พัทยาเดลีนิวส์

15 ตุลาคม 2556 :: 10:10:28 am 118083

ผลสำรวจยอดเด็กไทยติดเกม-เล่นออนไลน์ปี′56 พุ่งเกือบ 3 ล้านคน

จากการสำรวจของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด (สวจ.) ร่วมกับสถาบันสุขภาพจิตและวัยรุ่น กรมสุขภาพจิต เก็บข้อมูลเด็กและเยาวชนกลุ่มตัวอย่าง 20,000 คนทั่วประเทศ ระหว่างเดือนมีนาคม-มิถุนายน 2556 ที่ผ่านมาพบว่า ในจำนวนนี้พบเด็กติดเกม 15% เล่นออนไลน์ แชตไลน์ เฟซบุ๊ก 15% เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับสถิติจำนวนเยาวชนที่มีอยู่ในปัจจุบันจำนวน 18 ล้านคน ทำให้ทราบว่าขณะนี้เด็กไทยติดเกมแล้วมากกว่า 2,700,000 คน
สนใจโฆษณา

กรุงเทพมหานคร – วานนี้ (14 ต.ค.56) ที่สยามเซ็นเตอร์ นพ.ชาญวิทย์ พรนภดล ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เปิดเผยภายหลังร่วมแถลงข่าวโครงการ “เด็กไทยกับไอที” และงาน Thailand Game Show BIG Festival จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-20 ตุลาคม ณ รอยัลพารากอนฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ว่าจากการสำรวจของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด (สวจ.) ร่วมกับสถาบันสุขภาพจิตและวัยรุ่น กรมสุขภาพจิต เก็บข้อมูลเด็กและเยาวชนกลุ่มตัวอย่าง 20,000 คนทั่วประเทศ ระหว่างเดือนมีนาคม-มิถุนายน 2556 ที่ผ่านมาพบว่า ในจำนวนนี้พบเด็กติดเกม 15% เล่นออนไลน์ แชตไลน์ เฟซบุ๊ก 15% เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับสถิติจำนวนเยาวชนที่มีอยู่ในปัจจุบันจำนวน 18 ล้านคน ทำให้ทราบว่าขณะนี้เด็กไทยติดเกมแล้วมากกว่า 2,700,000 คน ถือเป็นตัวเลขที่สูงมาก โดยพฤติกรรมเด็กที่ติดเกม 1.พฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง ทำร้ายพ่อแม่ผู้ปกครองพยามฆ่าตัวตายเมื่อถูกห้ามไม่ให้เล่นเกม 2.หนีเรียนเก็บตัวอยู่บ้านเพื่อเล่นเกม ไม่นอนในเวลากลางคืน 3.การเรียนตกต่ำไม่เข้าร่วมกิจกรรม อารมณ์แปรปรวนง่าย ซึ่งเด็กกลุ่มนี้ถือว่าเข้าข่ายติดเกมรุนแรงต้องเข้าบำบัดรักษา ปัจจุบันเด็กเข้ามารักษาเฉลี่ยปีละ 30-40 คน แต่ถือว่าน้อยมาก

“สิ่งที่ทำให้เด็กเข้ามาบำบัดน้อย เนื่องจากผู้ปกครองไม่ทราบว่าจะพาลูกไปรักษาที่ไหน ทั้งนี้ การรักษาเด็กติดเกมถือว่าต้องใช้เวลาพอๆ กับการเลิกยาเสพติด ต้องมีการล้างพิษในระยะแรกคือการนำเด็กออกจากโลกไอทีทั้งหมด อีกพฤติกรรมน่าเป็นห่วงคือ วัฒนธรรมก้มหน้า คนไม่มองหน้ากัน มองแต่จอมือถือตัวเอง พบเห็นได้ตามท้องถนนที่สาธารณะ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ชนเผ่าหัวก้ม เป็นอาการอย่างหนึ่งชีวิตเราผูกพันไอทีมากเกินไป เหมือนเป็นอวัยวะที่ 33 ในมุมมองผู้ใหญ่ก็มองว่า น่าจะมีอย่างอื่นทดแทนไอที เราไม่ปฏิเสธประโยชน์ของไอที แต่สิ่งที่ผู้ใหญ่ไม่ยอมรับคือ เด็กไม่สามารถแยกแยะข้อดีข้อเสียและทำให้ไอทีมีผลกระทบชีวิตตัวเอง ดังนั้น การจัดกิจกรรมต่างๆ เป็นสิงที่ดีให้เด็กๆ หันเหความสนใจกับสิ่งอื่นๆ รอบตัวบ้าง” นพ.ชาญวิทย์กล่าว

ที่มา : มติชน

Photo : Internet   Category : ข่าวในประเทศ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com