พัทยาเดลีนิวส์

11 สิงหาคม 2553 :: 11:08:25 am 31787

ปล่อยเต่า-ฉลาม! คืนสู่ท้องทะเล

ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ จับมือทุกภาคส่วน จัดกิจกรรมปล่อยเต่าทะเล จำนวน 779 ตัว และปลาฉลามกบ จำนวน 90 ตัว คืนสู่ทะเล ณ ชายหาดศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 78 พรรษา 12 สิงหาคม 2553
สนใจโฆษณา

สัตหีบ – วานนี้ (10 ส.ค. 53) พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก ผู้บัญชาการ กองเรือยุทธการ กองทัพเรือ เป็นประธานเปิดกิจกรรมปล่อยเต่าทะเล เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 78 พรรษา 12 สิงหาคม 2553 จำนวน 779 ตัว และปลาฉลามกบ จำนวน 90 ตัว ณ ชายหาดศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี จักรชัย ภู่เจริญยศ ผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ให้การต้อนรับ ในการนี้  ได้รับเกียรติจาก หม่อมราชวงศ์ ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์ นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่

นายโสภณ ดำนุ้ย ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ และนายโรจน์ ธุวนลิน ประธานกรรมการบริษัท มารีน สเคป (ประเทศไทย) จำกัด ตลอดจน หน่วยงานทุกภาคส่วน และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรม กิจกรรมการปล่อยเต่าทะเลในครั้งนี้ กองทัพเรือ ได้ปล่อยพ่อเต่าแม่เต่าในวัยเจริญพันธุ์ จำนวน 7 ตัว ลงสู่ทะเล ประกอบด้วย เต่าตนุเพศเมีย อายุ 16 ปี เต่ากระเพศผู้ อายุ 10 ปี เต่ากระเพศเมียอายุ 10 ปี เต่ากระเพศเมียอายุ 5 ปี จำนวน 2 ตัว และเต่ากระเพศเมีย อายุ  3 ปี จำนวน 2 ตัว ทั้งนี้ยังได้ปล่อยปลาฉลามกบ ซึ่งได้มาจากการเพาะฟักของสวนสัตว์เชียงใหม่ จำนวน 90 ตัว มาร่วมปล่อยคืนสู่ท้องทะเลในครั้งนี้ด้วย

พลเรือตรี จักรชัย ภู่เจริญยศ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง เปิดเผยว่า การนำเต่าตนุเพศผู้อายุ 16 ปี ที่มีความพร้อมในการผสมพันธุ์ปล่อยคืนสู่ธรรมชาตินั้น จะเป็นการรักษาเผ่าพันธุ์ของเต่าตนุในธรรมชาติให้คงไว้ และมีการแพร่ขยายพันธุ์เพิ่มเติม อีกทั้งยังเป็นการลดผลกระทบอันเนื่องมาจากสภาวะโลกร้อน ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ ได้ปฏิบัติเช่นนี้ ในทุกๆ ปี โดยเฉพาะการปล่อยเต่าเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ซึ่งพระองค์ท่านเป็นผู้ริเริ่มในการอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลของประเทศไทย การนำเต่าตนุเพศผู้ อายุ 16  ปี ปล่อยคืนสู่ธรรมชาตินั้น เพราะต้องการรักษาสมดุลระหว่างเพศผู้และเพศเมีย เพราะตามธรรมชาติเต่าตนุเพศเมีย ที่ปล่อยสู่ทะเลหรือเกิดในแหล่งใดก็ตาม เมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์ประมาณ 16 – 20 ปี จะเดินทางกลับมา ณ ที่เกิดหรือปล่อย โดยเฉพาะที่เกาะครามเพื่อผสมพันธุ์กับเต่าตนุเพศผู้ในอัตราส่วน  3 – 5 ตัว ต่อเต่าตนุเพศเมีย 1 ตัว เท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากปัญหาโลกร้อน ความสมดุลหรืออัตราส่วนดังกล่าว ได้เสียสมดุลไปเนื่องจากเต่าตัวเมียมีจำนวนที่มากกว่าตัวผู้

พลเรือตรี จักรชัย ภู่เจริญยศฯ กล่าวอีกว่า การเสียสมดุลดังกล่าว เนื่องจากไข่ของเต่าทะเลเมื่อฟักออกจากแม่เต่าแล้วจะมีทั้ง 2 เพศ อุณหภูมิของหลุมเพาะฟักจะเป็นตัวกำหนดเพศให้กับเต่าทะเล โดยหลุมเพาะฟักที่อุณหภูมิตั้งแต่ 32 องศาเซลเซียสขึ้นไป จะเป็นตัวกำหนดตัวอ่อนให้เป็นเพศเมีย สำหรับอุณหภูมิตำกว่า 28 องศาเซลเซียสลงมา จะกำหนดตัวอ่อนเป็นเพศผู้ และระหว่าง 28 – 32 องศาเซลเซียสจะเกิดเป็นเพศผู้และเพศเมียเท่าๆกัน  ปัญหาโลกร้อนทำให้หลุมเพาะฟักมีอุณหภูมิที่สูงขึ้นประมาณ 32 องศาเซลเซียสขึ้นไป ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ จึงต้องทำการอนุบาลโดยย้ายหลุมเพาะฟักที่มีอุณหภูมิ 32 องศาเซลเซียสขึ้นไปมาไว้ในหลุมเพาะฟักที่มีอุณหภูมิตั้ง 28 องศาเซลเซียสลง เพื่อกำหนดให้เป็นเพศผู้ จะได้เกิดความสมดุลระหว่างเพศของเต่า

การมีอัตราส่วนของเพศเมียที่มากขึ้นจะเห็นได้จากไข่เต่ามีน้ำเชื้อไม่เกิน 40 % ในปัจจุบัน อีก 60 % ไม่มีน้ำเชื้อ หากเราย้อนกลับไปประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา ไข่เต่าจะมีน้ำเชื้ออยู่ในไข่ประมาณ 60 % นั้นแสดงให้เห็นถึงการผสมพันธุ์ในแต่ละครั้ง เพศผู้มีจำนวนไม่พอเพียง จึงเป็นหน้าที่ของกองทัพเรือในการบริหารจัดการ ในเรื่องของการแพร่ขยายพันธุ์เต่าทะเลให้เกิดความสมดุลตามธรรมชาติให้มากที่สุด ก่อนที่ปัญหาโลกร้อนจะทวีความรุนแรงมากขึ้นกว่านี้ ถ้าไม่สามารถควบคุม หรือแก้ไขได้จะเป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะทำให้เต่าทะเลสูญพันธุ์ได้ในอนาคต

Reporter : ณัฐภูมินทร์   Photo : ณัฐภูมินทร์   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com