พัทยาเดลีนิวส์

23 กันยายน 2553 :: 16:09:28 pm 38230

ผสมเทียม เบาหวาน กับ การเมือง

โลกเปลี่ยน ทำให้การดำเนินชีวิตของผู้คนเปลี่ยนไปตามจังหวะ “วิวัฒนาการ” โดยเฉพาะ สังคมโลกไซเบอร์ ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการดำรงชีวิต ในการหาความรู้ หาเพื่อน รวมไปถึงบางเรื่องราว ที่หาไม่ได้จาก “โลกแห่งความเป็นจริง”
สนใจโฆษณา

ทุกวันนี้ คนไทยให้ความสนใจกับคำว่า การเมือง มากขึ้น ข่าวการเมืองกลายเป็น ข่าวพาดหัวใหญ่ของหนังสือพิมพ์รายวัน แทบทุกฉบับ แทนข่าวอาชญากรรมในอดีต นักการเมืองเองก็ หลงทาง ว่าการเมืองคือการสู้รบทาง การเลือกตั้ง ใครได้เสียงมากกว่า คนนั้นก็ชนะ ได้อำนาจรัฐมาครอง เหมือน กับที่มีการจัดตั้งรัฐบาลกัน ในค่ายทหาร จนทำได้สำเร็จ เป็นนายกรัฐมนตรีสมใจตัวเอง และคนรอบข้างได้ปีกว่า

แต่ผลงานในการเป็นรัฐบาล มันพิสูจน์ว่า รัฐบาลภายใต้ การผสมเทียม ของผู้นำคนนี้ได้ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ทำร้ายระบบ ความเป็นคน ของประชาชนที่ถูกกดขี่โดย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ประกาศใช้อย่างพร่ำเพรื่อ นักเรียนอ๊อกส์ฟอร์ด เป็นคนที่เกิดในตระกูลดี มีการศึกษาสูงส่ง มีบุคลิกภาพที่น่าเชื่อถือ น่าศรัทธา แต่พฤติกรรมในช่วงเป็นนายกรัฐมนตรี มันทำให้ประชาชนมากมายทั้งประเทศ ผิดหวัง

คนใกล้ชิดท่านนายกฯ มักจะเป็นคนกวนน้ำให้ขุ่น ทำให้สถานการณ์ทางการเมืองตึงเครียด ความเชื่อมั่นในรัฐบาล ลดต่ำลงทุกวัน จนทำให้คนเกิดความรู้สึกว่า ทำอะไรเหมือน ขาดความเป็นผู้นำ

แม้ ท่านนายกฯ จะเชื่อใจว่า เขาน่าจะเป็นผู้นำประเทศได้อีกนาน อาจจะครบเทอม ถึงขนาดกล้าคิดว่า จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีอีก 1 สมัย หลังการเลือกตั้งใหม่ เพราะมีแบ๊คดี มีทหารคอยประคับประคองป้องกัน แต่เขากำลังจะผิดพลาด เขาประกาศ หัก พรรคภูมิใจไทย ในการไม่ผลักดันร่างกฎหมายนิรโทษกรรม พร้อมยืนยันรัฐบาลไม่มีนโยบาย ดันร่างกฏหมายนิรโทษกรรม เพราะหวั่นเพิ่มปมความขัดแย้ง และแนะให้คำนึงความเป็นเอกภาพร่วมกัน มากกว่าผลทางการเมือง แต่ ท่านนายกฯ ก็ยอมรับว่า ตอนนี้ต้องระวังตัวเพิ่มขึ้น หลังมีข่าวลอบฆ่า

แปลว่า ถ้าเปรียบรัฐบาลเหมือนการเจ็บไข้ได้ป่วย บัดนี้ ก็กำลังป่วยเป็นโรคเบาหวาน  ที่มีระดับน้ำตาลในเส้นเลือดสูง รอวันให้โรคอื่นเข้ามาแทรก และอาจเสียชีวิตจากโรคแทรก เพราะคิดว่าโรคเบาหวานไม่มีอันตราย จึงไม่ยอมพบแพทย์ เพื่อรับการรักษา อยากถามว่า มีความสุขหรือ กับการได้เป็นนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางความขัดแย้ง ความเกลียดชัง และกลิ่นคาวเลือด

กระบวนการ นิรโทษกรรม ที่ได้รับการผลักดัน ผุดขึ้นมาเป็นเรื่องใหม่ ยังไม่ทันสมานฉันท์สังคมไทย ก็ทำท่าจะ เขย่ารัฐบาล ให้ร่วงไปก่อนเวลาได้ง่ายๆ วิธีซื้อเวลา หรือเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ ใช้ได้ กับบางเรื่อง ถึงเวลาที่ จะต้องค้นคิด กระบวนท่าใหม่มาใช้บ้างแล้ว ของเก่าเขาจับทางกันได้หมดทุกฝ่าย เพราะเมื่อ ครูใหญ่ภูมิใจไทย เปิดแนวรบทุกด้าน เพื่อผลักดันกฎหมายนี้นายกรัฐมนตรี ก็เป็นคนแรกที่ต้องตั้งรับให้ทัน

ประเด็นที่ต้อง ชิงเหลี่ยม ชิงภาพลักษณ์กันแล้ว วินาทีนี้ไม่มีใครยอมใครง่ายๆ แน่ สารพัดโครงการของกระทรวงคมนาคม ในเงื้อมมือของพรรคภูมิใจไทย เป็นประเด็นที่นายกฯ ยากที่จะเห็นด้วย หากยังต้องการ รักษาภาพลักษณ์ในเรื่องความสะอาดเอาไว้ เป็นอาภรณ์ประดับกาย

มาวันนี้พิสูจน์แล้วว่า นายกฯไม่ใช่ละอ่อน กับเกมการเมืองและการรัฐประหาร รวมทั้งการผูกใจบรรดาขุนทหาร ดังนั้นแค่ไม่รู้ไม่เห็น ไม่รู้ร้อนรู้หนาว และยืนกราน ไม่ลาออกสถานเดียว แค่นี้ก็ลอยตัวมาได้ 4 เดือนแล้วแบบสบาย ๆ

ดังนั้นจึงเกิดความเชื่อมั่นสูง ถึงขนาดเผยไต๋ออกมาแล้วว่า หากมีการเลือกตั้งใหม่ ในปีหน้า และพรรคประชาธิปัตย์ชนะ ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอีกครั้ง ก็จะขอเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 อย่างแน่นอน ใจเดียวกัน ฝันเดียวกัน เต็มๆ แบบนี้ แต่เก้าอี้นายกรัฐมนตรีมีตัวเดียว ฉะนั้นก็ย่อมจะต้องช่วงชิงกันในทุกรูปแบบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ปัญหาอยู่ที่ว่า เมื่อรู้ชัดกันแบบนี้แล้ว ใครจะเป็นฝ่ายได้ชัย ตรงนี้ต้องจับตามองอย่ากะพริบ แต่การที่ครั้งนี้ นายกฯ กล้าประกาศดังๆ ออกมาสู่สาธารณชน ว่าตลอดเวลา 1 ปีครึ่งที่ผ่านมา ประสบปัญหาความท้าทายหลายเรื่อง แต่รัฐบาลก็สามารถฟันฝ่าไปได้ ทั้งปัญหาเศรษฐกิจและการเมือง โดยเฉพาะเศรษฐกิจได้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จึงวางเป้าหมายไว้ว่า ถ้าบ้านเมืองสงบก็พร้อมจัดการเลือกตั้งใหม่

“เหตุการณ์ที่ผ่านมาเป็นประสบการณ์ทำงานที่สำคัญสำหรับผม ซึ่งผมชนะการเลือกตั้งเมื่อครั้งมีอายุ 27 ปี และถึงจุดสูงสุดทางการเมืองเป็นนายกรัฐมนตรี และถ้ามีการเลือกตั้งในเร็ว ๆ นี้ หรือปีหน้า ก็ตั้งใจจะลงสมัครอีกครั้ง”

แถมระบุ แบบเชื่อมั่นว่า หากโชคดี มีโอกาสเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ก็คงถึงปลายทางชีวิตทางการเมืองแล้ว แต่ถ้าไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งจริงๆ ก็คงพิจารณาอีกอย่างหนึ่ง“หลังชีวิตการเมืองจะหาอาชีพที่เหมาะสม หากได้ทำตามที่ต้องการ ก็นับว่าโชคดี” มองทาง วางเกม กันเอาไว้เป็นช็อตๆ  เรียบร้อยโรงเรียนออกซ์ฟอร์ด กล้าประกาศขนาดนี้ แปลว่านายกฯ จะต้องมีความเชื่อมั่น ชนิดทะลุปรอทแตกเลยทีเดียว ด้วยพลังหนุนจากขั้วอำนาจ จากกลุ่มนายทหารอย่างเต็มที่

โลกไซเบอร์ที่ว่า “สกปรก” แต่กับชีวิตของคนในบางแง่มุม มันยัง “สกปรกโสมม” ยิ่งกว่าหลายร้อยเท่านัก นักการเมืองไทยก็เหมือนนักตบ ไม่เคยตอบคำถาม ตรงประเด็น ไม่เคยชี้แจงข้อกล่าวหา มีแต่เดินหนี และโยนขี้เป็นคำตอบ น้อยคนนักที่ยอมสละที่นั่ง บูชาศักดิ์ศรีด้วยการลาออกนักการเมืองบางประเทศ ที่ให้ความสำคัญต่อตำแหน่ง “ทางการเมือง” เป็นช่องทางต่อรอง “ผลประโยชน์” มีความผิดก็ “ตบไป-ตบมา” ไม่กล้ายอมรับ.

Reporter : โสรยา   Photo : Internet   Category : สังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com