พัทยาเดลีนิวส์

25 ธันวาคม 2552 :: 04:12:06 am 823

ปลูก “กล้วยไม้” เกาะต้นไม้ข้างบ้านกันดีกว่า

ในอดีตเมื่อครั้งที่กล้วยไม้ในประเทศ ยังไม่แพร่หลายมากนัก หรือปลูกเลี้ยงกันในลักษณะเชิงการค้า มีผู้คนจำนวนไม่น้อยได้นำกล้วยไม้ป่าหลายชนิดมาปลูกเลี้ยงเองที่บ้าน ส่วนใหญ่จะใช้วิธีปลูกเช่นเดียวกับที่กล้วยไม้เจริญเติบโตอยู่ในป่า ในปัจจุบันกิจการด้านการเพาะเลี้ยงกล้วยไม้เพิ่มมากขึ้น ด้วยสังคมมีการยอมรับกล้วยไม้ประเภทตัดดอกสวยงามเพื่อการประดับและตกแต่งมาก ขึ้น หากจะรอเอาจากป่ามาปลูกเพื่อตัดดอกมาขายย่อมไม่เป็นการเพียงพอ ขณะเดียวกันจะเป็นการเบียดเบียนธรรมชาติอีกต่างหาก
สนใจโฆษณา

ด้วยเหตุนี้การพัฒนาสายพันธุ์กล้วยไม้ชนิดต่าง ๆ ที่ให้ดอกสวยงามมาปลูกเลี้ยงเชิงการค้าจึงเริ่มมากขึ้น ซึ่งก็มีอยู่ หลายสายพันธุ์นับตั้งแต่สกุลหวาย ไปจนถึงสกุลแวนด้า ทั้งสายพันธุ์ไทยและต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกล้วยไม้ประเภทเมืองร้อน เพราะสามารถปลูกได้ดีในบ้านเรา

ตลาดกล้วยไม้บ้านเรา นอกจากจะขายกล้วยไม้ประเภทตัดดอก เพื่อส่งขายยังต่างประเทศและในประเทศแล้วยังมีการเพาะเลี้ยงกล้วยไม้แบบขาย กันทั้งกระถางก็มี ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้สนใจอยู่ไม่น้อยเช่นกัน และจากที่การพัฒนาสายพันธุ์ต่าง ๆ ภายในประเทศมีความเป็นไปอย่างต่อเนื่องนี้เอง รูปแบบในการประดับ ลักษณะของการปลูกเลี้ยงจึงได้เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการตลาดเพิ่มมากขึ้น การเลี้ยงต้นไม้ด้วยการนำมาประดับไว้บริเวณขอนไม้เพื่อการจำหน่ายจึงเริ่ม เข้าสู่ความนิยมเป็นลำดับ

ราคาของกล้วยไม้ประดับดังที่ กล่าวนี้ราคาค่อนข้างสูง สำหรับนักเลี้ยงที่นิยมและหลงใหลในความสวยงามของดอกกล้วยไม้ แต่ทว่ามีสตางค์น้อยก็ได้ แค่คอยมองเก็บเพียงความทรงจำด้วยสายตาจากบ้านผู้อื่นเขา หลายครั้งที่มักจะคิดว่า ต้องการเพาะเลี้ยงที่บ้านของตัวเองบ้างจะทำได้ไหมคำตอบ ณ ตอนนี้ คือ ทำได้ เพียงทำความเข้าใจ พร้อมรู้แหล่งที่สามารถหาซื้อกล้วยไม้ราคาถูกในพันธุ์ที่ต้องการเพียงเท่า นั้น

การ เพาะเลี้ยงเช่นนี้ ขอแนะนำว่า หากทำเองควรเริ่มตั้งแต่นับหนึ่งซึ่งจะได้รับความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อ เห็นกล้วยไม้เริ่มให้ดอกบานสะพรั่งที่ต้นไม้ข้างบ้านของตนเอง ขั้นต้น หาเศษกาบมะพร้าวมาหมักน้ำให้ชุ่มประมาณ 1 อาทิตย์ จากนั้นไปหาซื้อกล้วยไม้ที่ทางสวนกล้วยไม้ทำการโละรื้อเพื่อขยายพันธุ์ภายใน แปลงใหม่ คัดเอาลำต้นที่ค่อนข้างแข็งแรง ตัดแต่งบริเวณโคนต้น ให้เรียบร้อย นำมาวางบนกาบมะพร้าว ใช้ลวดชนิดแข็งตัดสั้น ๆ เป็นรูปตัวยู ใช้ส่วนปลายทั้งสองข้างฝังลงไปใน กาบมะพร้าว ให้ส่วนก้นตัวยูคร่อมโคนกล้วยไม้ให้ติดกับกาบมะพร้าว รดน้ำทุกวันพร้อมวางไว้ในที่ร่มประมาณ 3 อาทิตย์ กล้วยไม้จะเริ่มแตกหน่ออ่อนขึ้นมาและแทงรากลงไปในกาบมะพร้าว

เมื่อ กล้วยไม้เริ่มมียอดและมีใบประมาณ 3-5 ใบและสูงประมาณ 4-6 นิ้ว ให้นำกาบมะพร้าวนั้นไปห่อบริเวณต้นไม้ที่ต้องการให้กล้วยไม้เกาะ ใช้เชือกฟางผูกมัดติดกับต้นไม้ ให้แน่นเพื่อป้องกันการหลุดร่วงลงมา รดน้ำเช้า-เย็นทุกวัน พร้อมพรางแสงประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ประมาณ 2 เดือนหลังจากนั้นสังเกตว่ารากกล้วยไม้จะเลื้อยเกาะไปตามลำต้นของต้นไม้เพิ่ม มากขึ้น และหากพบว่า มีรากส่วนไหนที่ห้อยแกว่งอยู่ในอากาศก็จับไปผูกมัดกับต้นไม้ด้วยเชือกฟาง รากนั้นก็จะจับต้นไม้อย่างแน่นหนา

ช่วง นี้ก็เป็นอันหมดกังวลว่ากล้วยไม้ จะร่วงลงสู่พื้นอีกต่อไป รอคอยการแตกยอดพร้อมช่อดอกของกล้วยไม้ได้เลย การทำอย่างนี้ต้นไม้หนึ่งต้นสามารถทำได้หลายจุด แต่ไม่ควรให้ชิดกันจนเกินไปเพราะใบของกล้วยไม้ หรือช่อดอกอาจจะไปพันกันยามเจอกระแสลมแรง ๆ จะทำให้เกิดการเสียดสีมีบาดแผลที่ใบอันเป็นที่มาของการเกิดเชื้อราได้ ต้น พันธุ์กล้วยไม้ที่ว่านี้แถบตลาดขายกล้วยไม้แบบทั้งกระเช้ามีจำหน่ายทั่วไปใน หลายราคาแล้วแต่ชนิดของกล้วยไม้

ภาชนะที่ใช้ในการปลูกกล้วยไม้

1 .การ ปลูกแบบธรรมชาติ คือ ปล่อยให้กล้วยไม้เกาะตามต้นไม้ที่มีชีวิตโดยการนำไปแขวน ผูกกับต้นไม้โดยนำกาบมะพร้าวหุ้มรากติดกับต้นไม้ รดน้ำตามความเหมาะสม ถ้ากล้วยไม้นั้นทนต่อสภาพธรรมชาตินั้น ๆ ก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้ บางท่านที่เลี้ยงกล้วยไม้แบบนี้แต่ขาดการบำรุงรักษากล้วยไม้ของคุณก็จะค่อย ๆ เฉาตายตายในที่สุด การเอาใจใส่ดูแลกล้วยไม้ของท่านจึงเป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ กล้วยไม้นั้นบอบบางจึงต้องการการดูแลมากเป็นพิเศษครับ

2.การเลี้ยงโดยใช้กระถางดินเป็นภาชนะปลูก เป็นที่นิยมกันมากสำหรับการเลี้ยงกล้วยไม้ประเภทที่มีรากอยู่ในประเภทกึ่ง อากาศ คือ เป็นรากที่ไม่เชิงเป็นรากอากาศ ชอบให้มีอากาศผ่านได้มากพอสมควร ตัวรากไม่จำเป็นต้องโผล่ออกมารับแสงสว่าง หรือลอยตัวอยู่ในอากาศ เช่นรากกล้วยไม้ตระกูลคัทรียารากประเภทนี้มีขนาดไม่ใหญ่ แต่แตกสาขาแผ่กระจายได้ละเอียดกว่า ฉะนั้น กระถางดินเผาจึงเป็นภาชนะที่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งกับความต้องการของราก ประเภทนี้ แต่ถ้าหากจะใช้กระถางดินเผาปลูกกล้วยไม้ที่มีรากจัดอยู่ในประเภทรากอากาศก็ สามารถกระทำได้ แต่ควรใช้กระถางแบบเจาะรูมากๆ เพื่ออากาศถ่ายเทได้ดียิ่งขึ้น

3.กระเช้า ไม้ มักทำด้วยไม้สักที่แขวนอยู่ตามบ้านเรือนทั่วๆ ไป มีความทนทานดีกว่าการปลูกกล้วยไม้ในรูปแบบอื่น ๆ รูปแบบของกระเช้าควรมีอากาศถ่ายเทได้ดี ก้นกระเช้าใช้ไม้ระแนงวางเรียงกันเป็นระยะห่างๆกันพอควรกระเช้าไม้นิยมใช้ ปลูกกล้วยไม้ที่รากต้องการถ่ายเทอากาศ เช่น เอื้องกุหลาบหรือแวนด้าใบแบนเพราะตัวกระเช้ามีลักษณะโปร่งมากอากาศถ่ายเทได้ สะดวกมาก อากาศสามารถถ่ายเทลอดกระเช้าออกมาสู่อากาศภายนอกได้

4.กระบะไม้หรือกระบะดินเผาโดยปลูกลงเป็นแถวในกระบะเป็น แปลงๆ ในกระบะใส่อิฐกับถ่านลงไป ข้อดีในการปลูกในกระบะคือสามารถปลูกได้ในปริมาณมากและสามารถตัดดอกขายได้ แต่ข้อเสียของการปลูกแบบนี้คือรากของกล้วยไม้มีอากาศไม่เพียงพอจึงทำให้ กล้วยไม้ไม่เจริญงอกงามเท่าที่ควร นอกจากนั้นหากต้นใด ต้นหนึ่งเกิดโรคก็จะลุกลามไปยังต้นอื่นได้เร็วเพราะปลูกในภาชนะเดียวกัน

ลองมองหาทำเลสวย ๆ ภายในบริเวณบ้าน ปลูกกล้วยไม้เพื่อเพิ่มความสวยงามและ สบายตา และทำให้บ้าน น่าอยู่ อาศัยมากขึ้น

ขอบคุณรูปสวย ๆ จาก
www.ketorchids.com

Reporter : โสรยา   Photo : Internet   Category : อสังหาริมทรัพย์

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com

นรนบยนลวสนน