พัทยาเดลีนิวส์

12 มกราคม 2554 :: 17:01:21 pm 51134

ประทับใจสุดๆ “ฮักเมืองน่าน น่านน่าฮัก”

หลังจากที่เราได้ตัดสินใจจะร่วมบริจาคของที่หมู่บ้านห่างทางหลวง การเดินทางก็ได้เริ่มขึ้น จากพัทยาสู่ จังหวัดน่าน เมืองที่คนไปต้องตั้งใจไปจริงๆ (เพราะไม่ใช่ทางผ่าน ของจังหวัดใดๆ) เราใช้เวลาเดินทางจากพัทยาถึงน่านโดยต้องไปต่อรถที่ หมอชิตกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางจนถึงน่านเป็นเวลา 10 ชั่วโมง นั่งกันจนเมื่อยเลยทีเดียว
สนใจโฆษณา

การเดินทางขึ้นเขา เพื่อไปหมู่บ้านห่างทางหลวงได้เริ่มขึ้นเมื่อคณะบัณฑิตวิทยาลัย ร่วมกับสโมสรนิสิตบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก เดินทางมาถึง จ.น่าน เราก็ออกเดินทางกันเลย เส้นทางจากตัวเมืองน่านไปหมู่บ้านห่างทางหลวง ต.ภูฟ้า อ.บ่อเกลือ จ.น่าน เป็นเส้นทางที่ห่างทางหลวงสมชื่อค่ะ แถมยังทรหดพอสมควรทำให้คนไม่เมารถ เมารถได้แบบว่ามึนกันไปเลยทีเดียว เส้นทางขึ้นไปมีแต่ทางโค้งต่อๆกันไปมากมาย แล้วยังลาดชันอีกต่างหาก คนไม่ชินทางต้องขัยรถกันอย่างระมัดระวัง เราขับรถกันมาได้ครึ่งทางก็แวะชมวิวกันที่จุดชมวิว และแวะดูต้นชมพูภูคาที่ใกล้จะสูญพันธ์แล้ว จุดแวะชมวิวสวยงามมากเห็นทิวทัศน์ป่าเขา พอมองขึ้นไปบนยอดเขา ทำเอาเราตื่นเต้นมาก นั่นมันทะเลหมอกนี่นา เห็นอย่างนี้แล้วอยากจะรีบขึ้นไปให้ถึงข้างบนเร็วๆ หลังจากที่เราพักชมวิวกันจนพอใจ ก็เริ่มออกเดินทางกันต่อ เส้นทางอีกครึ่งทางที่เหลือไม่ต่างจากครึ่งแรกแม้แต่น้อย โดนเหวี่ยงซะจนคิดว่ากำลังเล่นไวกิ้งอยู่ โชคดีที่เราเปิดกระจกรับลมหนาวจากธรรมชาติ ทำให้อาการเมาโค้งทุเลาลงไปบ้าง

หลังจากเมาโค้งได้ที่ เราก็มาถึงโรงเรียนห่างทางหลวง ใช้เวลาเดินทางทั้งสิ้น 3 ชั่วโมงนิดๆ เนื่องจากไม่ชำนาญเส้นทาง ส่วนทางเข้าไปในหมู่บ้านเป็นทางเล็กๆ ที่นี่มีการทำถนนภายในหมู่บ้านแล้ว (อาจจะมาจากเงินบริจาคของผู้ใจบุญ) แต่ไม่ได้ลาดยางมะตอย ทางก็ยังคงเป็นดินแดงอยู่เวลารถวิ่งฝุ่นก็ตลบพอสมควร ทันทีที่ขบวนรถของพวกเราเข้าไปถึงก็มีเด็กๆวิ่งมาให้การต้อนรับ เห็นชาวบ้านรวมทั้งเด็กๆนั่งรอกันเต็มโรงเรียนเลย (เราไปถึงก็เลยเวลาไปมากแล้ว) เราเริ่มทยอยขนของลงจากรถ ผู้ใหญ่บ้านก็เรียกให้ชาวบ้านเข้ามานั่งในศาลาของโรงเรียน ตอนแรกเราก็เป็นห่วงว่าที่นี่จะทำการแจกของยังไงให้ได้กันครบทุกคนไม่ขาดตก ทางผู้ใหญ่บ้านที่นี่ได้ทำการแจกของตามเลขที่บ้าน ซึ่งนั่นทำให้เราสบายใจได้ แต่สำหรับพวกเสื้อผ้าบริจาคคุณครูจะเป็นคนดูว่าเสื้อขนาดนี้เด็กคนไหนจะใส่ได้

ชาวบ้านหมู่บ้านห่างทางหลวงมีการเตรียมโชว์ไว้ให้พวกเราได้ชมกันด้วย โชว์ของเด็กๆ 2 ชุด และอีกชุดที่พิเศษมากเป็นโชว์ที่ผู้ใหญ่ในหมู่บ้านมาแสดงให้เราได้ชมกัน แม้ว่าเสื้อผ้าที่ใส่โชว์จะไม่ได้สวยหรู แต่พวกเขาตั้งใจกันมากดูแล้วก็น่ารักไปอีกแบบค่ะ คุณตา คุณยายและเด็กๆที่นี่น่ารัก ยิ้มง่ายแล้วก็ยิ้มเก่งด้วย แต่ส่วนมากจะขี้อาย คนที่กล้าแสดงออกก็มีแต่ไม่มากเท่าไหร่ สิ่งหนึ่งที่เราไม่เห็นที่นี่ คือเด็กวัยหนุ่มสาว เพราะบางคนไปหางานทำในเมือง หรืออำเภอต่างๆ บางคนไปเรียนโดยไปอาศัยอยู่บ้านญาติ เพราะที่นี่มีเพียงโรงเรียนระดับประถมศึกษาเท่านั้น ในระหว่างที่แจกผ้าห่ม ก็มีอีกส่วนหนึ่งแบ่งไปแจกขนมให้เด็ก (เพราะใกล้จะค่ำแล้ว) โดยให้เด็กๆไปตั้งแถวที่ลานด้านนอก เห็นรอยยิ้มของเด็กๆที่ได้รับขนมพวกเราก็ดีใจไปด้วย พวกเราทุกคนยิ้มออก อาการเมารถที่มีมาหายไปตั้งแต่ตอนไหนไม่แน่ใจ เราเห็นเด็กผู้ชายกลุ่มหนึ่งท่าทางกล้าแสดงออกเลยไปคุยเล่นด้วย แล้วให้เต้นให้ดูหนึ่งเพลงก็มีอาสาสมัครใจกล้า ออกมาเต้นโชว์เรา 2 คน ด้วยเพลงไก่ย่าง (ร้องไม่เหมือนกับเรา) พวกเขาทำให้เราหัวเราะได้

เวลาเริ่มค่ำลงเรื่อยๆ พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า นั่นเป็นสัญญาณที่บอกพวกเราว่า ได้เวลากลับกันแล้ว น่าเสียดายที่ไม่ได้อยู่เห็นวิถีชีวิตของพวกเขา ไม่ได้กินอาหารแบบที่พวกเขากินกัน ไม่ได้นอนแบบที่พวกเขานอนกัน แต่พวกเราต้องทำงานกันต่อจึงจำเป็นต้องกลับไป ถึงแม้ต้องกลับไปแต่เราก็ได้เก็บความประทับใจไปเต็มๆ เก็บไว้ในความทรงจำของเรา ในใจก็ภาวนาว่ามีโอกาสคงได้กลับมาอีก มาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันซักหนึ่งวัน หนึ่งคืน แต่ถ้าได้มาคราวหน้าคงไม่ลืมที่จะพกพวกสิ่งที่ทำให้เราหายเมาโค้งมาด้วย สุดท้ายเราก็สามารถพูดได้เต็มปากว่า “ฮักเมืองน่าน น่านน่าฮัก”

เรื่องโดย : ณัฐนันท์

ภาพโดย : ณัฐนันท์

Reporter : PDN staff   Photo : PDN staff   Category : ไลฟ์สไตล์

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com

sorn

Phu