พัทยาเดลีนิวส์

26 ธันวาคม 2553 :: 17:12:31 pm 49632

ประชานิยม!ชินวัตร ประชาวิวัฒน์!เวชชาชีวะ

ความฟุ้งซ่าน ทำให้จิตไม่นิ่ง! เมื่อจิตไม่นิ่ง ก็คิดอะไรที่มันตลก แต่ไม่มีคนหัวเราะ เพราะหัวเราะไม่ออก! จะดึง จะถ่วง หรือจะหน่วงเกมอย่างไร ไม่เกิน 1 ปี ก็ต้องมีการเลือกตั้ง ถึงวันนั้น รัฐบาลภายใต้การนำของ”สองคู่ดูโอ้” อภิสิทธิ์ กับ กรณ์ จะบอก ปชช. อย่างไรว่า 2 ปีกว่า ที่ส้มหล่นได้เป็นรัฐบาล มีผลงานอะไรกับเขามั่ง? ง่ายที่สุดคือเอาเงินเข้าล่อ? คิดกันแค่นี้จริงๆ ปีเก่าเหลือเวลาอีกเพียงสัปดาห์เดียว ปีใหม่ก็จะเข้ามาแทนที่ ระวัง…คนไทยลืมง่าย !
สนใจโฆษณา

เส้นทางเดิน ทุกอย่างถูกกำหนดเอาไว้ ที่ปรากฏแห่งสายตา อาทิ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การปล่อยตัวเสื้อแดง การประกาศนโยบายประชาวิวัฒน์ การเคลื่อนไหว ของพรรคการเมืองขนาดเล็ก ที่ประกาศรวมตัวกัน เพื่อสร้างอำนาจการต่อรอง ในการเลือกตั้งที่จะมาถึง การเมืองไทย จึงยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง วนเวียนกับการแย่งชิงอำนาจ รักษาอำนาจ และแสวงหาอำนาจ

แต่สิ่งที่น่ากังวลก็คือ สารพัดปัญหาในปีหน้า ที่ต้องเผชิญ โดยเฉพาะภาวะ ที่ประชาชนจะเดือดร้อน อย่างแน่นอนคือของแพง ต้นทุนในการผลิตสินค้านอกเหนือจากต้นทุนด้านวัตถุดิบแล้วก็มี 3 ประการที่เป็นปัจจัยสำคัญ คือ ดอกเบี้ย น้ำมัน และค่าแรง

ในปีหน้าปัจจัยทั้งหมด ต่างอยู่ในช่วงขาขึ้น สินค้าบางอย่างชนิด อย่างยางพารา ราคาก็แพงสูงสุดในประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่มีการกรีดยางขายกิโลกรัมแรกก็ว่าได้ ในเมื่อสินค้าเกษตรราคาแพง ต้นทุนการดำรงชีพของประชาชนต้องขยับ และสินค้าทุกชนิด ที่ใช้พืชผลการเกษตรเป็นวัตถุดิบก็ต้องปรับราคาเช่นกัน และอย่าไปหวังเลยว่า รัฐบาลจะสามารถทานกระแสราคาสินค้าที่ขยับขึ้นมาได้ เพราะศึกนี้กระหนาบหลายทางนัก

ที่สำคัญคือ กลไกในการดูแลเสถียรภาพราคา ไม่ให้ผู้บริโภคถูกเอาเปรียบ มีประสิทธิภาพ และรับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ได้หรือ คำตอบก็น่าจะเป็นเสียงถอนหายใจยาวๆ หลายกรณีต่างพิสูจน์แล้ว ถึงความ “ไร้น้ำยา” ที่เกิดขึ้น ดังนั้น ปีหน้าปัญหาปากท้องของชาวบ้านแม้จะเป็นเรื่องใหญ่ แต่ทั้งหมด จะไม่ได้รับความสนใจ เท่ากับปากท้องของนักการเมืองใกล้เลือกตั้งแล้ว ต้องรีบยัดๆ เข้าไปก่อนหมดเวลา

ถ้าจับตาสังเกตุให้ดี ก็จะพบว่า นายกอภิสิทธ์ ก็มีเสียงสะท้อนในด้านลบ ออกมาอยู่เนืองๆ ไม่ว่าจะเป็นความไม่ติดดินของนายกฯ และการไม่ทันอกทันใจในการทำงานของประชาชน ไม่นับปัญหาคอรัปชั่นที่พุ่งขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆเหมือนกัน

และต้องยอมรับว่าคะแนนนิยมที่กระเตื้องขึ้นมานั้น คงมีเรื่องนโยบาย ลด แลก แจกงบประมาณในรูปแบบของนโยบายประชาวิวัฒน์เสียมากกว่า แต่สิ่งที่น่าจับตามองก็คือ รัฐบาลอาจเริ่มมาตรการควบคุม คู่แข่งทางการเมือง ด้วยการใช้อำนาจทางกฎหมาย ดำเนินคดีกับผู้ที่เป็นคู่แข่งสำคัญอย่างไร หรือไม่จะต้องจำไว้เป็นอุทธาหรณ์สำหรับรัฐบาลก็คือคำพูดที่ว่า “คนไทยลืมง่าย” หากประชาชน เกิดลืมนโยบายของรัฐบาลที่ทุ่มเทลงไปครั้งนี้ ก่อนวันหย่อนบัตรลงคะแนนเลือกตั้ง ก็นับว่า เป็นอันตรายไม่น้อยเหมือนกัน !

หากเปรียบเทียบนโยบาย “ประชานิยม” สมัยอดีตนายกรัฐมนตรี “ทักษิณ ชินวัตร” กับ “ประชาวิวัฒน์” ของนายกรัฐมนตรี “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” “รัฐบาลทักษิณ” สอนให้ประชาชนรู้จักวิธี “จับปลา” ด้วยตนเอง ในขณะที่ “รัฐบาลอภิสิทธิ์” เอาปลาใส่สุ่มเดินไปแจกให้ประชาชนทุกวี่วัน มันเป็นเรื่องดีเหมือนๆ กัน เพราะประชาชนเป็นผู้ได้รับ ส่วนรัฐบาลเป็นผู้ให้

“แต่ความแตกต่างก็คือ…คนหนึ่งเมื่อไม่มี “ทักษิณ” พวกเขาไม่มีวันอดตาย…แต่กับอีกคนหนึ่งเมื่อขาด “อภิสิทธิ์” พวกเขาต้องอดตาย…เพราะหาอาหารเองไม่เป็น “รัฐบาลประชาธิปัตย์” กำลังฆ่าประชาชนของพวกเขาด้วยวิธีทางอ้อม ซึ่งนายกฯ อภิสิทธิ์ เองก็รู้ แต่ต้องทำ เพราะความกินดีอยู่ดีของ “พรรคพวก” ถือเป็นเรื่องสำคัญยิ่งใหญ่กว่าความเป็นอยู่ของ “ประชาชน” คิดแต่หาเสียงแล้วทิ้งภาระให้รัฐบาลต่อไป…ขี้เยี่ยวตัวเองไม่เช็ด…ไม่เก็บกวาด”

“สำหรับประเทศนี้…ระหว่าง “ประชาชน” กับ “นักการเมือง” ใครกันที่ “วิวัฒน์” ก้าวขึ้นมาสู่ความเป็นบุคคล ผู้มีอันจะกิน พวกท่านต้องตอบคำถามตัวเองให้ได้ว่า ตั้งแต่ขึ้นมาเป็นรัฐบาล พวกท่านคิดดี แต่ไม่เคยทำได้ ขนาดไปลอกการบ้านเขา ตัวเองยังลอกมาแบบผิดๆ ไม่มีหรอกคำว่า “วิวัฒน์” บ้าบอคอแตก มีแต่ประชาชนเท่านั้นที่ “วิบัติ” เพราะมีแต่คนจนกับโคตรจน! เดี๋ยวนี้ใครบอกประเทศไทยมี่ 2 มาตรฐานเชยแล้ว เพราะวันนี้ประเทศไทย มีแต่มาตรฐานเดียวเท่านั้นคือ พวกกูยังไงก็ถูก พวงมึงยังไงก็ผิด”

สุดท้าย!!ไม่ว่าโลกใบนี้มันจะแตกเมื่อไหร่? ตอนไหน? แต่ยังไงๆ มันได้กลายเป็น โลกที่ไม่เหมือนเดิม อย่างเห็นได้ชัดเจนโดยมิอาจปฏิเสธ! อะไรก็ตามที่มันเป็นไปในแบบเดิมๆ แบบซ้ำๆ ซากๆ แม้นว่ามันอาจ ช่วยต่อเวลาหายใจ ออกไปอีกซักฟืด ซักเฮือก แต่อย่าถึงกับไปติดอก ติดใจ หวังแต่จะโผล่ ขึ้นมาสูดอากาศ จนเกล็ดเหี่ยว เกล็ดแห้ง หาทางกลับลงน้ำกันไม่เจอ โดยเฉพาะในช่วงที่เรียกๆ กันว่า ระยะผ่าน นั้น มันคงไม่ได้หมายถึง การผ่านมาผ่านไป ปล่อยให้แต่ละสิ่ งแต่ละอย่าง ผ่านหน้าผ่านตาโดยไม่คิดจะทำอะไรเลย เพราะถ้าไม่ได้มีการวางรากฐานเอาไว้ ให้กับย่างก้าวใหม่ๆ วิถีทางใหม่ๆ ภายใต้สถานการณ์ใหม่ๆ อย่างจริงจังแล้วล่ะก็…”ถึงโลกไม่แตก แต่ประเทศไทยอาจจะแตก จนหาชิ้นส่วนไม่เจอเอาเลย ก็ไม่แน่” ?

เรียบเรียง สิทธิศักดิ์

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : สังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com