พัทยาเดลีนิวส์

07 มิถุนายน 2553 :: 14:06:31 pm 21906

“ประมวล” โทร.โวยปรับครม.ข้ามประเทศ

"ประมวล เอมเปีย" โทรข้ามประเทศ โวยปรับครม.ไม่ให้โควตากลุ่มตะวันออก จวกใช้ยุทธศาสตร์พวกพ้อง ขณะที่ส.ส.กทม.-ภาคกลาง วิจารณ์หึ่ง ไม่ดูสัดส่วนส.ส.กับรมต.
สนใจโฆษณา

ชลบุรี – วานนี้ (6 มิ.ย. 53) นสพ.ไทยรัฐ รายงาน นายประมวล เอมเปีย ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ หนึ่งในกลุ่มส.ส.ภาคตะวันออก ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางไปดูงานที่ประเทศจีน กับคณะของนายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ ร่วมกับกลุ่มส.ส.ภาคกลาง และภาคตะวันออกอีก 24 คน ได้โทรศัพท์ทางไกลให้สัมภาษณ์ถึงการปรับครม. หลังทราบว่านายธีระ สลักเพชร รมว.วัฒนธรรม ซึ่งเป็นรัฐมนตรีในสัดส่วนภาคตะวันออก ถูกปรับออกว่า สาเหตุที่ตนออกมาพูดเพราะมีความจำเป็น ที่แม้จะรู้ว่าออกมาพูดแล้วผู้ใหญ่ในพรรคและเพื่อนส.ส.จะเกลียดขี้หน้าหรือไม่รับฟัง แต่ก็จำเป็นต้องพูด เพราะเรื่องนี้ส.ส.ในกลุ่มภาคตะวันออกต่างวิพากษ์วิจารณ์ แต่ไม่มีใครกล้าพูด

“ตนยืนยันว่าในภาคตะวันออก พรรคประชาธิปัตย์มีส.ส.รวมแล้วว่า 20 คน จำเป็นต้องมีรัฐมนตรีในส่วนของภาคตะวันออกดูแลพื้นที่ หากไม่มีแล้ว ประชาชนจะเข้าใจอย่างไรว่า ส.ส.ที่มีไม่มีใครมีฝีมือหรืออย่างไร เมื่อเอานายธีระออกไป ในฐานะส.ส.ภาคตะวันออก ก็ต้องหาส.ส.คนอื่นในภาคตะวันออกมานั่งแทน แต่นี่กลับไม่มี หรือคนภาคตะวันออกเป็นประชาชนชั้นสอง ส.ส.ทุกคนไมได้ลอยลมมานั่งตำแหน่ง แต่ต่อสู้มาอย่างดุเดือนทั้งนั้น ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ส.ส.ภาคตะวันออกคิด แต่ย้ำว่าทุกคนไม่กล้าพูด” นายประมวล กล่าว

นายประมวล กล่าวต่อว่า หากพูดถึงสัดส่วนและจำนวนส.ส.ในกลุ่มภาคกลาง ซึ่งรวมภาคตะวันออกด้วย เรามีส.ส.มากกว่า 30 เสียง ดังนั้นสัดส่วนรัฐมนตรีก็ควรจะได้ 3 ตำแหน่ง แต่กลับได้แค่ 2 ตำแหน่ง แถมเป็นกระทรวงที่เล็กและไม่มีความสำคัญ จึงไม่เข้าใจว่าการปรับครม.ครั้งนี้ พรรคได้คำนึงถึงยุทธศาสตร์ที่จะขยายฐานเสียงของพรรค และคิดหวังจะให้พรรคเจริญก้าวหน้าต่อไปหรือไม่ ยืนยันว่าสิ่งที่พูดไม่ใช่การทำลาย เพราะปัญหาแต่ละพื้นที่แต่ละภาคแตกต่างกัน ลำพังเพียงนโยบายดี ตัวบุคคลต้องดี และเข้าถึงจิตใจชาวบ้านด้วย หากทำอย่างนี้ ส.ส.ภาคตะวันออก จะเอาคำตอบที่ไหนไปบอกชาวบ้าน นายประมวล กล่าวเพิ่มเติม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังมีความชัดเจนในการปรับครม.ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์แล้วว่า บุคคลใดจะนั่งในกระทรวงใด ส.ส.ของพรรคส่วนใหญ่ ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง และกทม. ต่างจับกลุ่มวิจารณ์ถึงการปรับครม.ครั้งนี้ว่า ค่อนข้างจะผิดฝาผิดตัว ขณะที่ส.ส.กทม และส.ส.ภาคตะวันออกบางส่วน ได้วิจารณ์ถึงการปรับครม.ในสัดส่วนภาคกลางว่า ควรจะเพิ่มตำแหน่งโควตารัฐมนตรีในกลุ่มภาคกลาง เมื่อเปรียบเทียบสัดส่วนส.ส.กับเก้าอี้รัฐมนตรีที่ส.ส.ในกลุ่มภาคกลางมี 30 กว่าคน ต้องได้เก้าอี้รัฐมนตรีอย่างน้อย 3 ที่ โดยให้ 2 เก้าอี้อยู่ในภาคกลาง และอีก 1 เก้าอี้อยู่ในภาคตะวันออก

ส่วนใหญ่เห็นด้วยที่ตั้งนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รองหัวหน้าดูแลภาคกลางมาเป็นรัฐมนตรี เพราะดูแลส.ส.ภาคกลางดีอยู่แล้ว แต่การปรับนายธีระที่เป็นรัฐมนตรีของภาคตะวันออก ทำให้พื้นที่ในภาคตะวันออกเป็นจุดอ่อนที่ไม่มีผู้นำ และไม่เข้าใจว่าเหตุใดผู้ใหญ่ของพรรคจึงตั้งรัฐมนตรีที่มีพื้นที่ติดกันอย่าง จ.เพชรบุรี และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ แทนที่จะกระจายให้ดูแลคุมโซนเพื่อพัฒนาพื้นที่ แต่เมื่อดูถึงตัวบุคคลแล้วก็ถือว่าเหมาะสม เพียงแต่ควรปรับลดโควตารัฐมนตรีในส่วนกทม.ลง เพราะเป็นพื้นที่เฉพาะที่อาศัยเพียงกระแส และไม่ต้องต่อสู้รุนแรง ทั้งอิทธิพลและการซื้อเสียงเช่นต่างจังหวัด

ที่มา ไทยรัฐ

Photo : Internet   Category : ข่าวการเมือง

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com