พัทยาเดลีนิวส์

22 สิงหาคม 2553 :: 15:08:06 pm 33797

ปรากฏการณ์ประหลาด น้ำทะเลเขียวที่ชะอำ

เกิดปรากฏการณ์แปลกน้ำทะเลตลอดชายหาดชะอำ กลายเป็นสีเขียวเข้ม แถมมีกลิ่นเหม็นเกิดขึ้นบริเวณชายหาดทะเลชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่ขึ้นชื่อ นักท่องเที่ยวหวาดผวาไม่กล้าลงเล่นน้ำ
สนใจโฆษณา

ชะอำ – วานนี้ (21 ส.ค. 53) ผู้จัดการออนไลน์รายงานว่า ได้เกิดปรากฏการณ์แปลกน้ำทะเลเปลี่ยนจากสีฟ้าใส กลายเป็นสีเขียวเข้ม แถมมีกลิ่นเหม็นเกิดขึ้นบริเวณชายหาดทะเลชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่ขึ้นชื่อ ทำให้วันนี้นักท่องเที่ยวบางตา เนื่องจากความผิดหวังเมื่อเดินทางมาถึง แต่ไม่สามารถลงเล่นน้ำทะเลได้ เนื่องจากน้ำทะเลมีสีเขียวเข้มคล้ายกับสีของตะไคร้น้ำ แม้กระทั่งฟองคลื่นก็เป็นสีเขียว อีกทั้งมีสิ่งสกปรกจำพวกเมล็ดพืช และเศษขยะปะปนมากับคลื่นซัดมาติดตลอดแนวชายฝั่ง รวมถึงมีกลิ่นเหม็นคาว รวมถึงเกิดอาการคันเมื่อลงไปเล่นน้ำ

โดยชาวบ้านที่นี่ส่วนใหญ่ เชื่อว่า น่าจะเกิดปรากฏการณ์น้ำเบียด หรือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติจากการที่มีฝนตกหนักแล้วน้ำจืดลงไปในทะเลมากเกินไป จึงทำให้น้ำเปลี่ยนสี แต่ปรากฏการณ์น้ำเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มเช่นนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกที่หาดชะอำ

จากการสอบถาม นายสุชาติ สว่างอารีรักษ์ นักวิชาการประมง ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะลและชายฝั่ง เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนเป็นสีเขียว ว่า เกิดจาก “แพลงก์ตอนบลูม” หรือ NOCTILUCA ที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ขี้ปลาวาฬ ชนิดตามแนวชายฝั่งทะเล เมื่อระดับน้ำไม่เท่ากัน จึงเกิดการหมุนเวียน มวลน้ำเย็นที่อยู่ใต้ทะเลเคลื่อนเข้ามาใกล้ฝั่งมาก และดึงเอาธาตุอาหารชั้นสูงใต้ทะเลขึ้นมาบนผิวน้ำด้วย ซึ่งเป็นอาหารอย่างดีสำหรับสาหร่ายและแพลงก์ตอน ทำให้แพลงก์ตอนเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วสะพรั่งเต็มบนผิวท้องทะเลในบริเวณนั้นๆ เรียกว่า แพลงก์ตอนบลูม โดยปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นเพียงระยะเวลา 2-3 วันเท่านั้น ขึ้นอยู่กับทิศทางของน้ำด้วย

แพลงก์ตอนที่พบครั้งนี้ เป็นแพลงก์ตอนพืชชนิดไม่มีพิษ จึงไม่ก่อให้เกิดพิษต่อสัตว์น้ำที่จะนำมาใช้เป็นอาหาร และบริเวณที่เกิดเป็นแนวนอกชายฝั่งที่น้ำมีการแลกเปลี่ยนไหลเวียนดี จึงไม่น่าจะทำให้เกิดการลดลงของออกซิเจน จนกระทั่งปลาหรือสัตว์น้ำในพื้นที่ต้องตาย และแพลงก์ตอนที่พบนี้เป็นแพลงตอนชนิดที่พบทั่วโลก ชอบอยู่ทั้งแหล่งน้ำใกล้ชายฝั่งและแหล่งน้ำที่อยู่ห่างจากชายฝั่ง พบได้ทั้งในฝั่งอ่าวไทยและฝั่งมหาสมุทรอินเดีย เมื่อเกิดแพลงตอนบลูม ทัศนียภาพของท้องทะเลอาจเปลี่ยนไปบ้าง แต่ไม่เป็นอันตรายใดๆ จึงขอให้ประชาชนอย่าได้หวั่นวิตกกับปรากฏการณ์ดังกล่าว

แต่แพลงก์ตอนบลูมที่พบเป็นชนิด นอกติลูก้า (Noctiluca) ซึ่งไม่เป็นพิษกับคน แต่จะมีผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงชายฝั่ง ประเภทนากุ้ง การเลี้ยงปลาในกระชัง เนื่องจากแพลงก์ตอนชนิดนี้หากถูกสูบเข้าในบ่อกุ้ง จะเข้าไปแย่งออกซิเจนในน้ำแล้วปล่อยก๊าซแอมโมเนียที่เป็นของเสียออกมา ทำให้กุ้งตายได้ เช่นเดียวกับผู้เลี้ยงปลาในกระชัง แพลงก์ตอนนอกติลูก้า (Noctiluca) จะปิดกั้นผิวน้ำหนาประมาณ 1-2 เมตร ทำให้ปลาขาดออกซิเจน และตายได้เช่นเดียวกัน

Photo : Internet   Category : ข่าวในประเทศ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com