พัทยาเดลีนิวส์

14 มิถุนายน 2553 :: 16:06:38 pm 22888

ประเทศไทย กับบันทึกเหตุการณ์แผ่นดินไหว

ปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ ที่ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อชีวิต และทรัพย์สินของมนุษย์ได้เป็นบริเวณกว้าง ปัจจุบันพบว่ามีความพยายามอย่างมากในหลายประเทศ ซึ่งได้รับอันตรายจากแผ่นดินไหว ศึกษา และทำความเข้าใจถึงกลไกของการเกิดแผ่นดินไหว เพื่อการพยากรณ์แผ่นดินไหว และทำนายเหตุการณ์ว่า จะเกิดขึ้นเมื่อใด? ที่ไหน?
สนใจโฆษณา

แผ่นดินไหว เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ จากการเคลื่อนที่แบบฉับพลันของแผ่นเปลือกโลก ทำให้เกิดการเคลื่อนตัวของชั้นหินที่อยู่ในระดับความลึกต่าง ๆ กันของผิวโลก เพื่อปรับตัวให้อยู่ในสภาวะสมดุล แต่สามารถก่อให้เกิดความเสียหาย และภัยพิบัติร้ายแรงต่อสิ่งมีชีวิตบนพื้นผิวโลก นักธรณีวิทยาประมาณกันว่าในวันหนึ่ง ๆ จะเกิดแผ่นดินไหวประมาณ 1,000 ครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแผ่นดินไหว ที่มีการสั่นสะเทือนเพียงเบา ๆ คนทั่วไปจะไม่รู้สึกเลยด้วยซ้ำ ส่วนการตรวจวัดแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวนี้ จะถูกบันทึกด้วยเครื่องมือที่เรียกว่า ไซสโมกราฟ

เพราะแผ่นเปลือกโลกแต่ละแผ่นจะมีความหนาต่างกัน ทั้งทางกายภาพและทางเคมี โดยบางแผ่นมีความหนาถึง 70 กิโลเมตร ในขณะที่บางแผ่น เช่น ส่วนที่อยู่ใต้มหาสมุทร จะมีความหนาเพียง 6 กิโลเมตร ดังนั้นเมื่อแผ่นเปลือกโลกเคลื่อนที่แยกออกจากกันหรือชนกัน จะทำให้เกิดการสั่นสะเทือน โดย 90 เปอร์เซ็นของแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น จะเกิดรอบ ๆ มหาสมุทรแปซิฟิก หรือที่รู้จักกันในชื่อ “วงแหวนแห่งไฟ” (Ring of Fire) ส่วนเขตเกิดแผ่นดินไหวอื่น ๆ นอกจากแนววงแหวนแห่งไฟแล้ว มักจะเกิดในบริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ผ่านแถบประเทศแถบยุโรปตอนใต้ เช่น อิตาลี กรีซ จนถึงแถบอนาโตเลีย

แผนดินไหวที่จากการกระทำของมนุษย์ เช่น การสร้างเขื่อนและอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งอาจพบปัญหาการเกิดแผ่นดินไหวในบริเวณใกล้เคียง เนื่องจากน้ำหนักของน้ำในเขื่อนกระตุ้นให้เกิดการปลดปล่อยพลังงาน รวมทั้งทำให้แรงดันของน้ำเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดพลังงานต้านทานที่สะสมตัวในชั้นหิน เราเรียกแผ่นดินไหวลักษณะนี้ว่า แผ่นดินไหวท้องถิ่น ส่วนมากจะมีศูนย์กลางอยู่ที่ระดับความลึก 5-10 กิโลเมตร ขนาดและความถี่ของการเกิดแผ่นดินไหวจะลดลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งเข้าสู่ภาวะปกติ รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในลักษณะเช่นนี้ เคยมีที่ความรุนแรงครั้งหนึ่ง ในประเทศอินเดีย เมื่อ พ.ศ. 2508 ซึ่งมีขนาดถึง 6.5 ริกเตอร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 180 คน นอกจากนี้การกระทำจากมนุษย์ เช่น การทดลองระเบิดนิวเคลียร์ใต้ดิน ก่อให้เกิดความสั่นสะเทือนจากการทดลองระเบิด กระทบต่อชั้นหินที่อยู่ใต้เปลือกโลกได้ แต่ความรุนแรงยังคงน้อยกว่าการเกิดแผ่นดินไหวตามธรรมชาติ

ค่าความสั่นสะเทือนใกล้ศูนย์กลาง และความรุนแรงจากแผ่นดินไหวมีด้วยกันหลายระดับ เริ่มตั้งแต่ระดับ 1-2.9 ริกเตอร์ ส่งผลให้ผู้คนเริ่มรู้สึกถึงการมาของคลื่น มีอาการวิงเวียนเพียงเล็กน้อยในบางคน ส่วนระดับ 4.0 ริกเตอร์ขึ้นมา ถือเป็นระดับปานกลาง ผู้ที่อาศัยอยู่ทั้งภายในอาคาร และนอกอาคาร รู้สึกได้ถึงการสั่นสะเทือน ส่วนระดับที่รุนแรงสูงสุดคือตั้งแต่ 7.0 ริกเตอร์ขึ้นไป ความรุนแรงระดับนี้ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนที่ส่งผลทำให้อาคาร บ้านเรือน และสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง แผ่นดินแยกตัวออกจากกัน คล้ายดังฉากบางส่วนจากภาพยนต์เรื่อง “2012 วันสิ้นโลก” ที่ใครที่เคยได้ชม คงจะจำกันได้เป็นอย่างดี

ซึงถ้าบริเวณใด เคยเกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง ก็ย่อมเกิดขึ้นซ้ำขึ้นได้อีก และถ้าสถานที่นั้นเคยเกิดแผ่นดินไหวขนาดรุนแรง ก็ย่อมมีโอกาสเกิดความรุนแรงซ้ำขึ้นอีกเช่นกัน นอกจากนี้บริเวณที่มีภูเขาไฟระเบิดมักจะเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวขึ้นก่อนหรือหลังภูเขาไฟระเบิดได้อีกด้วย ในประเทศไทย ข้อมูลจากกรมทรัพยากรธรณี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 ระบุว่า การเกิดแผ่นดินไหวในประเทศไทยมีการเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา แต่มีขนาดเล็กมากจนไม่รู้สึกว่ามีแผ่นดินไหวเกิดขึ้น ระดับความรุนแรงที่วัดได้ตั้งแต่ 5 ริกเตอร์ขึ้นไป เริ่มตรวจพบตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 ที่บริเวณพรมแดนลาว-พม่า ห่างจาก จ.เชียงราย ประเทศไทย ไปประมาณ 95 กิโลเมตร พบระดับระดับความรุนแรงถึง 6.1 ริกเตอร์ ซึ่งศูนย์กลางแผ่นดินไหวในประเทศไทย จึงมักเกิดขึ้นบริเวณจังหวัดภาคเหนือเป็นส่วนใหญ่ อย่างที่ อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ วันที่ 21 ธ.ค. 2538 ระดับ 5.2 ริกเตอร์ มีผู้เสียชีวิต 1 คน เพราะล้มศีรษะกระแทกพื้น ส่วนล่าสุดเมื่อเวลา 15.19 น. ของวันที่ 13 มิ.ย. พ.ศ. 2553 ระดับ 3.7 ริกเตอร์ จุดศูนย์กลางอยู่ที่บริเวณ ต.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี อยู่ห่างจากสันเขื่อนศรีนครินทร์ไปประมาณ 20 กิโลเมตร ส่งผลให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน

ปรากฏการณ์แผ่นดินไหวครั้งร้ายแรง ที่เกิดขึ้นในที่ต่าง ๆ ของโลก และในประเทศไทยเองดูจะกระตุ้นให้คนไทยหันมาสนใจ เรื่องราวข่าวสารเกี่ยวกับแผ่นดินไหวกันอีกครั้ง อาจฟังดูเป็นเรื่องดี ถ้าความตื่นตัวครั้งนี้จะไม่มาพร้อมกับกระแสโลกแตก น้ำท่วมโลก ตลอดจนภัยพิบัติร้ายแรง จากความเชื่อของการทำนายบางส่วน ที่เมื่อดาวนพเคราะห์เรียงตัวกันเป็นรูปไม้กางเขน โดยที่ความตื่นตระหนกของคนไทย มักอยู่ห่างไกลจากพื้นฐานความเป็นจริง ขาดความตระหนักรู้ ทั้งยังสามารถลืมเลือนความรู้สึก ตลอดจนเหตุการณ์ร้ายแรงใด ๆ ไปได้ง่าย เพียงเมื่อเวลาผ่านไป อีกไม่นานเรื่องโลกแตก น้ำท่วมโลก คงหายไปจากความคิด และแผ่นดินไหว ก็คงถูกนับเป็นเรื่องไกลตัวเช่นที่ผ่านมา แม้ว่าประเทศไทยจะตั้งอยู่บนผืนแผ่นดินที่มั่นคง และห่างจากขอบของแผ่นเปลือกโลกพอสมควร จนยากที่จะพบกับหายนะ จากแผ่นดินไหว ที่รุนแรง แต่เราอาจลืมไปว่า ความประมาท ก็เป็นที่มาของหายนะเช่นกัน คงต้องใช้เวลาอีกนานกว่าที่เราจะได้ตระหนักว่า ความเสี่ยงเหล่านี้ แอบแฝงอยู่กับเราตลอดเวลา และอาจเรียกร้องค่าตอบแทนราคาแพง ในวันใดวันหนึ่งข้างหน้าได้เช่นกัน

Photo : Internet   Category : ไลฟ์สไตล์

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com

โป้ง อินเตอร์