พัทยาเดลีนิวส์

26 มีนาคม 2554 :: 12:03:35 pm 59404

ปิดไฟทั่วโลก!! 1 ชั่วโมง กิจกรรมให้โลกพัก

วันนี้ ปิดไฟ!!! เวลา 20.30 น.ถึง 21.30 เป็น 1 ชั่วโมง พร้อมกันทั่วโลก เพื่อลดโลกร้อน ภายใต้แคมเปญ มากกว่าปิดไฟให้โลกพัก ซึ่งปีนี้ยังคงเดินหน้ารณรงค์ให้ประชาชนได้ร่วมกันปิดไฟ ที่ไม่ใช้งานเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ร่วมกับเมืองต่าง ๆ ทั่วโลก กว่า 4,616 เมือง จาก 128 ประเทศ
สนใจโฆษณา

กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติประจำปีไปแล้วพอถึงช่วงเดือนมีนาคมใกล้ๆ จะเข้าสู่เดือนเมษายน เดือนแห่งการรับรู้ว่าฤดูร้อนได้ย่างกรายมาสู่คนบนผืนโลกใบนี้กันแล้ว โดยเฉพาะสำหรับประเทศ ไทยเราเรียกว่าร้อนกันตับแล่บ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการจัดกิจกรรมดีๆ เพื่อลด ความร้อนให้กับโลกที่เราอยู่อาศัยใบนี้ ให้โลกใบนี้ได้มีโอกาสพักอย่างน้อยก็สักชั่วโมงก็ยังดี

ล่าสุดช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมากรุงเทพมหานคร (กทม.) โดย นายพรเทพ เตชะไพบูลย์ รองผู้ว่าฯกทม. ได้เปิดการแถลงข่าวเปิดตัวกิจกรรมปิดไฟ 1 ชั่วโมง ให้โลกพักหรือ Earth Hour 2011 ซึ่งกทม.ร่วมกับ WWF ประเทศไทย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมกันจัดขึ้น

ณ บริเวณหน้าสำนักงานตลาดนัดจตุจักร (ประตู 1) เขตจตุจักร โดยรณรงค์ให้ประชาชน หน่วยงานราชการ และภาคเอกชน พร้อมใจกันปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็น 1 ชั่วโมง เพื่อสร้างจิตสำนึกในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นสาเหตุหลักของภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

รองผู้ว่าฯกทม.กล่าวว่าปีนี้กทม. และ WWF ประเทศไทย ยังคงสานต่อการจัดกิจกรรมปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อนภายใต้แคมเปญที่ว่า “มากกว่าปิดไฟให้โลกพัก” โดยเดินหน้ารณรงค์ให้ประชาชนร่วมกันปิดไฟที่ไม่ใช้งานเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ร่วมกับเมืองต่างๆ 4,616 เมืองจาก 128 ประเทศทั่วโลก และยังได้รับความร่วมมือจาก 5 เมืองใหญ่ในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทยเข้าร่วมกิจกรรมด้วย พร้อมกันนี้ยังเพิ่มการรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการลดภาวะโลกร้อน อาทิ การขี่จักรยาน การปลูกต้นไม้ หรือการเดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์ โดยตั้งเป้ารณรงค์ให้ทุกคนเริ่มลงมือปฏิบัติและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำเนินชีวิต เพื่อช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อนอย่างต่อเนื่อง

สำหรับกิจกรรม Earth Hour 2011 จะจัดขึ้นในวันที่ 26 มี.ค.54 ตั้งแต่เวลา 18.00-22.00 น. ณ ลานอเนกประสงค์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เขตปทุมวัน โดย จะทำการปิดไฟพร้อมกันในเวลา 20.30- 21.30 น. ร่วมกับ 5 เมืองใหญ่ของประเทศไทยที่เข้าร่วมกิจกรรมในปีนี้ ได้แก่ เชียงใหม่ ขอนแก่น ภูเก็ต นนทบุรี และนครราชสีมา นอกจากนี้เมืองต่างๆ 4,616 เมือง จาก 128 ประเทศทั่วโลกก็จะร่วมกันปิดไฟ 1 ชั่วโมงในช่วงเวลาดังกล่าวของแต่ละท้องถิ่นเช่นกัน

ภาคอีสาน จัดงาน ณ บริเวณลานข้าวเหนียว ศูนย์การค้า เซ็นทรัลพลาซา ขอนแก่น โดยมีนายสมบัติ ตรีวัฒน์สุววรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมชมการแสดงจาก HUG SCHOOL การแสดงดนตรีของเด็กและเยาวชน และกิจกรรมการปล่อยจักรยานกว่า 50 คัน ปั่นไปรอบเมืองขอนแก่น เพื่อรณรงค์ให้ช่วยกันลดโลกร้อน

นอกจากนี้ยังได้จัดให้มีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ โครงการประกวดแนว คิดรักษ์โลก ลดโลกร้อน : เราทำได้มากกว่าปิดไฟ…ให้โลกพัก “Go Beyond The Hour” ผ่านทางสังคมออนไลน์ที่ www. facebook.com/earthhourth, นิทรรศการ ภาพถ่าย Shot on Climate Change ใน วันเสาร์ที่ 26 มี.ค. 54 ณ บริเวณชั้นล่าง อาคารสำนักงานบริษัทเซ็นทรัลพัฒนา และในระหว่างวันที่ 14-17 มี.ค. 54 ที่ผ่านมายังได้จัดกิจกรรมเดินรณรงค์บนถนน สายหลักของกรุงเทพฯ 4 สาย ได้แก่ ถนนสีลม เขตบางรัก ถนนข้าวสาร เขตพระนคร ถนนเยาวราช เขตสัมพันธวงศ์ และถนนพระรามที่ 1 เขตปทุมวัน ตั้งแต่บริเวณศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ไปจนถึงศูนย์การค้ามาบุญครอง ในส่วนของจังหวัด ภูเก็ตจะจัดกิจกรรมเดินรณรงค์บริเวณหาด ป่าตองในวันที่ 24 มี.ค. 54 และจังหวัดเชียงใหม่จัดกิจกรรมเดินรณรงค์ บนถนนคนเดิน ในวันอาทิตย์ที่ 20 มี.ค. 54 ด้วย เพื่อร่วมกระตุ้นจิตสำนึกของประชาชนในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับ 12 จุดหลักทั่วไทยที่จะร่วมกิจกรรมปิดไฟระหว่างเวลา 20.30- 21.30 น. พร้อมกันในวันที่ 26 มี.ค.54 นี้ ได้แก่ กรุงเทพฯ-วัดอรุณราชวราราม วัดสุทัศน์เทพวราราม สะพานพระราม8 และศาลหลักเมือง จ.ขอนแก่น – ประตูเมือง จ.เชียงใหม่ – วัดพระธาตุดอยสุเทพ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร อนุสาวรีย์ 3 กษัตริย์ ประตูท่าแพ จ.ภูเก็ต – หาดป่าตอง จ. นนทบุรี – การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และ จ.นครราชสีมา – อนุสารีย์ท้าวสุรนารี และสถานที่สำคัญเชิงสัญลักษณ์ทั่วโลกก็จะร่วมปิดไฟเป็นเวลา 1 ชั่วโมงตาม เวลาท้องถิ่น เพื่อแสดงพลังด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม สำหรบผลการดำเนินการจัดกิจกรรมปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลด โลกร้อน ในช่วง 3 ปี ที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี พ.ศ.2551-2553 ซึ่งประสบผลสำเร็จเกิน ความคาดหมาย โดยในปี 2551 สามารถ ลดกระแสไฟฟ้าได้ 74 เมกะวัตต์ สามารถ ลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 46 ตัน คิดเป็นมูลค่า 220,000 บาท เมื่อเทียบกับก่อนปิดและหลังปิดไฟ ส่วนในปี 2552 สามารถลดกระแสไฟฟ้าได้ 1,423 เมกะวัตต์ สามารถลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ได้ 894 ตัน คิดเป็นมูลค่า 4.31 ล้านบาท เมื่อเทียบกับการใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลาสูงสุด ส่วนปี 2553 สามารถลดกระแสไฟฟ้าได้

ถึง 1,620 เมกะวัตต์ ลดก๊าซคาร์บอน ไดออกไซด์ได้ถึง 1,003 ตัน คิดเป็นมูลค่า 4.8 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ถึงแม้ในปี 2553 จะไม่สามารถจัดกิจกรรม ได้ เนื่องจากมีการชุมนุมทางการเมือง แต่ยังประสบความสำเร็จได้ด้วยความร่วม มือของทุกภาคส่วนและผลของการรณรงค์ อย่างต่อเนื่อง

และนี่คือเรื่องราวดีๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น แม้ว่ากิจกรรมการปิดไฟ 1 ชั่วโมง อาจจะไม่ได้เป็นการช่วยเหลือโลกใบนี้ได้มากนัก แต่ก็เป็นการแสดงออกซึ่งสิ่งดีๆ ที่ไม่ค่อยจะได้พบได้เห็นมากนักในสังคมไทย และถ้าจะให้ดีจริงๆ การรณรงค์ลดละกิเลส ตัณหา ราคะ ของคนในสังคมให้มันบรรเทา เบาบางลงจะช่วยโลกใบนี้น่าอยู่น่าอาศัยได้อีกมากโข เพราะทุกวันนี้ลำพังแค่โลกร้อนไม่พอ แต่กิเลสของคนในสังคมมันยังพุ่งปรี๊ดจนแทบปรอทแตก โลกใบนี้มันถึงมีแต่เรื่องวุ่นวายไปทั่วทั้งเศรษฐกิจ การ เมืองและสังคม เหมือนเช่นในสังคมไทย ณ เวลานี้

ที่มา : siamturakij.com

Photo : Internet   Category : ข่าวประชาสัมพันธ์

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com