พัทยาเดลีนิวส์

02 มกราคม 2551 :: 16:01:35 pm 2864

ปีนี้ผมจะ เปิดปากและปิดหู

นั่งเป็นเบื้อให้คนคิดว่าเราโง่ ดีกว่าเปิดปากพูดเพื่อพิสูจน์ว่า โง่ จริง!! หรือ จะพูดเพื่อพิสูจน์ว่าผมไม่โง่ !! ทางเลือกที่จะพิสูจน์ตัวเอง
สนใจโฆษณา

ผมเป็นคนพูดน้อย เพราะถูกสอนมาแบบนั้นตั้งแต่เกิด บ้านผมพูดน้อยกันทุกคน พี่สาวสองคนของผม พูดน้อยและพูดเสียงเบา ๆ อยู่ในโรงเรียน ผมก็เป็นคนเงียบ ๆ แรก ๆ เพื่อนผมก็รับไม่ได้ คิดว่าผมทำตัวแปลกประหลาด พอผมพาไปบ้าน เจอพ่อแม่พี่น้องทั้งบ้านผม เหมือนกันหมด เพื่อนผมอึดอัดมาก แต่พอนานเข้าพวกเขาก็เข้าใจ และสรุปว่าผมเป็นผู้ฟังที่ไม่ดี คือไม่มีสัญญาณทางร่างกายที่จะบอกว่า “รู้สึกรู้สม” กับเรื่องที่ผู้พูดพยายามสื่อ

ปีสี่ใน มหาลัย ผมก็ค่อย ๆ กลายพันธุ์ เป็นคนฟังที่มีคุณภาพมากขึ้น ผมยอมรับผมพัฒนาตัวเองขึ้นมาเป็นผู้ฟังที่ดีมากขึ้นจริง ๆ เพราะผมเริ่มขมวดคิ้วและตั้งคำถามบ้าง

การเป็นผู้ฟัง ที่มีคุณภาพ มันไม่ใช่แค่การมีมารยาท หลีกเลี่ยงการพูดสอด พูดแทรกหรือแย่งประโยคของผู้พูดมาพูดเสียเอง มันไม่ใช่เลยจริง ๆ ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่าการฟังที่ดีคือฟังแล้วคิดตาม ฟังทั้งเรื่อง สร้างภาพเคลื่อนไหว ตามที่ผู้พูดบรรยาย ไม่ใช่วางแผนการพูดล่วงหน้าคอยแต่จะคิดว่า “ เดี๋ยว เราต้องตอบยังไง ต้องแย้งยังไง ต้องพูดยังไงให้เขาเห็นด้วย หรือดีใจ เสียใจ” หรือการตั้งหน้าตั้งตาใจจดใจจ่อว่าเมื่อไหร่จะถึงทีตัวเองได้พูดบ้าง ที่แน่ ๆ ก็คือต้องไม่ใช่เป็น “ เบื้อ” เหมือนผม

ผมถูกยัด เยียดให้ผมเป็นคนยุคสิบหกตุลา ผมได้มีโอกาสจับไมค์พูดในเหตุการณ์รุนแรงหลายครั้ง ผมพูดสั้น ตรง ผมไม่ใช่นักปลุกระดม เพื่อนผมพูดเยอะ พูดยาว บางทีก็มีร้องรำทำเพลง ผมมักจะถูกเรียกร้องให้พูดตอนอุณหภูมิมันเข้มข้น ครั้งสุดท้ายผมพูดประโยคสั้น ๆ ว่า “ ใครในที่นี้เคยตายมาแล้วบ้างครับ “ เสียงหัวเราะหยุดกะทันหัน ผมถามต่อ “ ถ้าไม่เคย และถ้าหากคืนนี้เราจะต้องตายแน่ ๆ พี่น้องครับ เราจะตายเหมือนหมาหรือเหมือนราชสีห์ ดีละครับ “แล้วผมก็ระหกระเหิรไปอยู่ในป่าสามปี รายละเอียดไม่จำเป็น บอกแล้วผมเป็นคนพูดน้อย ยุคคนป่าคืนเมือง ผมก็กลับมาเป็นคนเมืองที่ครุ่นคิดเหมือนเดิม

ผมหมกมุ่น กับการฟัง และศึกษาเรื่องการสื่อสารอย่างจริงจัง ผมคิดว่ามนุษย์ในปัจจุบันพูดมากกว่าฟัง การสื่อสารทางการพูดเหมือนกับการแข่งความเร็วใน การโต้ตอบซึ่งกันและกัน ซึ่งทำอย่างรวดเร็ว ผู้พูดคนแรกพูดยังไม่จบประโยค ผู้พูดคนที่สองก็สวนตอบออกมาทันที แทบจะแย่งกันพูดทุก ๆ ประโยคไป ผมรู้สึกเหน็ดเหนื่อยกับการเป็นบุคคลที่สาม ในการรับฟังให้ทันคนสองคนแย่งกันพูด

ผมเคยคิด ว่า “ นั่งเป็นเบื้อให้คนคิดว่าเราโง่ ดีกว่าเปิดปากพูดเพื่อพิสูจน์ว่า โง่ จริง!!”

ปีใหม่นี้ผมขอประกาศความเด็ดเดี่ยว ว่าผมจะฝึกใช้สองหูและหนึ่งปากของผมให้ทำหน้าที่ให้สมดุล ผมฟังมากไปผมเครียดกับการตั้งอกตั้งใจฟัง ตั้งอกตั้งใจเดาว่าฝ่ายผู้พูดจะจบประโยคยังไงและผมควรจะตอบยังไง ผมเครียดมาก ปีนี้ผมจะฟังอย่างย่อ คิดน้อย ๆ ลดความกดดันให้หมด ผมจะเปลี่ยนแปลงความกดดันให้เป็นการผ่อนคลาย และผมจะไม่ยอมให้ลมปากของใครมามีอิทธิพลต่อหูทั้งสองข้างของผม เมื่อไหร่ที่ผมเริ่มรู้สึกกดดัน ผมจะปิดหูข้างหนึ่งและเปิดปากพูดแทน

ต่อ แต่นี้ไป ผมจะพูดเพื่อพิสูจน์ว่าผมไม่โง่ !!

Reporter : ศิริทานนท์   Photo : Internet   Category : ไลฟ์สไตล์

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com