พัทยาเดลีนิวส์

11 สิงหาคม 2551 :: 10:08:11 am 39056

ประภาวดี ทุบสถิติคว้าทองยกน้ำหนักโอลิมปิก

น้องเก๋ ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล คว้าเหรียญทองแรกให้ทัพนักกีฬาไทยใน ปักกิ่งเกมส์ จากยกน้ำหนักรุ่น 53 กก.หญิงป้องกันแชมป์ให้ประเทศไทยสำเร็จ เจ้าตัวรับเป็นเหรียญทองที่รอคอยมานาน ขอถวายแด่ ราชินี ฉลองวันแม่ พระเทพฯ พระราชทานช่อดอกไม้แสดงความยินดีในความสำเร็จ
สนใจโฆษณา

ปักกิ่ง – วานนี้ (10 ส.ค. 51 )ศึกยกน้ำหนัก “ปักกิ่งเกมส์” มีชิงกัน 2 เหรียญทอง โดยเริ่มเวลา 14.30 น. ในรุ่น 53 กก.หญิง ที่เมื่อ 4 ปีก่อน “น้องอร สู้โว้ย” อุดมพร พลศักดิ์ คว้าเหรียญทองมาครองได้สำเร็จ ในครั้งนี้ไทยส่ง “น้องเก๋” ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล นักยกน้ำหนักสาวจาก “เมืองปากน้ำโพ” นครสวรรค์ ลงสนามชิงชัย โดยเจอกับคู่แข่งขันอีก 9 คน

เริ่มการแข่งขันด้วยท่าสแนทช์ ซึ่ง ประภาวดี เรียกน้ำหนักในครั้งแรกที่ 92 กิโลกรัม และก็ผ่านไปได้แบบสบายๆ ขณะที่ตัวเต็งในรุ่นนี้อย่าง ยูน จินฮี จากเกาหลีใต้ เรียกน้ำหนักครั้งแรกที่ 94 กิโลกรัม ซึ่งก็ผ่านไปแบบไร้ปัญหาเช่นกัน ด้าน นาสตาสเซีย โนวิกาวา ตัวเต็งอีกรายจาก เบลารุส เรียกน้ำหนักครั้งแรกที่ 92 กิโลกรัม และก็ทำสำเร็จ

สำหรับการยกในครั้งที่ 2 สาวไทยเรียกน้ำหนักที่ 95 กิโลกรัม ก่อนออกมายกผ่านไปได้ แต่ ยูน จินฮี คู่แข่งกลับเรียกน้ำหนักครั้งที่ 2 ไปที่ 97 กิโลกรัม ทว่า ยกไม่ผ่าน ส่วน โนวิกาวา เรียกน้ำหนักที่ 95 กิโลกรัม และก็ผ่านมาได้เช่นกัน

ขณะที่การยกครั้งที่ 3 ของ ประภาวดี เรียกน้ำหนักที่ 97 กิโลกรัม แต่กลับยกไม่ผ่าน ส่วน จินฮี นั้นยกครั้งที่ 3 ที่น้ำหนัก 97 กิโลกรัม แต่ก็ยังไม่ผ่านอีกครั้ง ทำให้สาวแดนโสมยกในท่านี้ได้สถิติ 94 กิโลกรัม ด้าน โนวิกาวา ที่เรียกน้ำหนัก 97 กิโลกรัม ก็ยกไม่ผ่านเช่นกัน ทำให้ท่าสแนทช์ ?น้องเก๋? ทำได้ 95 กิโลกรัม เท่ากับจอมพลังสาวจากเบลารุส ทว่า น้ำหนักตัวของสาวไทยน้อยกว่า จึงได้เป็นผู้นำในการยกน้ำหนักท่าสแนทช์

กลับมายกกันต่อในท่าคลีนแอนด์เจิร์ก โนวิกาวา เรียกเหล็กที่ 116 กิโลกรัม ทว่ายกไม่ผ่านในครั้งแรก โดยการตัดสินจากผู้ตัดสิน 2 ใน 3 แต่ก็มายกได้ในครั้งที่ 2 ขณะที่ ยูน จินฮี เรียกน้ำหนักครั้งแรกในท่านี้ที่ 116 กิโลกรัมเท่ากัน แต่ยกผ่านไปได้ ส่วนครั้งที่ 2 จินฮี เรียก 118 กิโลกรัม และก็ยกผ่านได้อีก มาถึงการยกในครั้งสุดท้ายสาวแดนโสมเรียกน้ำหนักที่ 119 กิโลกรัม และก็สามารถยกผ่านได้

 

ขณะที่ น้องเก๋ ออกมายกครั้งแรกที่ 120 กิโลกรัม และก็ผ่านได้แบบไม่น่าเป็นห่วงเลย พร้อมกับคว้าเหรียญทองมาครองได้เมื่อมีน้ำหนักรวมที่ยกได้เหนือกว่าคู่แข่งทุกคน อย่างไรก็ตาม จอมพลังสาวไทยเหลือการยกน้ำหนักอีก 2 ครั้ง โดยครั้งที่ 2 ยกได้ 126 กิโลกรัม พร้อมกับทำลายสถิติโอลิมปิกท่าคลีนแอนด์เจิร์กที่ 121 กิโลกรัมไปแล้ว ส่วนครั้งที่ 3 ยกที่ 130 กิโลกรัม แต่ก็ไม่สำเร็จ

ส่งผลให้ ประภาวดี คว้าเหรียญทองไปครองด้วยน้ำหนักรวม 221 กิโลกรัม (สแนทช์ 95 กิโลกรัม, คลีนแอนด์เจิร์ก 126 กิโลกรัม) ส่วนเหรียญเงินตกเป็นของ ยูน จินฮี จากเกาหลีใต้ ทำน้ำหนักรวม 213 กิโลกรัม (สแนทช์ 94 กิโลกรัม, คลีนแอนด์เจิร์ก 119 กิโลกรัม) ขณะที่เหรียญทองแดงเป็นของ นาสตาสเซีย โนวิกาวา จาก เบลารุส ที่ทำน้ำหนักรวมได้ 213 กิโลกรัม เท่ากับสาวเกาหลี แต่ได้อันดับ 3 เพราะน้ำหนักตัวมากกว่า (สแนทช์ 95 กิโลกรัม, คลีนแอนด์เจิร์ก 118 กิโลกรัม)

ด้านจังหวัดนครสวรรค์ เตรียมงานต้อนรับสาวยกน้ำหนักโอลิมปิกเหรียญทอง ?ประภาวดี? อย่างสมเกียรติ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ ขณะที่พ่อแม่สุดปลื้ม เผยเหรียญทองเป็นความหวังสูงสุดของลูก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำรัสสั่งให้เลขาธิการประจำพระองค์ติดต่อไปยังสถานทูตไทยในกรุงปักกิ่ง นำช่อดอกไม้พระราชทานแก่ “น้องเก๋” เพื่อทรงแสดงความยินดีในความสำเร็จครั้งนี้

ขณะที่ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะโทรศัพท์ไปแสดงความยินดีกับ”น้องเก๋” โดยคำแรกที่จะพูดด้วยก็คือ “ขอแสดงความยินดีที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย”

ประวัติน้องเก๋ เกิดเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2529 ที่โรงพยาบาลแม่และเด็ก จ.นครสวรรค์ มีพี่น้องทั้งหมด 4 คน น้องเก๋เป็นบุตรคนแรก เริ่มเรียนชั้นอนุบาลถึง ป. 6 ที่โรงเรียนทวีศึกษา ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนเซ้นต์แอนด์แมรี่ เรียนต่อชั้น ม. 1- ม. 6 ที่โรงเรียนสตรีนครสวรรค์ ระดับปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยนอร์ทเชียงใหม่ รับปริญญาบัตรเมื่อ พศ. 2551 และกำลังศึกษาต่อปริญญาโท ที่เดิม

น้องคนที่สองคือนางสาวธันย์นิชา อายุ 15 ปี เริ่มเล่นกีฬายกน้ำหนักตามพี่สาวตั้งแต่อายุ 9 ขวบ เคยยกน้ำหนักได้เหรียญเงินและเหรียญทองแดงในกีฬาอาชีวศึกษาแห่งประเทศไทย คนที่สามชื่อ ดญ.รัสรินทร์ อายุ 14 ปี เริ่มเล่นกีฬาตั้งแต่ชั้น ป. 2 ถึง ม. 1 ต่อมาป่วยแพทย์จึงห้ามเล่น คนที่สี่ ดช.อธิปัตย์ อายุ 6 ขวบ

สำหรับน้องเก๋ เริ่มเล่นกีฬายกน้ำหนักตั้งแต่เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ตั้งแต่เรียนที่โรงเรียนทวีศึกษา ฝึกซ้อมและแข่งขันที่นครสวรรค์ในนามสโมสรโอบอ้อม มีนายสมควร โอบอ้อม ส.ส.นครสวรรค์ เป็นประธานสโมสร มีผู้ฝึกสอนคนแรกคือนายประทีป แสงน้อย อายุ 62 ปี อดีตนักกีฬายกน้ำหนัก มีฉายาว่าปู่แห่งกีฬายกน้ำหนักของนครสวรรค์ และนายสมชาติ แสงน้อย อายุ 47 ปี ลูกชายของนายประทีป โดยทั้งสองคนพ่อ-ลูกได้ฝึกน้องเก๋เป็นเวลานานถึง 10 ปี

ต่อมาน้องเก๋ย้ายมาอยู่สโมสรถาวรฟาร์ม โดยมีนายภิญโญ นิโรจน์ อดีต รมต.ประจำสำนักนายก เป้นประธานสโมสร มีนายจิตตเกษม เป็นผู้จัดการทีม ต่อจากนั้นน้องเก๋ได้ย้ายไปอยู่ที่เชียงใหม่เพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาตรี-โท และน้องเก๋เป็นแชมป์กีฬายกน้ำหนักเยาวชนโลกเมื่ออายุได้ 18 ปี

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : ข่าวกีฬา

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com