พัทยาเดลีนิวส์

08 สิงหาคม 2551 :: 18:08:17 pm 4891

ผีตาโขน ด่านซ้าย แหล่งอารยธรรมเดียว ที่ไม่มีใครเหมือน

ตื่นแต่เช้าตรู่ เพราะความตื่นเต้นกับการเดินทางไปดูผีครั้งนี้ โอ๊ะ โอ้ อย่าเพิ่งต๊กกะใจไปค่ะว่า ฉันจะพาท่านผู้อ่านไปลองของ เยี่ยมบ้านผีสิง ไนท์ตี้ช็อค กับพี่ป๋องที่ไหน แต่ฉันกำลังจะพาท่านไปยังดินแดนแห่งผีตาโขน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย นั่นเอง
สนใจโฆษณา

ไม่ว่าจะเทศกาลงานไหน งานดอกฝ้าย งานสงกรานต์ เข้าพรรษา หรือแม้แต่งานกีฬาสีโรงเรียน ผีตาโขนจะโดดเด่นเป็นพระเอกในขบวนแห่เสมอ สมัยเด็ก ๆ ฉันจำได้ว่า พอขบวนผีตาโขนมาทีไร ลูกเล็กเด็กแดงที่เฝ้ารอดูเป็นต้องมีคนวิ่งหลบหนีเข้าบ้าน หรือไม่ก็ร้องไห้กอดแม่ หนูกลัว ๆ ฮือ ๆ คนไหนไม่กลัวก็มีจับไม้จับมือโอบกอดเล่นราวกับเป็น mascot กีฬาโอลิมปิคยังไงยังงั้น

            เอาหล่ะค่ะ ฉันขอทำหน้าที่คนเลยซะหน่อย ครั้งนี้ขอเป็นไกด์พาเที่ยวด่านซ้าย ให้หายคิดถึง เอ้า ใครไม่ไปห้ามยกมือ ใครไปยกมือขึ้น 

            ผีตาโขนคือขบวนแห่ใส่หน้ากาก ซึ่งพิธีฉลองจัดขึ้นในวันแรกของพิธีทำบุญ 3 วัน เรียกว่า “บุญพระเวส” ผีตาโขนเป็นการละเล่นชนิดหนึ่ง โดยผู้เล่นทำหน้ากากมีลักษณะหน้าตาน่าเกลียด น่ากลัว มาสวมใส่และแต่งตัวในสีสันฉูดฉาด สดใส สำหรับหน้ากากผีตาโขนนั้นทำจากต้นมะพร้าวแกะสลักปละสวมศีรษะด้วยกระติ๊บข้าว เหนียว แล้วเข้าร่วมขบวนแห่และเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน การละเล่นผีตาโขนมีเฉพาะ งานบุญประเพณี ที่ภาษาพื้นบ้านเรียกว่า “บุญหลวง” เป็นงานบุญประเพณีเฉพาะ อำเภอด่านซ้าย ซึ่ง “บุญหลวง” เป็นประเพณีที่ละเว้นไม่ได้ เพราะถ้าไม่เชื่อ อาจทำให้เกิดเหตุเภทภัยได้ เช่น ชาวบ้านล้มป่วย หรือฟ้าฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล การทำบุญหลวงจะทำเป็นประจำทุกปี ที่วัดโพนชัย 

            แต่ฉันก็ยังงงอยู่ดีว่า แล้วการละเล่นผีตาโขนมีมาตั้งแต่เมื่อใด ถามพ่อใหญ่แม่ใหญ่ที่นั่น เขาบอกว่า มีเรื่องเล่ามากมายสืบทอดต่อกันมา แต่ก็ไม่มีหลักฐานปรากฏที่แน่นอน แต่ที่น่าจะเป็นไปได้ และใกล้เคียงที่สุดคือ น่าจะเกิดจากงานบุญพระเวส ที่มาจากตำนานของพระเวสสันดร ในตอนที่ทรงสละกิเลสจะมีพวก ภูตผีปีศาจ คอยติดตามรังควาญให้ไขว้เขว ซึ่งแต่ก่อนจะเรียกกันว่า ผีตามคน เรียกไปเรียกมา ประกอบกับสำเนียงที่เพี้ยนของคนท้องถิ่น ก็เลยกลายมาเป็น “ผีตาโขน” 

            มนุษย์มีเพศหญิงเพศชาย แล้วคุณรู้ไหมว่า ผีตาโขนเองก็มีเหมือนกันนะค่ะ ใบหน้าผีตาโขนผู้ชายจะหาอะไรมาทำหนวดเครา หรือทำอวัยวะเพศมาใส่ อาจทำด้วยไม้หรือวัสดุอื่นก็ได้ ส่วนผีตาโขนผู้หญิงก็ทำอวัยวะเพศหญิงและหน้าอกทั้งสองข้างจะทำเป็นรูปนม อาจจะทำด้วยกะลามะพร้าวหรือวัตถุอื่น ๆ ซึ่งนอกจากจะเป็นการบ่งบอกเพศแล้ว ชาวบ้านยังมีความเชื่อว่าเป็นอุบายอย่างหนึ่ง ที่ทำให้เพื่อพวกนักเลงมากที่หลงระเริงกับอวัยวะเพศและหลงชมการละเล่นแปลก ๆ จนลืมก่อกวนขัดขวางการทำบุญอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีเครื่องประดับที่ขาดไม่ได้ นั่นคือ “หมากกระแหล่ง” ใช้ผูกบั้นเอว เวลาเดินไปไหนก็จะมีเสียงดัง บางทีใช้เขย่าเวลาแสดงให้เกิดความสนุกสนานครื้นเครงอีกด้วย 

            ไม่ เพียงแต่ผีตาโขนที่เป็นตัวเด่นในงานเท่านั้น แต่ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่มาช่วยเติมแต่งสีสันให้ไม่ใช่น้อย นั่นคือ “คนป่า” คนป่าส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชาย จะแต่งกายแบบคนป่า นุ่งผ้าล่อนจ้อน เปลือยกายทาตัวด้วยดินหม้อสีดำและมีอาวุธประจำกายที่ชาวบ้านเรียกว่า “ไม้เฮี้ย” มากระแทกพื้น เดินหยอกล้อหญิงสาวที่ชมขบวนแห่อย่างสนุกสนาน “ถึงแม้ตัวจะดำแต่จิตใจขาวสะอาดนะจ๊ะสาว ๆ ” เขาฝากบอกว่า ทำให้เหล่าคนป่าคว้าตำแหน่งขวัญใจสื่อมวลชนมาชื่นชมอย่างใส ๆ 

            หลัง จากการร่วมเดินขบวนแห่แล้ว บรรดาผีตาโขนก็จะนำเครื่องเล่นและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ประกอบการเล่นไปลอยน้ำ เป็นอันเสร็จสิ้นการแสดงผีตาโขน สมัยก่อนผู้แสดงเป็นผีตาโขนส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย แต่ปัจจุบันผีตาโขนมีตั้งแต่เด็กเล็ก วัยรุ่น ยันคนแก่ และมีทั้งผู้ชายและผู้หญิงอีกด้วย แสดงให้เห็นถึงการร่วมมือกันในชุมชนที่อนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านให้ยังคง ดำรงอยู่ สืบทอดต่อไป เป็นอีกภาพประทับใจที่ไม่รู้ลืม 

            ใช่ว่าฉันจะพาผู้ท่าน ไปชมประเพณีผีตาโขนอย่างเดียวนะค่ะ มาเยือนด่านซ้ายทั้งที ขอเที่ยวหน่อยก็แล้วกันนะค่ะ เริ่มจากที่นี้เลยแล้วกันค่ะ พระธาตุศรีสองรัก สถานที่เคารพบูชาของคนเลยเขาหล่ะ ตั้งอยู่ห่างจากตัวอำเภอ 1 กิโลเมตร หรือห่างจากตัวจังหวัด 83 กิโลเมตร พระธาตุสร้างขึ้นสมัยกรุงศรีอยุธยา พ.ศ. 2130 เสร็จปี พ.ศ.2106 เพื่อเป็นสักขีพยานในการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ระหว่างกรุงศรีอยุธยาและกรุงศรีสัตนาคนหุต (เวียงจันทน์) สมัยพระไชยเชษฐาธิราช คนเลยเขาบอกไว้ว่า ถ้ามาเมืองเลยต้องมาไหว้พระธาตุศรีสองรัก ถ้าไม่ได้มาไหว้ก็เหมือนมาไม่ถึงนะค่ะ อุ้ย! เกือบลืมบอกไปค่ะว่า ถ้าจะมาไหว้พระธาตุไม่ควรนำสิ่งของหรือดอกไม้สีแดงมาบูชา หรือไม่ควรแต่งกายด้วยชุดสีแดงนะค่ะ เพราะมีความเชื่อว่า เนื่องจากพระธาตุเป็นการสร้างเพื่อสัจจะและไมตรี สีแดงเป็นสัญลักษณ์ของเลือดและความรุนแรงนั่นเองค่ะ 

            ใครที่ยังอยากเที่ยววัดไหว้พระอีก ยังค่ะ ยังไม่หมด ยังมี วัดเนรมิตวิปัสสนา ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนเนินเขาห่างจากพระธาตุศรีสองรักเพียงเล็กน้อย โบสถ์และเจดีย์ภายในวัดก่อสร้างขึ้นด้วยศิลาแลงทั้งหลังอย่างสวยงาม ภายในโบสถ์ขนาดใหญ่ตกแต่งได้อย่างวิจิตรงดงาม มีพระพุทธชินราชจำลองเป็นพระประธาน ภายในโบสถ์ยังมีภาพจิตรกรรมที่สวยงามประดับอยู่โดยรอบ สำหรับใครที่พลาดช่วงเทศกาลผีตาโขน แต่อยากเห็นผีตาโขนตัวเป็น ๆ ก็ไปชมกันได้ที่พิพิธภัณฑ์ผีตาโขน ได้ที่วัดโพนชัย เขาจัดมุมโชว์การทำผีตาโขน มีวีดีทัศน์บอกเล่าที่มาที่ไปของประวัติประเพณีผีตาโขน และมีร้านขายของที่ระลึกไว้สำหรับนักท่องเที่ยวให้เลือกซื้อของฝากอีกด้วย 

            ไหว้ พระเสร็จแล้วก็จะพาไปชมธรรมชาติสวย ๆ กันหน่อยดีกว่า ต้องที่นี้เลยค่ะ น้ำตกแก่งสองคอน ห่างจากพระธาตุศรีสองรักประมาณ 400 เมตร น้ำตกเป็นธารน้ำกว้าง ไหลผ่านก้อนหินใหญ่น้อยมากมายลดหลั่นกันลงมา ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่เขียว บรรยากาศร่มรื่น น่าพักผ่อนเป็นที่สุด 

            กว่า 80 กิโลเมตร ที่ฉันดั้นด้นมาเยือนถิ่นผีตาโขนแห่งนี้ บอกได้คำเดียวว่า “คุ้ม” ขอเพิ่มเป็นสามคำว่า “คุ้มจริงๆ” ทั้งได้สัมผัสประเพณีระดับชาติขนาดนี้ แถมยังได้อภิรมย์กับบรรยากาศแสนสบายคลายร้อนกับน้ำตกเย็นชื่นจิตอีกด้วย เผลอแป๊บเดียว ฟ้าเริ่มมืดแล้วสิค่ะ เที่ยวด่าซ้ายเพลินไปหน่อย ใครอยากเห็นผีตาโขนของแท้ต้องที่ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย นะคะ งานนี้ใครที่ว่ากลัวผี อาจจะเปลี่ยนใจมาชอบผีน่ารัก น่าหยอก อย่าง “ผีตาโขน” ก็ได้นะค่ะ

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : ท่องเที่ยว

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com