พัทยาเดลีนิวส์

09 พฤศจิกายน 2559 :: 05:11:12 am 199783

บุกจับพระเขมร ตระเวนเรี่ยไรเงินสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน

บุกจับพระเขมรปลูกเพิงพักในป่าละเมาะและตระเวนเรี่ยไรเงินสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน
สนใจโฆษณา

พัทยา – วันที่ 8 พ.ย.59 เมื่อเวลา 17.30 น. พ.ต.ท.ชิตเดชา สองห้อง รอง ผกก.สส.สภ.นาจอมเทียน ช่วยราชการหัวหน้าชุดปฏิบัติการศูนย์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ หรือ ศปอช.ภ.จว.ชลบุรี ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า ที่บริเวณป่าละเมาะหลังปั้มน้ำมันบางจาก เขตรอยต่อระหว่างเมืองพัทยากับ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี มีพระสงฆ์และสามเณรชาวกัมพูชามาปักหลักปลูกเพิงที่พักและประพฤติตนไม่เหมาะสมกับสมณเพศ จึงนำกำลังตำรวจเดินทางไปตรวจสอบ

 

03 04

 

โดยสถานที่ดังกล่าวเป็นป่าละเมาะขนาดใหญ่ เมื่อเดินเข้าไปด้านในพบมีการปลูกเพิงพักแบบง่ายๆ ซึ่งสร้างด้วยไม้และมุงหลังคาด้วยผ้าใบพลาสติกรวม 3 หลัง มีเครื่องอัตถบริขารที่ใช้สำหรับพระสงฆ์ อาทิ สบง จีวร ฯลฯ ซึ่งบางหลังมีน้ำท่วมเจิ่งนองอยู่ ส่วนเพิงหลังใหญ่พบพระสงฆ์ชาวกัมพูชานั่งอยู่ด้านในจำนวน 3 รูป จึงควบคุมตัวไว้สอบสวนทราบชื่อต่อมาคือพระจำนวน 3 รูป นายจัน โมนี อายุ 36 ปี , นายซอม สาวุท อายุ 36 ปี และนายกอม ก่อย อายุ 20 ปี (เณร) จากนั้นจึงตรวจสอบเอกสารบัตรสุทธิและพาสปอร์ต ปรากฏว่ามีเพียงนายจัน โมนี กับนายซอม สาวุท เท่านั้นที่มีพาสปอร์ตแต่การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดลงแล้ว ส่วนนายกอม ก่อย ไม่มีพาสปอร์ตมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ จึงคุมตัวทั้งหมดไปทำการสึกที่วัดอัมพาราม บ้านอำเภอ

 

พ.ต.ท.ชิตเดชา สองห้อง เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่ามีพระภิกษุ สามเณร ชาวกัมพูชามาปลูกเพิงพักอาศัยอยู่ในป่าละเมาะซึ่งเป็นสถานที่ที่ไม่เหมาะสม และออกบิณฑบาตเรี่ยไรเงินจนสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน จึงนำกำลังตำรวจเดินทางไปตรวจสอบและจับกุมตัวไว้ได้ 3 รูปดังกล่าว สอบสวนทั้งหมดสารภาพว่า หลังจากออกพรรษาจึงเดินทางเข้ามาประเทศไทยและปักหลักปลูกเพิงพักอยู่ในป่าละเมาะ เพื่อตระเวนออกบิณฑบาตเรี่ยไรเงินจากชาวบ้านทั้งในเขตพื้นที่เมืองพัทยาและ อ.สัตหีบ เพราะรายได้ดีไม่ต้องอดๆ อยากๆ เหมือนที่ประเทศบ้านเกิด

 

05 06

 

เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหากับนายจัน โมนี และนายซอม สาวุท ว่าเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยการอนุญาตสิ้นสุด ส่วนนายกอม ก่อย แจ้งข้อหาหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย ก่อนส่งตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมกับจะได้ผลักดันออกนอกประเทศต่อไป

Reporter : ธีระรักษ์ สุทธาธิวงษ์   Photo : ธีระรักษ์ สุทธาธิวงษ์   Category : ข่าวอาชญากรรม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com