พัทยาเดลีนิวส์

22 กันยายน 2560 :: 08:09:58 am 209869

ประปาพัทยาเผยสถานการณ์น้ำดิบปีนี้ฉลุย

ประปาพัทยาเผยสถานการณ์น้ำดิบปีนี้ฉลุย หลังพบปริมาณน้ำมีมากกว่า 60 % ขณะที่ในอนาคตเตรียมแผนการรองรับโครงการ EEC กู้ 2,475 ล้านบาท สร้างโรงกรองเพิ่มอ่างหนองปลาไหล จ.ระยอง ผันน้ำ ประปาเข้าสู่ระบบอีกกว่า 1 แสน ลบ.ม./ วัน รวมทั้งการผันน้ำเพิ่มจากจันทบุรีจาก 40 ล้านเป็น 110 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี
สนใจโฆษณา

พัทยา-วันที่ 22 ก.ย. 60 นายสุทัศน์ นุชปาน ผู้จัดการสำนักงานการประปาส่วนภูมิภาคเมืองพัทยา เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำดิบที่อยู่ในความรับผิดชอบที่จะนำมาผลิตเป็นน้ำประปาเพื่อแจกจ่ายให้กับภาคประชาชน อุตสาหกรรม และสถานประกอบการต่างๆในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ว่าสำหรับสถานการณ์น้ำดิบในปี 60 นี้ ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีในรอบหลายปี เนื่องจาก 5 อ่างหลัก ได้แก่ อ่างหนองกลางดง ห้วยขุนจิต ห้วยสะพาน มาบประชัน และชากนอก ซึ่งมีปริมาณน้ำรวมกว่า 40 ล้าน ลบ.ม.นั้น ปัจจุบันมีปริมาณน้ำดิบแล้วกว่า 60 % หรือประมาณ 25 ล้าน ลบ.ม. ทั้งนี้เนื่องจากมีฝนตกชุกในช่วงก่อนเข้าสู่ฤดูฝน ซึ่งจะมาตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม ขณะที่ช่วงฤดูฝนนี้ก็คาดว่าจะได้น้ำดิบเพิ่มอีกจำนวนมาก จึงถือว่าเพียงพอและไม่มีปัญหาการขาดแคลนแน่นอน

 

อย่างไรก็ตามจากปริมาณน้ำดิบที่มีอย่างเพียงพอ แต่การประปาส่วนภูมิภาคก็ยังไม่ได้ผันน้ำจาก 5 อ่างหลักมาผลิตน้ำประปาเพราะต้องการกักเก็บไว้ให้เต็มประสิทธิภาพ แต่ได้ผันน้ำจากท่อที่ต่อเชื่อมมาจากคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต ของ จ.ฉะเชิงเทรา รวมทั้งอ่างเก็บน้ำบางพระ อ.ศรีราชา ซึ่งปีนี้ถือเป็นปริมาณน้ำมากที่สุดในรอบ 10 ปี ที่มีสัดส่วนถึง 80 % ของความจุ จนต้องมีการระบายน้ำทิ้งลงทะเลสู่ทะเลวันละ 5 แสน ลบ.ม. รวมทั้งการผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล จ.ระยอง ที่ต่อเชื่อมมาจากอ่างปะแสร์ จ.จันทบุรี ที่มีปริมาณน้ำล้นทิ้งทุกปีอีกกว่า 40 ล้าน ลบ.ม./ปี ตามโควตา ซึ่งแผนการสูบน้ำจากนอกพื้นที่นั้นแม้จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น แต่ก็ต้องดำเนินการเพื่อให้สถานการณ์น้ำของเมืองพัทยา มีความเสถียรภาพและลดปัญหาการขาดแคลน ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณการใช้อยู่ที่วันละประมาณ 1.8 แสน ลบ.ม. ซึ่งจะแยกออกเป็นการใช้เพื่ออุปโภค บริโภค 1.4 แสน ลบ.ม. และปริมาณน้ำสูญเสียจากท่อแตก ท่อรั่วอีกประมาณ 25 % หรือประมาณ 2 แสน ลบ.ม. รวมทั้งการส่งไปสนับสนุนในพื้นที่แหลมฉบังอีก 3 หมื่น ลบ.ม./วัน

 

นายสุทัศน์ กล่าวต่อไปว่าปัจจุบันสถานการณ์น้ำดิบ และการผลิตเพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนและภาคอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวนั้นถือว่าไม่ปัญหา แต่ด้วยการที่รัฐบาลมีแผนดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ซึ่งจะมีการส่งเสริมการลงทุนในการหลายด้าน รวมทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และระบบโลจิสติกส์อย่างสมบูรณ์แบบ ก็จะทำให้ปริมาณการใช้น้ำเพิ่มสูงขึ้นแน่นอน ซึ่งคาดการณ์ไว้ว่าจะมีการใช้น้ำประปาเพิ่มสูงขึ้นอีก 1 เท่าตัว หรือวันละกว่า 3.5-4 แสน ลบ.ม./วัน กรณีดังกล่าวทางการประปาส่วนภูมิภาคจึงได้ทำการกู้เงินจากรัฐบาลจำนวน 2,475 ล้านบาท เพื่อมาดำเนินการก่อสร้างโรงกรองน้ำใหม่ บริเวณริมอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล จ.ระยอง ซึ่งจะสามารถผลิตน้ำ ประปาเพิ่มได้อีก 1 แสน ลบ.ม./วัน ก่อนส่งต่อมายังเมืองพัทยาเพื่อใช้ในการอุปโภค บริโภค โดยโครงการนี้ปัจจุบันได้รับการอนุมัติงบประมาณแล้ว และอยู่ในขั้นตอนของการจัดซื้อ จัดจ้าง ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการประมาณ 2 ปี จึงจะแล้วเสร็จ

 

นอกจากนี้ยังได้ลงนามความร่วมมือกับกรมชลประทานในการสูบน้ำเพิ่มเติมจากคลองวังโตนด ในจังหวัดจันทบุรี เพื่อสูบน้ำดิบจากคลองส่งมาใช้อีกปีละ 70 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งจะทำให้มีปริมาณการสูบน้ำจากจันทบุรีมายังเมืองพัทยาเพิ่มขึ้นจาก 40 ล้าน ลบ.ม.เป็น 110 ล้าน ลบ.ม.ในอนาคต รวมถึงแผนการเสริมสปริงเวย์รอบอ่างเก็บน้ำมาบประชัน เพื่อเพิ่มความสามารถในการกักเก็บน้ำจากเดิมที่มีความจุ 16.8 ล้าน ลบ.ม.เป็น 17.6 ล้าน ลบ.ม.ในปี 2562-2663 อีกด้วย ซึ่งโครงการทั้งหมดนี้จะทำให้ปัญหาการขาดแคลนน้ำและการรองรับการพัฒนาตามโครงการ EEC เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพแน่นอน

Reporter : ธนทรัพย์   Photo : ธนทรัพย์   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com