พัทยาเดลีนิวส์

26 พฤษภาคม 2555 :: 13:05:28 pm 82557

ปิดการฝึกร่วมผสมการัต 2012

กองทัพเรือไทย และกองกำลังฝ่ายสหรัฐอเมริกา ปิดการฝึกร่วมผสมการัต 2012
สนใจโฆษณา

สัตหีบ-วานนี้ (25 พ.ค.55) พลเรือเอก ฆนัท ทองพูล ผู้บัญชาการ กองเรือยุทธการ ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีปิดการฝึกร่วมผสมการัต 2012 ณ ท่าเทียบเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมี พลเรือตรี ไพฑูรย์ ประสพสิน ผู้บัญชาการกองเรือฟริเกตที่ 2 กองเรือยุทธการในฐานะผู้อำนวยการฝึก CARAT 2012 กองกำลังไทย และพลเรือตรี Thomas F. Carney (โทมัส เอฟ.คาร์นี่ย์) ผบ.หน่วยส่งกำลังบำรุงกองกำลังสหรัฐฯ ประจำภาคพื้นแปซิฟิกตะวันตก ในฐานะผู้อำนวยการฝึก กะรัต 2012 ฝ่ายสหรัฐ กล่าวรายงานถึงผลการฝึกทั้งทางด้านบนบก และในภาคพื้นทะเลอ่าวไทย

พลเรือตรี ไพฑูรย์ ประสพสิน ผู้บัญชาการ กองเรือฟริเกตที่ 2 กองเรือยุทธการ ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยฝึก การัต 2012 ฝ่ายไทย กล่าวว่า การฝึกผสมกะรัต 2012 ในปีนี้นับเป็นครั้งที่ 18 จัด ซึ่งการฝึกผสมกะรัตเป็นการฝึกผสมร่วมระหว่างกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา สำหรับการฝึกผสม CARAT ระหว่างกองทัพเรือไทย กับกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา เริ่มฝึกครั้งแรกในปีพ.ศ. 2538 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีของทั้งสองประเทศ และพัฒนาขีดความสามารถขององค์บุคคลในการปฏิบัติการร่วมกันทางทหารในทุกระดับในสาขาปฏิบัติการต่าง ๆ อาทิ การฝึกภาคสนาม ภาคทะเล การฝึกปฏิบัติการยุทธสะเทินน้ำสะเทินบก รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นในการใช้เส้นทางคมนาคมทางทะเล ซึ่งที่ผ่านมาผลของการฝึกนับเป็นประโยชน์ต่อกำลังพลที่เข้าร่วมการฝึกอย่างมาก

 

สำหรับกำลังที่เข้าร่วมการฝึกในครั้งนี้ โดยกองทัพเรือไทย ได้จัดส่งเรือรบ จำนวน 10 ลำ อากาศยาน 5 เครื่อง พร้อมกำลังทางเรือ และกำลังนาวิกโยธินยกพลขึ้นบก รวม 2,000 นาย ด้านกองกำลังสหรัฐฯ ได้จัดส่งเรือรบ จำนวน 4 ลำ พร้อมทั้งอากาศยาน และกำลังพลจากหน่วยส่งกำลังบำรุงภาคพื้นแปซิฟิคตะวันตก กองทัพเรือสหรัฐฯ เข้าร่วมการฝึก จำนวน 1,500 นาย รวมกำลังพลที่เข้าร่วมการฝึกในครั้งนี้ทั้งสิ้นจำนวน 3,500 นาย

พลเรือเอก ฆนัท ทองพูล ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ กล่าวว่า กองทัพเรือไทย และกองทัพเรือสหรัฐ เป็นพันธมิตรทางทหารที่แนบแน่น และมีการฝึกร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีที่ผ่านมา กองทัพเรือไทย โดยหมู่เรือปราบปรามโจรสลัด ได้มีโอกาสปฏิบัติการทางเรือร่วมกัน กับกองทัพเรือสหรัฐในโซมาเลีย ดังนั้น การฝึกผสมกะรัตนอกจากจะเป็นการเพิ่มศักยภาพทางด้านยุทธการ และการเรียนรู้หลักนิยมทางเรือสมัยใหม่แก่กองทัพเรือไทยแล้ว ยังเป็นการสร้างประโยชน์แก่ประชาชนในพื้นที่ฝึก ซึ่งในปีนี้ นอกจากจะมีการฝึกปฏิบัติการทางอากาศ โดยอากาศยานไร้คนขับ หรือ UAV ซึ่งเป็นยุทธวิธีทางทหารของฝ่ายสหรัฐ ที่มีความทันสมัยเป็นอย่างยิ่งแล้ว ยังมีการปฏิบัติการทางการแพทย์ภาคสนาม กับห้องฉุกเฉินเคลื่อนที่จากตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งเป็นผลงานวิจัยทางทหารของกองทัพเรือไทยที่น่าภาคภูมิใจอีกด้วย รวมถึงการฝึกช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่ภัยพิบัติ(Humanitarian Assistance/Disaster Relief:HA/DR) เพื่อเป็นการแสดงถึงความร่วมมือกันระหว่างกองทัพเรือไทยกับกองทัพเรือสหรัฐ ในการดำเนินการฝึกช่วยเหลือ และฟื้นฟูพื้นที่ภัยพิบัติ(HA/DR) ในการตอบสนองต่อภัยพิบัติธรรมชาติ การฝึกนี้จะช่วยเสริมสร้าง และพัฒนาระหว่างกองทัพต่อกองทัพในด้านความสัมพันธ์ และพัฒนายุทธวิธี/ขั้นตอนการสั่งการ (Tactical Techniques and Procedures:TTPs) สำหรับการตอบสนองต่อ HA/DR ซึ่งครอบคลุมการฝึกทางด้านการแพทย์ และการซ่อมสร้าง/พัฒนา

Reporter : ณัฐภูมินทร์   Photo : ณัฐภูมินทร์   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com