พัทยาเดลีนิวส์

30 พฤศจิกายน 2553 :: 10:11:57 am 45216

ปชป.รอดถูกยุบ “อภิสิทธิ์”ยังนิ่ง รอลุ้น 258 ล้านอีกคดี

พรรคประชาธิปัตย์ จับทางถูก รอดยุบพรรคคดี 29 ล้าน เป็นการแพ้ทางเทคนิค โดยจะไม่มีการพิจารณาต่อ ระบุสำนวน กกต.อ่อนมาตั้งแต่ต้น แต่คดีของพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่จบ ลุ้นต่อคดีเงินบริจาค 258 ล้าน “ยะใส” เชื่อพวกไม่หวังดีฉวยโอกาส กรณียุบปชป.เคลื่อนไหวโจมตีศาลรธน.“ประยุทธ์”วอนคนไทยเฝ้าระวัง ลั่นใครป่วนต้องรับผิด ยันทหารไม่แทรกแซงประชาธิปไตย พร้อมดูแลความสงบ
สนใจโฆษณา

ศาลรัฐธรรมนูญ-วานนี้ (29พ.ย. 53) หลังจากทราบผลการวินิจฉัยศาลยกคำร้องคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ใช้เงินสนับสนุน พรรคการเมืองของคณะกรรมการการเลือกตั้งจำนวน 29 ล้านบาทผิดวัตถุประสงค์แล้ว นายอภิสิทธิ์ ได้เดินลงมาจากห้องพิจารณาคดีของศาล พร้อมกับนายชวน นายบัญญัติ และกลุ่มส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย จากนั้นได้เดินทางเข้าไปยังที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ถนนพระราม 6 เมื่อไปถึงนายอภิสิทธิ์ ได้ตรงเข้าจุดธูปสักการะไหว้พระแม่ธรณีบีบมวยผม โดยมีบรรดาเจ้าหน้าที่และส.ส.พรรคมารอแสดงความยินดี ทั้งนี้มีผู้หญิงคนหนึ่งถือโอกาสมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีให้กับนาย อภิสิทธิ์ พร้อมปรบมือแสดงความยินดีกันอยู่ที่บริเวณหน้าพระแม่ธรณีบีบมวยผม จากนั้นนายอภิสิทธิ์ได้เดินขึ้นไปหารือกันต่อกับนายชวน และนายบัญญัติ บนห้องทำงาน อาคารควงอภัยวงศ์ ประมาณ 45 นาที

จากนั้นนายอภิสิทธิ์ แถลงกับผู้สื่อข่าวที่ห้องประชุมพรรคประชาธิปัตย์ อาคารม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมทย์ว่า ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ขอกราบขอบพระคุณคณะทำงานด้านกฎหมายของพรรคโดยเฉพาะนายชวน หลักภัย อดีตหัวหน้าพรรคฯและนายบัณฑิต ศิริพันธุ์ ทนายความต่อสู้คดี ซึ่งทำงานหนักมากตลอดระยะเวลาของการว่าคดีโดยเฉพาะอดีตนายฯชวนแม้ว่าท่านจะ ป่วยก็ยังทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และได้มีการแถลงปิดคดีสรุปที่มาที่ไปของคดี อย่างที่หลายฝ่ายอาจจะไม่ได้รับทราบมาก่อน ตนขอกราบขอบพระคุณทั้งสมาชิกพรรค ผู้สนับสนุนพรรคค และประ ชาชนที่ได้ให้กำลังพรรคฯและตนมาโดยตลอด ตนถือว่าวันนี้คดีนี้ถือว่าจบไป และเป็นหน้าที่ของพรรคในการที่จะเดินหน้าแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองในฐานะแกนนำ ของรัฐบาล ส่วนประเด็นรายละเอียดคำวินิจฉัยของคดีขออนุญาตไม่แสดงความคิดเห็น เป็นเรื่องที่ประชาชนสามารถที่จะตรวจสอบหรือศึกษาได้จากคำวินิจฉัยที่จะมี การเผยแพร่ออกมา และวันนี้หลายคนได้รับฟังด้วยตัวเองอยู่แล้ว ตนย้ำอีกครั้งว่าพรรคประชาธิปัตย์นั้นเคารพในคำวินิจฉัยและกระบวนการทั้งหมด ที่ได้ดำเนินการ และถือว่าเราได้ทำหน้าที่ในการต่อสู้คดีตามกฎหมาย

 

ถามว่า หลังจากนี้ไปการดูแลความสงบเรียบร้อยจะมีมาตรการอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องดำเนินการต่อเนื่อง เรายังไม่ทราบว่าปฏิกิริยาจากกลุ่มต่างๆเป็นอย่างไร แต่ตนพูดตั้งแต่ก่อนมีคำวินิจฉัยแล้วว่าสังคมต้องยอมรับกระบวนการตามรัฐ ธรรมนูญ กระบวนการยุติธรรมและกระบวนการของศาล เมื่อถามว่า ที่ผ่านมามักจะมีปัญหาหลังมีคำพิพากษาหากไม่เป็นที่พอใจของอีกฝ่าย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ฝ่ายความมั่นคงโดยเฉพาะพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.ได้คุยกับตนที่ศาลรัฐธรรมนูญแล้วบอกว่าได้กำชับเจ้าหน้าที่และวางแนว ทางดูแลความสงบเรียบร้อย เมื่อถามว่า แม้ไม่มีการชุมนุมแต่จะมีการแปรสภาพกรก่อวินาศกรรมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทางผบ.ตร.ได้รายงานให้ทราบแล้วว่าเตรียมรับมือทุกรูปแบบ เมื่อถามอีกว่า มีรายงานข่าวเกี่ยวกับจุดเสี่ยงของการก่อวินาศกรรมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่มี

ต่อข้อถามว่า นายกฯกังวลเรื่องอะไรบ้างหลังจากมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาแล้ว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนมีเรื่องที่ต้องดูแลแก้ไขปัญหาเยอะ ต้องทำหน้าที่ต่อไปในการดูแลปัญหาของบ้านเมือง ไม่ได้มีความกังวลอะไรเป็นพิเศษเพราะทราบอยู่แล้วว่าปัญหาที่มีอยู่ขณะนี้ เป็นปัญหาอาจจะผูกโยงอยู่กับเรื่องของคดีนั้นคดีนี้บ้าง แต่คงไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผูกอยู่กับตรงนี้ งานด่วนขณะนี้คือการฟื้นฟูปัญหาน้ำท่วม และเร่งงานปฏิรูปปรองดองออกมาเพราะใกล้สิ้นปีซึ่งเป็นระยะเวลาที่ตนเคยกำหนด เอาไว้ชัดเจนว่าหลายสิ่งหลายอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อถามว่า พ้นวิบากกรรมจากคดีเงิน 29 ล้านบาทแล้วคิดว่าจะเป็นบรรทัดฐานในคดีไซฟ่อน 258 ล้านบาทด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่สามารถจะไปวิเคราะห์อย่างนั้นได้คงต้องไปดูรายละเอียดคำวินิจฉัยของศาล อีกที เพราะมันเป็นคนละคดีกัน เมื่อถามว่า แสดงว่ายังไม่โล่งใจ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มันคนละคดีกันคงต้องไปดูอีกทียังไม่ทราบว่าศาลมีแนวทางอย่างไร

คิดว่าพรรคเพื่อไทยจะเอาประเด็นคดียุบพรรคไปหาเสียงเลือกตั้งซ่อมบอกว่าเป็น 2 มาตรฐาน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนว่าต้องไปอ่านคำวินิจฉัยของศาลและต้องไปดูคำว่าสองมาตรฐานตนขอย้ำอีกครั้ง ว่าสองมาตรฐานต้องมีกรณีที่เมหือนกัน และปฏิบัติไม่เหมือนกัน ต้องไปดูว่าสองมาตรฐานที่ใครๆมาอ้างเขาไปเทียบเคียงกับกรณีไหนที่มันเหมือน กับกรณีนี้ ที่จริงในคำในแถลงปิดคดีของนายชวนท่านได้ย้ำถึงความไม่เหมือนของนี้คดีนี้ใน เรื่องของกระบวนการเมื่อเทียบกับคดีอื่นๆ และเป็นหน้าที่ของรัฐบาลส่วนหนึ่งในการเผยแพร่คำวินิจฉัยของศาลในการทำความ เข้าใจกับประชา ชนตามความเป็นจริง และอยากให้ประชาชนทำความเข้าใจกับคำวินิจฉัยของศาล เมื่อถามว่า การที่ศาลใช้ประเด็นยื่นฟ้องคดีไม่ทันกำหนด แต่ไม่ได้วินิจฉัยเรื่องการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์คณะกรรมการการเลือก ตั้ง(กกต.)สามารถยื่นฟ้องได้อีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องไปถามกกต.และคงต้องไปอ่านคำวินิจฉัยของศาลเพราะเราฟังครั้งเดียว ต้องไปดูในความหมายแต่ละประเด็นอย่างลึกซึ้งอีกที เมื่อถามว่า ประชาชนที่ตั้งใจจะไม่เข้าใจจะทำอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คนตั้งใจจะไม่เข้าใจทำอย่างไรก็ไม่เข้าใจหรอก

  

ศาลได้วินิจฉัยในข้อกฎหมายแต่ไม่ได้ข้อยุติในข้อเท็จจริงประเด็นนี้จะกลายเป็น ไปปลุกประชาชนอีกฝ่ายหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อันนี้ต้องช่วยกันอธิบายตามกระบวนการว่าเป็นอย่างไร เราไม่มีสิทธิ์เพราะการตั้งประเด็นทั้งหมดเป็นการตั้งประเด็นที่ศาลกำหนด และวินิจฉัยไปตามกระบวนการ เราจะไปบอกว่าท่านต้องอย่างนั้นอย่างนี้ไม่ได้อยู่แล้ว คิดอย่างไรเพราะตอนนี้มันมีเสียงครหาว่าพอเป็นพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่มีทาง ถูกยุบ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงไม่ใช่อย่างนั้น ถ้าข้อเท็จจริงข้อกฎหมายมันชัดเจนมันไม่มีข้อยกเว้น คือศาลไม่ได้มีตรงไหนในเหตุผลของศาลว่าเป็นพรรคประชาธิปัตย์ ใครเป็นพรรคไหนที่เป็นผู้ถูกร้องก็ต้องยึดตามมาตรฐานนี้

ประเมินสถานการณ์บ้านเมืองหลังจากนี้ไปแล้วจะเป็นปลายปีที่สงบหรือจะไม่สงบ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนก็มีความกังวลอยู่เพราะมีการพูดถึงการชุมนุมการเคลื่อนไหวต่างๆคงต้อง แก้ไขปัญหากันไป เมื่อถามว่า มีเรื่องไหนที่น่ากังวลที่สุด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีหลายเรื่องสูสีกัน เมื่อถามอีกว่า แสดงว่าพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินก็มีสิทธิ์ที่จะไม่ยกเลิกหรือ ไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้พูดอย่างนั้น เมื่อถามว่า กระบวนการที่นำไปสู่การยุบสภาต่อไปจะเป็นอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ได้เกี่ยวกันเพราะเงื่อนไขการยุบสภาตนไม่ได้พูดถึงเรื่องคดียุบพรรคอยู่ แล้ว เมื่อถามว่า กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะมีการชุมนุมวันที่ 11 ธ.ค.นี้มันจะมีการชุมนุมพร้อมกันของสองกลุ่มเกิดขึ้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนตอบแทนแต่ละกลุ่มไม่ได้แต่จะพยายามชี้แจงอย่างดีที่สุด และยืนยันว่าทุกเสียงที่มีการสะท้อนมาเกี่ยวข้องกับประโยชน์ของประเทศชาติตน รับฟัง อะไรเห็นด้วยตนก็ทำอะไรเห็นไม่ตรงกันตนจะอธิบายให้ดีที่สุดแต่อยากให้ทุก ฝ่ายเคารพการทำหน้าที่ซึ่งกันและกัน

“ยะใส” เชื่อพวกไม่หวังดีฉวยโอกาส กรณียุบปชป.เคลื่อนไหวโจมตีศาลรธน.

นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการพรรคการเมืองใหม่กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยกคำร้องคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ว่าตนมีคำถามสำคัญต่อคดีนี้คือการที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนทั้งประเด็นว่าคำร้องชอบหรือมิชอบไปคราวเดียวกันกับข้อเท็จจริงที่มีการกล่าวหากันในเรื่องแล้วศาลมาวินิจฉัย เพื่อตัดสินทีเดียวนั้นอาจไม่เกิดผลดีต่อสังคมอาจจะยิ่งทำให้เกิดข้อเคลือบแคลงมายิ่งขึ้น เพราะศาลวินิจฉัยข้อกฎหมายแต่ไม่ได้วินิจฉัยข้อเท็จจริง

ทั้งที่กระบวนการไต่สวนทำไปพร้อมๆ กันทั้ง 5 ประเด็นทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง และมีการนำพยานของแต่ละฝ่ายมาพิสูจน์กันไปไกลแล้ว ซึ่งสังคมได้เฝ้าติดตามการไต่สวนทั้งประเด็นข้อกฎหมายว่าชอบหรือไม่ชอบและอีก 4 ประเด็นที่เป็นข้อเท็จจริงและรายละเอียดของคดีที่มีการกล่าวหากัน กระทั่งมีคลิปและมีขบวนการทำลายความน่าเชื่อถือของศาลออกมาเป็นระยะ จนทำให้สังคมบางส่วนแคลงใจ วิธีการไต่สวนแบบนี้เป็นผลเสียมากกว่าผลดี เพราะอาจจะได้ข้อยุติทางกฎหมาย แต่ข้อเท็จจริงของคดีความไม่ได้ข้อยุติทั้งที่ศาลไต่สวนไปแล้วด้วย ปล่อยให้สังคมวิพากษ์วิจารณ์หรือตีความกันไปเอง ผู้ที่ถูกพาดพิงในกระบวนการไต่สวน ก็อาจจะตกเป็นจำเลยของสังคมตลอดไป ซ้ำร้ายอาจทำให้ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยฉวยโอกาสเอากรณีนี้ไปเคลื่อนไหวไปทำลายความน่าเชื่อถือของศาลหนักอีก ในทางกลับกันถ้าศาลรัฐธรรมนูญได้แยกการไต่สวนข้อกฎหมายก่อน ถ้าพบว่าคำร้องชอบค่อยไต่สวนข้อเท็จจริง แต่ถ้าพบว่าไม่ชอบก็ยกคำร้องไป ถ้าเป็นแบบนี้เสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็คงน้อยลง

 

“ที่สำคัญประเด็นกรอบระยะเวลา 15วันที่ศาลระบุว่านายทะเบียนพรรคการเมืองต้องนำเดินการสั่งฟ้องนั้นศาลรัฐธรรมนูญยกขึ้นมาวินิจฉัยเองทางพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้นำประเด็นนี้ขึ้นมาต่อสู้ในชั้นไต่สวนแต่อย่างใดน่าเสียดายเมื่อศาลเห็นว่าคำร้องของผู้ร้องมิชอบตามกฎหมายกล่าวคือพ้นระยะเวลาที่กำหนดมาแล้ว ทำให้ประชาชนทั่วไปเลยไม่มีโอกาสได้รับรู้ข้อเท็จจริงว่ากรณีการใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาพรรคการเมือง 29 ล้านบาทมีการยักยอกเกิดขึ้นหรือไม่ แม้ผมจะเคารพคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่บทเรียนครั้งนี้ก็น่าเก็บไปคิดว่า จำเป็นต้องมีการปรับปรุง ขั้นตอนและวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่ กกต.ในฐานะผู้ร้องในคดีนี้ ก็จะต้องรับผิดชอบ เพราะสะท้อนให้เห็นการทำงานที่ไม่โปร่งใส พลิกไปพลิกมา ซึ่งอาจมีคนไปแจ้งความละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ถ้าพบว่ามีเจตนาก็อาจมีความผิดได้เช่นกัน กรณีนี้เป็นบทเรียนซ้ำซากและซ้ำรอยคล้ายกรณีข้อพิพาทที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยกคำร้องเพราะว่าคดีขาดอายุความจนทำให้ประชาชนเสียโอกาส ถึงเวลาที่สังคมไทยคงต้องสังคายนาระบบกฎหมายกันใหม่” นายสุริยะใส กล่าว

“ประยุทธ์” รับสถานการณ์ยังไม่น่าห่วง วอนคนไทยเฝ้าระวัง ลั่นใครป่วนต้องรับผิด ยันทหารไม่แทรกแซงประชาธิปไตย พร้อมดูแลความสงบ ชม “สุเทพ” เก่ง มีความรับผิดชอบสูง บอกถ้าเป็นนายกฯ จะต่อต้านอะไรได้ โต้รัฐจัดอาวุธต่างตอบแทน ยันต้องมีให้ทันสมัย ย้ำยังไม่เคยคิดปฏิวัติ ลั่นใช้กฎหมายจัดการม็อบตีกันแน่ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในช่วงวันที่ 5 ธันวาคมนี้ ว่า ในวันนี้เวลา 13.30 น.จะมีการประชุมกันที่ทำเนียบรัฐบาล โดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานในการประชุม ซึ่งจะมีการเชิญ รมว.กลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผบ.เหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มาประชุมเพื่อทบทวนแผนการเตรียมการรักษาความปลอดภัยระหว่างวันที่ 1-9 ธันวาคม นี้ ซึ่งคงจะต้องดูในละเอียด เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย ทั้งพื้นที่ทางบกและทางน้ำ ทั้งนี้ ในส่วนกองทัพบกเรามีแผนเผชิญเหตุตลอดเวลา ว่า เราจะใช้กำลังขนาดไหน อย่างไร ซึ่งเราจะมีการจัดกำลังทหารร่วมกับกำลังตำรวจอยู่ว่า หากเหตุการณ์ถึงขั้นนี้จะใช้กำลังเท่าไร

“ขณะนี้ยังไม่น่าห่วง เพราะประชาชนส่วนใหญ่น่าจะเข้าใจสถานการณ์ในวันนี้ ว่า เราควรให้มันไปทางไหน วันนี้เราต้องฟังกระบวนการยุติธรรม ว่า เขาตัดสินอย่างไร และต้องไปแก้ไขในระบอบประชาธิปไตย ส่วนเราดูแลความสงบเรียบร้อย ขอร้องว่า ไม่ว่าผลออกมาอย่างไร อยากให้คนไทยทุกคนช่วยกันเฝ้าระวัง และดูแลว่า กระบวนการประชาธิปไตยต้องมีการแก้ไข ปรับปรุงตลอดเวลาตามกฎหมาย ไม่ต้องกังวลว่า เกิดอย่างนี้แล้วจะเป็นอย่างไร หากเราคิดไปเรื่อยๆ จะเห็นแต่ความน่าเป็นห่วง ทำให้ประเทศชาติเกิดความไม่มั่นคง ที่สำคัญ ความเข้าใจของประเทศรอบบ้านและประชาคมโลกจะเข้าใจเราไปในทางที่ไม่ถูกต้อง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 

เมื่อถามว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เคยระบุว่า จะเลือกยุบสภามากกว่าการปฏิวัติ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ท่านพูดไปตามที่นักข่าวถาม บางครั้งตนก็ตอบคำถามสื่อตามที่สื่อถาม และบางทีไปเข้าล็อคพอดี ส่วนการทุจริตคอรัปชั่นต้องดำเนินคดีไปตามขั้นตอน ซึ่งขณะนี้เป็นคดีกันอยู่

กองทัพเข้มแข็งพอที่จะดำเนินการกับกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนคิดว่า กองทัพแข็งแรงมานานแล้ว ใครบอกว่า กองทัพไม่แข็งแรง ถามว่า กองทัพจะใช้ความรุนแรงได้หรือไม่ ใช้กำลัง ใช้ปืนมาปราบปรามหรือ เพราะทุกคนเป็นคนไทยด้วยกัน เมื่อถามว่า เกรงหรือไม่ว่า ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามว่า เขามีการใช้อาวุธหรือไม่ ถ้ามีใครใช้อาวุธจะต้องมีกฎหมายออกมาดำเนินการ เราไม่ได้มุ่งหวังหรือสั่งการให้ใช้อาวุธเพื่อทำร้ายประชาชน และ ผู้กระทำไม่ได้ปฏิบัติว่า ยิงคนตาย ดังนั้นปล่อยให้มีการสืบสวนกันไปตามกระบวนการทางกฎหมาย อย่าเพิ่งไปวิจารณ์ว่า ใครทำ เรื่องนี้ต้องสอบสวนให้ได้ เมื่อถามว่า วันนี้ท่านจะวางตัวอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนวางตัวอยู่บนสองขาของตนเองไม่ได้ไปไหน

เรียบเรียง สิทธิศักดิ์

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : ข่าวการเมือง

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com