พัทยาเดลีนิวส์

10 เมษายน 2550 :: 10:04:32 am 13199

ปตท. จับมือ ไทยจีน ประชุมการลงทุนน้ำมันอาเซียน ปตท.2007

ปตท. และ สมาคมส่งเสริมเศรษฐกิจไทยจีน จัดการประชุมสัมมนา ที่รร.แอมบาสเดอร์ เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับ ปิโตรเคมี น้ำมันดิบ ยางมะตอย ตลาดความต้องการและกำลังผลิตภายในประเทศ ภายในงานยังมีการลงนามระหว่าง บริษัทยักษ์ใหญ่หลายบริษัท
สนใจโฆษณา

วันที่ 9 เมษายน50 เวลา 9.00 น. ที่โรงแรมแอมบาสเดอร์ซิตี้จอมเทียนพัทยา จ ชลบุรี ปตท. 2007 ไทยจีนสานความสัมพันธ์ร่วมการสัมมนาเรื่องธุรกิจการลงทุนค้าน้ำมัน โดยความร่วมมือระหว่างสมาคมส่งเสริมเศรษฐกิจไทยจีน โดยนายสมชัย แซ่เตียว นายกสมาคมส่งเสริมเศรษฐกิจไทยจีน ประธานคณะกรรมการจัดงาน ,นายกร ทัพพะรังสี อดีตรองนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการจัดงานอาเซียน ปตท. 2007 โดยมีนายรณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยาพร้อมด้วยนายเรวัต ผลลูกอินทร์ รองนายก อบจ.ชลบุรี ร่วมให้การต้อนรับคณะนักธุรกิจจีนและจากต่างประเทศในแถบอาเซียนจำนวน 24 ประเทศร่วมสัมมนาในความร่วมมือครั้งนี้

นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ รมต.กระทรวงพลังงาน กล่าวว่า สาระสำคัญในการประชุมสัมมนาดังกล่าวคือการค้าเศรษฐกิจตลาดน้ำมันมีผลกระทบต่อปัจจัยทางเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งตลาดของแหล่งพลังงานมีความมั่นคง จะต้องเป็นเขตการค้าเสรี เพื่อผลักดันให้รับรู้ในเรื่องของความเจริญรุ่งเรือง ซึ่งมีผู้ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับปิโตรเคมี ที่เข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้จะได้ปรึกษาหารือเกี่ยวกับปิโตรเคมี น้ำมันดิบ ยางมะตอย ตลาดความต้องการและกำลังผลิต

ด้านนายเทวิน หวังวานิช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย จำกัด(ปตท.) เปิดเผยเกี่ยวกับแนวทางมาตรการแผนงานของ ปตท. ในความร่วมมือของนักธุรกิจชาวจีนที่ได้มาลงทุนที่ประเทศไทย ถือเป็นการลงทุนที่ดีซึ่งเป็นนโยบายหลักของทั้ง 2 ประเทศ ในด้านพลังงาน น้ำมัน ไฟฟ้า ถ่านหิน แร่ปริโตรเคมี ซึ่งประเทศไทยเป็นศูนย์กลางแห่งการลงทุนของเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ ในด้านฐานการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของความสัมพันธ์ไทยจีนที่มีมายาวนานกว่า 32 ปีที่ผ่านมาถึงเป็นความสัมพันธ์อันดี ทางสมาคมส่งเสริมเศรษฐกิจไทยจีนจึงพร้อมจะให้การสนับสนุนในการลงทุนของนักธุรกิจจีนที่มาลงทุนในประเทศไทย

ทั้งนี้ในปัจจุบันธุรกิจการลงทุนเกี่ยวกับปิโตรเลียมในประเทศ ต้องนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศจำนวนกว่า 85 % ดังนั้นเพื่อที่จะเป็นช่องทางให้ลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศโดยรัฐบาลหาแนวทางหันมาใช้วัตถุดิบที่มีในประเทศมาใช้เป็นพลังงานทดแทนน้ำมัน โดยการหันมาใช้ แก๊สโซฮอลล์ คือ น้ำมันเบนซินที่มีเอทานอลผสมอยู่ ซึ่งปัจจุบันผสมในอัตราส่วนร้อยละ 10 เมื่อผสมแล้วสามารถใช้กับเครื่องยนต์ได้ และ อีก 3 ปีข้างหน้าจะทำให้แก๊สโซฮอลล์เป็นที่แพร่หลายในด้านคมนาคมและขยายสถานีจำหน่ายน้ำมันมากขึ้นรวมถึงไบโอดีเซลด้วย ดังนั้นถือเป็นโอกาสดีที่นักธุรกิจจีนจะได้มาลงทุนในเขตการค้าเสรีเพื่อลดกำแพงภาษีในเขตการค้าเสรี พร้อมทั้งความร่วมมือในการลงทุนในด้านต่างๆ ต่อไป

นอกจากนี้ในที่ประชุมยังมีการลงนามระหว่างบริษัท ไชน่า อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และ China Machine-Building International Corporation ร่วมลงนามสัญญาลงทุนในที่ประชุม อีกทั้ง บริษัท ไชน่าลิงค์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัดและบริษัทปักกิ่งเริ่นอินเวสท์กรุ๊ป ร่วมลงนามสัญญาในที่ประชุมอีกด้วย 


เกร็ดในข่าว แก๊สโซฮอล์ คือ การนำเอทานอล ซึ่งเป็นแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ที่ได้จากกระบวน การกลั่นน้ำตาลจากพืชจำพวกแป้งและอ้อย มาผสมในน้ำมันเบนซิน ในอัตราส่วนร้อยละ 10โดยปริมาตร ซึ่งจะได้แก๊สโซฮอล์ที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าเบนซิน แก๊สโซฮอล์ที่เติมเอทานอลในอัตราส่วนไม่เกินร้อยละ 10 จะไม่มีผลในระยะยาวต่อเครื่องยนต์ แต่จะทำให้มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากกว่าเบนซิน ประมาณ ร้อยละ 3-5

Reporter : PDN staff   Photo : PDN staff   Category : ข่าวธุรกิจ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com