พัทยาเดลีนิวส์

17 มิถุนายน 2553 :: 16:06:52 pm 23361

“ป๊อปคอร์น” นี้ท่านได้แต่ใดมา

'ป็อปคอร์น' หรือข้าวโพดคั่ว ภาพแรกที่นึกถึง นั่นคือการได้ดูหนังดีๆ สักเรื่อง ไม่ว่าจะกำลังอินกับบทรัก หรือกำลังบู๊แอคชั่น ในขณะที่ตาจดจ่ออย่างตั้งอกตั้งใจ มือของท่านก็กระหวือกระหวาด เมามันส์กับการหยิบป็อปคอร์นเข้าปาก อัตราความเร็วขึ้นอยู่กับอาการลุ้น อันเนื่องมาจากหนัง แต่ทราบหรือไม่ว่า ป็อปคอร์น มีที่มาอย่างไร และทำไมถึงกลายมาเป็นสัญลักษณ์คู่กับโรงภาพยนตร์ไปได้
สนใจโฆษณา

นักโบราณคดีได้ทำการศึกษาและค้นคว้าพบว่า ชาวอินเดียนแดง ชนพื้นเมืองอเมริกันถือเป็นชนกลุ่มแรกที่กินข้าวโพดคั่ว เมื่อกว่า 5,600 ปีที่แล้ว โดยนักโบราณคดีชาวฝรั่งเศสพบหลักฐานสำคัญเป็นข้าวโพดคั่วในซากเมืองโบราณ หลายแห่ง เช่น เมืองอินคาในอเมริกาใต้พบหม้อดินปั้นพิเศษที่ใช้สำหรับคั่วข้าวโพด โดยสันนิษฐานว่าวิธีทำข้าวโพดคั่วสมัยก่อนทำโดยการ ฝังหม้อในทรายที่ร้อนจัด จากนั้นโรยเมล็ดข้าวโพดลงไปแล้วปิดฝา ความร้อนจากทรายจะทำให้ข้าวโพดแตกกลายเป็นข้าวโพดคั่ว นอกจากนี้ยังพบว่ามีการนำข้าวโพดคั่วมาร้อยเป็นเครื่องประดับสำหรับหัวหน้า เผ่าหรือนักรบอีกด้วย

ข้าวโพดคั่วแพร่หลายในยุโรปราวศตวรรษที่ 15 โดยโคลัมบัส นักสำรวจและนักเดินเรือชาวอิตาลี ผู้ค้นพบทวีปอเมริกาบันทึกไว้ว่า ชาวอินเดียนแดงนำช่อดอกไม้และเครื่องประดับศีรษะที่ทำด้วยข้าวโพดคั่วมาขาย ให้ลูกเรือของตน

ในขณะที่ข้าวโพดและข้าวโพดคั่วค่อยๆ ปรากฏแพร่หลายไปทั่วอเมริกา ในฐานะพืชเกษตรกรรมทั่วไป และเริ่มปรากฏความสำคัญจนถือเป็นพืชเกษตรกรรมในตลาด เมื่อราว ค.ศ. 1890 นี้เอง ซึ่งมีความนิยมสูง และเริ่มผลิตในเชิงการค้า โดยมีการผลิตเครื่องทำข้าวโพดคั่วขนาดมหึมา ใช้เตาน้ำมันเบนซิน กลายเป็นอุปกรณ์ที่คุ้นตาในงานแห่และงานเทศกาล และเมื่อในปี ค.ศ. 1893 ในงานแสดงสินค้าโลกที่ชิคาโก ก็มีการผลิตข้าวโพดคั่วแบบใหม่ เรียกว่า เครเกอร์แจ็ค (Cracker Jack) อันเป็นส่วนผสมของข้าวโพดคั่ว น้ำอ้อย และถั่วลิสง

และจากความเติบโตของธุรกิจภาพยนตร์เมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ยี่สิบ และการเปิดโรงภาพยนตร์จำนวนนับไม่ถ้วน ทำให้ข้าวโพดคั่วกลายเป็นส่วนหนึ่งของความบันเทิงแบบใหม่ ในช่วงต้น เครื่องผลิตข้าวโพดคั่วมักจะอยู่นอกโรงภาพยนตร์ ผู้ควบคุมเครื่องมักจะต้องเช่าสถานที่จากเจ้าของโรงภาพยนตร์ สมัยที่เป็นหนังเงียบ บางครั้งมีเสียงดนตรีคลอ ในช่วงบรรเลงดนตรีนั้น ยังมีเสียงกรุบกรับของผู้ชมที่สนุกกับข้าวโพดคั่วพอๆ กับความสนุกกับภาพยนตร์

เครื่องผลิตข้าวโพด แบบไฟฟ้าสำเร็จสมบูรณ์และนำออกจำหน่ายประมาณปี ค.ศ. 1925 เป็นเครื่องแก้วมันวาวและเครื่องไฟฟ้าสีโครเมียม ทำให้ข้าวโพดคั่วได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นไปอีก

มีสถิติว่า ในปี ค.ศ. 1922 สหรัฐอเมริกาเพาะปลูกข้าวโพดสำหรับใช้ทำข้าวโพดคั่วประมาณ 15,000 เอเคอร์ เมื่อมีเครื่องผลิตข้าวโพดคั่วแบบไฟฟ้า ข้าวโพดคั่วนำรายได้มาสู่ผู้ปลูกพอสมควร จนได้รับสมญานามว่า “ทิวทองแห่งท้องทุ่ง” (prairie gold) และเมื่อปี ค.ศ. 1967 ผลผลิตต่อปีของข้าวโพดมีค่าประมาณ 432 ล้านปอนด์ รัฐอินเดียนา ไอโอวา อิลลินอยส์ โอไฮโอ และเคนตั้กกี้ เป็นผู้นำในการผลิตข้าวโพดคั่วของสหรัฐอเมริกา

เมื่อต้นคริสต์ทศวรรษ 1950 เมื่อมีโทรทัศน์แพร่หลายมากขึ้น ข้าวโพดคั่วไม่ได้นิยมรับประทานเฉพาะในโรงภาพยนตร์เท่านั้น แต่ยังแพร่หลายไปรับประทานกันหน้าจอโทรทัศน์ และเริ่มมีการโฆษณาข้าวโพดคั่วในช่วงโฆษณาของรายการ ในบางพื้นที่มีข้าวโพดคั่วขายในห่อฟอยล์ ซึ่งใช้คั่วแล้วทิ้งได้

ปลายศตวรรษที่ 19 อเมริกาเป็นประเทศแรกที่จำหน่ายข้าวโพดคั่วเป็นธุรกิจ โดยเลือกเฉพาะข้าวโพดพันธุ์ Zea mays L. Var. everta เนื่องจากเมล็ดมีเปลือกแข็งแต่เนื้อในเมล็ดนุ่ม เครื่องทำข้าวโพดคั่วเกิดขึ้นครั้งแรกในปี 1885 โดยนายชาลส์ เครเตอส์ ชาวเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์

กลไกเบื้องหลังข้าวโพดคั่ว ก็คือ เมล็ดข้าวโพดนั้นมีความชื้นอยู่ภายใน เมื่อได้รับความร้อน จะเกิดไอน้ำขึ้นภายในเมล็ด และเกิดแรงดันผลักให้เมล็ดแตกบานออก แรงดันในฉับพลันนั้นก็ดันเมล็ดภายในออกมา

วิธีการคั่วข้าวโพดมีอยู่สองวิธี คือคั่วแห้ง และคั่วเปียก

วิธีคั่วแห้ง ทำได้โดยนำข้าวโพดใส่ตะกร้าสานแล้วเขย่าเหนือถ่านหินร้อน กระทั่งเมล็ดเต้นและแตกพองอยู่ในตะกร้าสาน จากนั้นเทข้าวโพดลงชาม และ เติมเครื่องปรุงรส จำพวกเกลือและเนย

วิธีคั่วเปียกนั้น เป็นวิธีที่นิยมใช้ทุกวันนี้ โดยการคั่วข้าวโพดในภาชนะก้นหนา ใส่น้ำมันเล็กน้อย เมล็ดข้าวโพดเมื่อถูกเขย่าจะเคลือบน้ำมัน ทำให้ความร้อนถึงจุดที่แตกตัว ในเครื่องทำข้าวโพดคั่วมักจะใช้น้ำมันมะพร้าว แต่น้ำมันปรุงอาหารชนิดอื่นๆ ก็ใช้ได้เหมือนกัน

นอกเหนือจากการใช้เป็นอาหารแล้ว ข้าวโพดคั่วยังมีประโยชน์อื่นๆ อีกมาก เช่น ใช้ข้าวโพดเป็นวัสดุป้องกันในการขนส่งสินค้าเปราะบาง ซึ่งได้ผลดีมากกว่ากระดาษลูกฟูก จากการทดลองบรรจุขวด หีบหนึ่งใช้ข้าวโพดคั่วรอง และอีกหีบใช้กระดาษลูกฟูก เมื่อโยนหีบดังกล่าวจากหลังคาโกดังลงบนพื้นยางมะตอย ในระยะสูง 50-60 ฟุต ขวดที่บรรจุในหีบบุข้าวโพดคั่วไม่แตกเลย ขณะที่อีกหีบมีขวดแตกไปเกือบหนึ่งในสาม

นอกจากนี้การทดลองทำอาหารตำรับต่างๆ เช่น ข้าวโพดคั่วกับเครื่องเทศ น้ำมะนาว และน้ำผึ้ง และรับประทานกับครีมเป็นอาหารว่าง หากผสมกับหัวหอม ผักชี และเครื่องปรุงรสอื่นๆ จะนำไปยัดไส้ไก่ ไม่ต่างกับเครื่องปรุงขนมปังหรือขนมปังข้าวโพดเลย

ทุกวันนี้นักวิทยาศาสตร์กำลังหาวิธีต่างๆ ที่จะใช้ประโยชน์จากข้าวโพดคั่วนี้ นับเป็นเส้นทางอันยาวนานไกลจากถิ่นฐานชาวอินคาเมื่อหลายทศวรรษก่อน ผู้รู้จักคั่วข้าวโพดด้วยวิธีง่ายๆ ในหม้อดิน ไปสู่ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์อันซับซ้อนในปัจจุบัน

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : ไลฟ์สไตล์

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com

ออม

สุวรรณ