพราะว่าหนังที่เราดูเรื่องแม่นากเนี่ย ไม่เหมือนกันเลย

แม่ หมอตาทิพย์ : หนังของคุณไพรัชใช่มั๊ยเค้าได้เนื้อเรื่องมานิดเดียวแล้วเค้าก็ขยายเองมา เป็นกระด้งให้มันสนุก ของนนทรีได้ 50 ล้านพอดี คุณนนทรีเค้าจะมาสัมภาษณ์เหมือนกันแต่ว่าฉันไม่ได้ให้สัมภาษณ์เค้า ไป หนังสือนางนากเนี่ยท่านก็ไม่ให้ใครหยิบนะพอทำเสร็จท่านบอกจะให้รางวัล เป็น 15 ล้านบาท หนังเรื่องส้มหล่น กับอกธรณี แม่นากเป็นคนให้ไป น้องแหม่มทำบทประพันธ์ในบ้าน แล้วพอดีคุณสยมเนี่ยหนังถ่ายอยู่กาญจนบุรีแล้วน้องแหม่มก็บอกกับคุณสยมว่า ฉันฝันไปรึเปล่าก็ไม่รู้ฝันว่ามีผู้หญิงมานั่งอยู่หน้าห้องว่า จะได้หนังไปสองเรื่อง เรื่องส้มหล่น กับเรื่องอกธรณีคุณสยมเลยบอกว่าไม่จริงหรอกมั๊งฝันไปรึเปล่า ต่อมาอีกไม่ถึง 3 นาที คุณสุรางค์ เปรมปรีด์ ผอ. ช่อง 7 ก็โทรไปบอกคุณสยม ว่ามีหนังให้ทำ 2 เรื่องจัดการเสร็จแล้วคุณไปทำกำไรกันเองก็ คื่อเรื่อง อกธรณี กับเรื่องส้มหล่นนี่แหละ ได้มา 15 ล้าน น้องแหม่มนี่เชื่อถือเรื่องนี้มากๆ เค้ากลัวมาก เค้าจะบอกว่าเอาไปเลยวันนี้เอาแม่นากไปไว้บ้านเลย เพราะว่าแหม่มอยู่คนเดียว ถ้าคุณอยากเห็นท่านจุดธูปได้เลยถ้าคุณอยากเห็นท่านเอาคาถาไป

ผู้ สัมภาษณ์ : ใจเราไม่แข็งพอ

แม่หมอตาทิพย์ : แต่ท่านมาสวยมาก ชุดขาวผมกระทุ่ม เสื้อแขนยาวจูงกระเบนเป็นสีเปลือกหมากนี่แหละนั่งเคียงๆแล้วก็ชำเรืองมองพอ ท่านไป ก็ต้องหอมดอกไม้อะไรสักอย่างนึงท่านจะไปตามหมดใครติดหนี้ติดสินอะไรท่านก็ ตามหมด ท่านแปลกมา มีอิทธฤทธิ์สูงมาก

ผู้สัมภาษณ์ : ทำไมท่านไม่ไปช่วยรัฐบาลเลิกทะเลาะกันสักที

แม่หมอตาทิพย์ : ท่านยังมีกรรมยังตกนรกอยู่เลย นี่ก็บวชพระไปให้ 123 รูป

ผู้ สัมภาษณ์ : เพราะอะไรท่านถึงตกนรกคะ

แม่หมอตาทิพย์ : ก็ท่านไม่ได้ตั้งใจเห็นรึเปล่าตอนที่ท่านเอานิ้วชี้ตายทีนึง 500 กว่าคน โมโหบังอาจมาเผาบ้าน ท่านเป็นช่วยคนนะ ท่านเป็นคนใจบุญช่วยทุกคนไม่เลือกว่าใครดีใครเลวถ้าเรื่องตรงนี้ขยายไปอีก อาจจะขายได้เพิ่มอีก 20 – 30 เล่ม อันนี้เป็นเรื่องย่อขึ้นมาท่านบอกให้ย่อ เช้าขึ้นมาท่านก็จะมานั่งบอกเราก็นั่งเขียนไปเรื่อยสมุดเล่มนึงเขียนอะไรไป บ้างก็ไม่รู้

ผู้สัมภาษณ์ : ใช่รู้สึกว่าอ่านไปอ่านมางง ตอนท้ายก็ยังไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ก็อาจจะเป็นเพราะว่าอารมณ์ไม่นิ่งด้วย

แม่หมอตาทิพย์ : ระหว่างเขียนท่านก็มาบอก นั่งบอกไปก็สางผมไป ตัวสูงอยู่ตอนนั้นนั่งตัวสูงท่านบอกไปฉันก็นั่งเขียนไป

ผู้ สัมภาษณ์ : แล้วตอนนั้นคิดไม๊คะว่าตัวเองชื่อฟักที่เคยเป็นเพื่อนแม่นากมาก่อน

แม่ หมอตาทิพย์ : สมัยก่อนเมื่อวัน ศุกร์ที่ 6 มิถุนายน จำได้ว่าวันนั้นมีรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับพุ่มพวงครบ 10 ปีแต่ว่าตอนนั้นเราทำผักอยู่ เราก็รีบทิ้งผักให้คนอื่นทำแล้วก็มาดูโทรทัศน์ทำไมก็ไม่รู้นะ พอมาดูพุ่มพวงเราก็บอกว่าเดี๋ยวมีบุญจะจัดงานทอดผาป่าให้นะเดี๋ยวจะสั่ง ระฆังให้ แล้วพอตกกลางคืนแม่นากมาเลยมาบอกว่าเจ้าจะทำให้คนอื่นก่อนไม่ได้นะระฆังน่ะ ต้องให้ข้าก่อน ก็ไม่รู้ว่าข้าคือใครก็มารู้ทีหลังเนี่ยแหละว่าข้านี่ก็คือ ข้าชื่อนาก แต่ก็ไม่รู้ว่านากไหนอีก ถ้าอยากเห็นข้าต้องไปที่วัดคลองยาวโพกหัวสีชมพู แต่นี่ก็แก่นั่งอยู่บนตอตะเคียนตายนั่นแหละ แล้วก็พูดว่าข้าคอยเจ้ามา 240 ปีเขียนที่หินเลยนะ แทงหวยตั้งหลายร้อยแต่ไม่ถูกถ้าเจ้าอยากเจอข้าก็ไปดูที่วัดวัดคลองยาวท่านก็ พูดเป็นภาษพูดท่านนะ ว่า ฟักเอ๊ยข้านะรอเจ้ามาหลายเวลาเหลือเกินแล้วพอไปถึงวัดแม่นากก็เจอท่านชุด นั้นนั่นแหละท่านก็มาหาชุดนั้นเลยสงสัยกลัวเราจำไม่ได้

ผู้ สัมภาษณ์ : ที่วัดมีใครรู้จักแม่หมอตาทิพย์บ้างไม๊คะ

แม่หมอตา ทิพย์ : ไม่มีหรอกไม่มีใครรู้จักแม่หมอตาทิพย์เลย เค้าก็พาแม่หมอตาทิพย์ไปเจ้าของปั๊มน่ะ ไปถึงสั่งทุกวันเลยให้ไปตามมาบ้านทานสั่งให้เอาหมอไปหม้อดินเป็นหม้อสระน้ำ นม 12 กิโล ผลที่สุดให้ไปหาพระรูปนึงพระรูปนี้น่ะท่านใส่บาตรมาตั้งแต่เมื่ออายุได้ 15 ปี ที่วัดหลวงพ่อลำพอง พยุหะคีรีอยู่แถวนครสวรรค์พอถึงกลางทางนะท่านบอกว่าลองเอาเบี้ยไปแลกของ เสี่ยงทายนั่นมาซิว่ามันจะจำข้าได้ไม๊ ไปถึงสิงห์บุรีเลยนะไปถึงตรงข้าวแกงร้อยหม้อเค้าก็จอดนะรถก็จอดกันแน่นเลยนะ แต่ว่ามันมีว่างอยู่ที่นึง พอดีช่องนี้มีถั่วต้มพอดีเลยเราก็เลยสงสัยว่ามันต้องเป็นถั่วต้มแน่ๆ เลยเค้าเรียกเลยคนขายถั่วต้มน่ะท่านก็บอกว่าเค้าต้มใหม่ยังไม่ตักให้ใครมา ก่อนเลยตักเลยเค้าเพิ่งต้มสุกๆ ตอนนั้นท่านก็ยืนอยู่ข้างๆบอกว่าเอาลูกกลมๆ ด้วย ลูกกลมๆ นี่ก็หมายถึงพุทราเชื่อมท่านบอกว่าหลวงพ่อท่านชอบกิน แล้วก็เอาทับหอม ทับหอมหรือกล้วยทับ พอไปร้านข้าวแกงท่านก็บอกว่าเอาปลายาวเผ็ดๆ ก็คือปลาไหลผัดเผ็ดพอไปถึงวัด โยมอุปถากก็ถามว่ารู้ได้ไงว่าท่านชอบฉันท์แบบนี้

ผู้สัมภาษณ์ : หลวงพ่อนี่อายุเท่าไหร่ได้แล้วคะ

แม่หมอตาทิพย์ : ก็ประมาณ 51 – 52 ปี

ผู้สัมภาษณ์ : ก็รุ่นๆ แม่หมอตาทิพย์ได้ไม๊ค่ะแล้วตอนนี้แม่หมอตาทิพย์อายุประมาณเท่าไหร่แล้วคะ

แม่หมอตาทิพย์ : อายุ 50 ปี แล้วพอไปถึงกุฏิท่านพอจัดเสร็จก็จุดธูป บอกว่าเพราะว่าวันนั้นเอาซองหลวงพ่อจ่อยมาด้วยตอนนั้นเค้าอยู่โน่นอยู่ นครสวรรค์เหมือนกันแต่ว่าต้องไปอีก 40 กิโลเราก็กะจะกลับเลยเพราะว่าเดี๋ยวสายเดี๋ยวเลี้ยงเพลเลี้ยงอะไรอีกเยอะ เดี๋ยวเดียวหลวงพ่อวิ่งกระโจนออกมาเลยไม่ได้ใส่อะไรเลยก็แค่นุ่งผ้าข้างใน เฉย ๆแล้วก็เอาผ้าคลุมหัวไว้ก็นึกว่าไฟไหม้ หลวงพ่อก็บอกหม้อใหญ่เหมือนหม้อแม่นากเลยท่านก็ลองเอามือไปคนๆไฟก็ลุกออกมา เลย ท่านฝันก็เลยรีบวิ่งออกมาเลย แล้วแม่นากก็บอกมึงอยากหลับดีนัก เค้านั่งกันเป็นแถวหมดเพื่อคอยเจ้าก็เลยเผามึงซะ หลวงพ่อก็ออกมานั่งเราก็เอาของไปให้ก่อนเลย โยมรู้ได้ไงว่าหลวงพ่อชอบแบบนี้ชอบถั่วต้มแกะแล้วใส่ข้าวแม่นากบอกเแม่นากก็ ชอบกินแบบนี้เหมือนกัน แล้วก็กินกับน้ำพริกมะนาวท่านก็บอกว่าโยมไม่ได้โกหกหรอกมันเป็นเรื่องจริง ยังมีเรื่องแปลกๆ เยอะมากไม่รู้จะเล่าเรื่องอะไรดี

ผู้สัมภาษณ์ : แล้วที่วางแผนไว้นี่จะทำอะไรให้ท่านอีกบ้างคะ

แม่หมอตาทิพย์ : สร้างพระว่าจะสร้างไว้ที่วัดหนองปรือไว้ให้ลูกกราบไหว้ ไปสร้างไว้ที่โน่นก็ไม่มีใครกราบไหว้หรอกประมาณ 1,500,000 ถ้าสร้างเสร็จก็กะจะสร้างเจดีย์ต่อถ้ามีบุญ ถ้าไม่มีบุญก็คงตายไปก่อนไม่ได้สร้าง

ผู้สัมภาษณ์ : มีลูกค้าหรือผู้ที่มาหาที่พึ่งนี่ประมาณกี่คนคะ

แม่หมอตาทิพย์ : 20 30 40 บ้างแล้วแต่ แต่ว่าเหนื่อยเพราะว่าเราต้องจูนทุกๆ คน เหมือนกับเอกซ์เรย์คนเลยบางทีมาถึงอย่าถามมาก วันนั้นมีคนนึงถามมากก็เลยลืมบอกอีกคนนึงว่าเค้าจะตาย สรุปกลับไปวันนั้นก็กลับไปถึงรถชนตายเลย แกอยากปากมากมาถามฉันชอบมาคุยแล้วก็ไม่ฟังกัน เวลาดูก็ใส่เสื้อคอกระเช้าตัวเดียวนี่แหละ

ผู้สัมภาษณ์ : อย่างแฟนแม่หมอนะคะ ใกล้ชิดกันแบบนี้ มีกระแส จิตอะไรส่งถึงกันได้ไม๊คะ มองกันทุกวันเนี่ยจะบอกได้ไม๊ว่านี่กำลังจะป่วย

แม่หมอตาทิพย์ : เราก็บอกๆ ไป บอกกระจุ๋มกระจิ๋มไปแต่มันมีบางเรื่องที่ห้ามบอก เช่นบอกให้เค้าทำบุญปล่อยนก ปล่อยปลา ปล่อยหอย อันนี้สำคัญนะเพราะว่ามันได้ผลจริงๆ เคราะห์มันก็น้อยลงขึ้น ก็ดีขึ้นนี่เค้าก็เพิ่งออกจากโรงพยาบาลธรรมดาเค้าเป็นมากกว่านี้เค้าปล่อย หอยปี๊บนึงเลย

ผู้สัมภาษณ์ : ลูกของแม่หมอ เค้ากลัวแม่นากไม๊คะ เค้ารู้ว่าแม่สนิทกับแม่นาก

แม่หมอตาทิพย์ : ไม่กลัวนะเค้าขึ้นไปเลยคนเดียวขึ้นไปแก้บน แต่มีลูกน้องเนี่ยแหละที่เข็ดเพราะว่าเค้าเจอเรียกชื่อ ฝาง ๆ เค้าเรียกจากข้างบนเราก็บอกให้เค้าเอาน้ำขึ้นไปให้เพราะว่าน้ำมันหมดพอดี กลัวมากวิ่งหัวทิ่มหัวตำเลย

ผู้สัมภาษณ์ : แล้วรูปภาพที่เสก็ตในหนังสือนี่คือรูปใครคะ

แม่หมอตาทิพย์ : เป็นรูปจากหม่อมในวังชื่อจาริณี เอามาเขียน เมียผู้ว่าเค้ามากัน 3 คน มาคันเดียวกัน อีกคันนึงเค้ามากัน 4 คนจะมา เสก็ตภาพแต่เมียผู้ว่าอยู่ข้างบนแล้วแม่นากบอกเลยว่าเจ้าคิดเหรอว่าเค้าเป็น ดั่งสาวงาม เจ้ามองผิดไปเค้าเป็นหนุ่มรูปงามต่างหาก จริงๆ แล้วก็คือทอมแต่ไม่กล้ามีใครหัวเราะคนเสก็ต ก็เสก็ตไป เราก็มีหน้าที่บอกว่าน่องสั้นน่องใหญ่น่องเล็ก แม่นากก็ถามว่าเหมือนรึยังเหมือนรึยังนั่งทับขาข้างนึงถ้าไม่ใหญ่ไม่โตก็ไม่ นั่งแบบนี้

ผู้สัมภาษณ์ : ท่านโกรธไม๊คะที่เอาหนังไปสร้างแบบเกินจริงถ่ายทอดออกมาในลักษณะเป็นผีที่ดุ ร้าย

แม่หมอตาทิพย์ : ก็ฟิล์มที่ถ่ายหนังเนี่ยถ่ายแล้วขาดกระจุยเลยท่านเป็นคนที่สะอาด แล้วก็เป็นคนที่ตรงมากพูดเพราะ ดาราที่จะเล่นนี่ต้องบวงสรวงอยากหนักเลย
อ่าน ต่อทีนี่ค่ะ

Reporter : ศิริทานนท์   Photo : Internet   Category : หนัง

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com

Somjitr. Liao