พัทยาเดลีนิวส์

18 มิถุนายน 2552 :: 14:06:57 pm 1184

บนจักรยาน..

ในซอยแคบๆแห่งหนึ่ง ฉันอยู่บนเบาะหลังจักรยานที่กำลังมุ่งหน้าไปตามเส้นทางคดเคี้ยว ความแคบของซอย ทำให้เขาต้องใช้สมาธิอย่างมาก ฉันใช้มือยึดขอบเบาะรถไว้เพื่อไม่ให้ตัวกระเด็นออกจากที่นั่ง เมื่อเราขี่ผ่านสะพานหรือเส้นทางที่แสนขรุขระ ความสนิทสนมของเราสองคนไม่มากพอที่ฉันจะโอบเขาเพื่อป้องกันการตกจักรยานได้ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ฉันอายเกินกว่าที่จะทำเช่นนั้น
สนใจโฆษณา

ทางแคบๆบังคับให้เรามุ่งหน้าต่อไปตามซอยแห่งนั้น ในช่วงที่ต้องเข้าโค้งเขาทรงตัวได้ดีชนิดที่ฉันไม่เคยทำได้ ลมฤดูร้อนพัดมาปะทะผิวหน้า กลิ่นแม่น้ำลอยเอื่อยอ้อยสร้อยตามมา ทำให้รู้สึกสดชื่นระคนคลื่นไส้อย่างประหลาด แม้จะมีลมอยู่บ้าง แต่ก็ไม่อาจลดความร้อนที่มีของคนข้างหน้าได้ ฉันสังเกตได้จากรอยเหงื่อบนแผ่นหลังที่เริ่มซึมผ่านเสื้อของเขา และเหงื่อตรงท้ายทอย

ฉันอยากจะเช็ดออกให้ แต่ก็ไม่กล้า….

“เหนื่อยล่ะสิ” ฉันถาม พร้อมกับคลายมือออกจากเบาะ ตอนนี้เราขี่พ้นช่วงซอยแคบๆแล้ว ถนนช่วงนี้กว้างขึ้น แต่ก็มีสะพานและลูกระนาดกีดขวางอยู่เป็นระยะๆ

“ก็นิดหน่อยน่ะ” เขาตอบกลับมา เสียงลอยตามลมมาผ่านหูของฉัน

ไอ เย็นจากแม่น้ำพัดมาวูบหนึ่ง มากพอที่จะขับไล่ความร้อนจากพื้นถนนไปได้บ้าง แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากลิ่นกายของเขาที่ฉันสัมผัสได้ ฉันขยับตัวเข้าไปอีกนิด เพื่อหาข้อยืนยัน ว่ากลิ่นนั้นมาจากเขาจริงๆ พอดีกับที่เขาเบรกเต็มแรง เสี้ยวหน้าฉันสัมผัสกับแผ่นหลังของเขาพอดี

เหตุการณ์เกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ แต่รบกวนจิตใจฉันไปทั้งวัน…

เรา ยังคงขี่จักรยานต่อไป สองข้างทางร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้ คูน้ำข้างทางใสจนมองเห็นข้างล่าง ต้นราชพฤกษ์ออกดอกสีเหลืองห้อยระย้าเต็มต้น บางกลีบร่วงลงพื้น ดื่นดาษเต็มถนน ฉันจำอะไรเกี่ยวกับสองข้างทางได้ไม่มาก ที่จำได้ดี เห็นจะเป็นแผ่นหลังชื้นเหงื่อของเขา

“เล่าอะไรให้ฟังหน่อยสิ อะไรก็ได้” ฉันทำลายความเงียบขึ้น จักรยานยังคงเคลื่อนตัวไปอย่างเหนื่อยอ่อน
“ขี่จักรยานแล้วยังต้องเล่าให้ฟังอีกหรอ เหนื่อยนะเนี่ย” เขาตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ฉันเดาอารมณ์ของคำพูดนั้นจากน้ำเสียงไม่ออก
“แหม พูดไม่คิดเลยนะ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวขี่ให้ก็ได้” ฉันอดที่จะเหน็บเขาไม่ได้ เขาเพียงแต่หัวเราะเบาๆ

เขา ยังคงขี่จักรยานต่อไป ส่วนฉันตกอยู่ในความคิดโดยมีแผ่นหลังของเขาเป็นฉาก สลับกลับกลิ่นอ่อนๆเหมือนกลิ่นเสื้อสะอาดๆ ที่ออกมาจากตัวเขา
“เลี้ยวขวาใช่ไหม?” เขาถามแบบนี้แต่ฉันไม่ได้ยิน
“นี่ เลี้ยวขวาใช่หรือเปล่า??” ด้วยระดับความเข้มของเสียงที่ดังขึ้น จึงทำให้ฉันหลุดออกจากห้วงความคิด
“อ่อ อื้อๆ ใช่ๆๆ” ฉันรีบตอบเขากลับไป

เรา จอดจักรยานไว้ริมสะพาน…. ระยะทางนั้นเมื่อมาคำนวณดูแล้ว ไกลจากจุดเริ่มต้นพอสมควร แต่ทั้งเขาและฉัน ต่างก็ไม่มีใครปริปากพูดถึงเรื่องนี้ ฉันเดินนำหน้าเขาไปยังท่าเรือ ท่าเรือตรงนี้ไม่ใช่ท่าเรือที่สำคัญเท่ากับท่าเรือหลักซึ่งอยู่ทางทิศตะวัน ออก ฉันจึงเลือกที่จะนั่งตรงบันไดที่เชื่อมระหว่างโป๊ะเรือกับทางเดิน เขาทรุดตัวลงและนั่งข้างๆ แขนของเราสองคนสัมผัสกัน ฉันรับรู้ได้ถึงไออุ่นบางเบา

“ลมเย็นดีนะ” เขากล่าวอย่างสดชื่น คงเป็นเพราะการขี่จักรยานที่ยาวนาน ทำให้สำหรับเขาลมที่พัดผ่านแม่น้ำสายนี้เย็นชื่นใจมากกว่าคนซ้อนอย่างฉันจะ สัมผัสได้

ที่ท่าเรือ เราต่างศึกษาความเงียบ ในห้วงความคิดของเขาที่ฉันไม่อาจรู้ และภาพในหัวของฉันที่เต็มไปด้วยอดีตกับความทรงจำเก่าๆที่ไม่อาจลบเลือน ฉันเคยมาที่นี่กับใครอีกคนหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว เสียงลมพัดผ่านหูทั้งสองข้าง อื้ออึงกลบเสียงลมหายใจหมดสิ้น มีเพียงความอุ่นที่แขนเท่านั้นที่ทำให้ฉันยังรับรู้ได้ว่าเขายังนั่งอยู่ ข้างๆ
“ขากลับขอขี่นะ” ฉันออกปากในขณะที่ทั้งเขาและฉันเริ่มพูดคุยกับความเงียบ
“อยากซ้อนไหม?” เขาไม่สนใจที่ฉันบอก ย้อนถามฉันกลับด้วยคำถามที่ทำให้ฉันต้องคิด
“ไม่เป็นไรก็ได้ เหนื่อยแย่” ฉันยังคงอิดเอื้อน
“ถามว่าอยากซ้อนหรือเปล่า?” นึกถึงแผ่นหลังและกลิ่นนั้นแล้ว ทำให้ไม่รู้สึกอยากปฏิเสธอย่างที่คิดเอาไว้
“งั้น…รบกวนหน่อยนะ”

บนจักรยานคันเดิม ฉันนั่งจ้องแผ่นหลังของเขา สักวันหนึ่ง หากฉันลืมอดีตที่แสนเจ็บปวดได้ ฉันคงกล้าที่จะเผชิญหน้ากับเขา

เราคงใกล้กันมากขึ้น…..  ไม่ใช่แค่เพียงเฝ้ามองอยู่ข้างหลัง….แบบนี้

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : ไลฟ์สไตล์

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com