พัทยาเดลีนิวส์

22 กุมภาพันธ์ 2554 :: 11:02:44 am 56106

ผ่าชันสูตร “วาฬบูรด้า” ตายเกยอ่าวแสมสาร

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งตะวันออก นำทีมสำรวจซากวาฬบรูด้า เพศเมีย วัยเจริญพันธุ์ อายุราว 15 ปี ลอยอืดเกยหาดแสมสาร คาดเป็นฝูงเดียวที่พบตายในทะเล แถบดอนหอยหลอด จังหวัดสมุทรสงคราม ขณะเข้ามาหากินในอ่าวไทย บ่งชี้สภาวะแวดล้อมในอ่าวไทยเริ่มเข้าสู่ขั้นวิกฤติ ธรรมชาติกำลังหวนกลับมาทำลาย และฆ่าสิ่งมีชีวิตในทะเล
สนใจโฆษณา

สัตหีบ – วานนี้ (21 ก.พ. 54) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นาวาเอก อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บังคับการกรมรบพิเศษที่ 1 หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ ว่าพบซากวาฬขนาดใหญ่ในสภาพลอยขึ้นอืดส่งกลิ่นเหม็น ผิวหนังถูกแดดเผาไหม้เกรียม เกยติดโขดหินบริเวณหาดเตย ด้านทิศตะวันตก ของเกาะแสมสาร ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ห่างจากชายฝั่งประมาณ 800 เมตร จึงประสานไปยังศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งตะวันออก จังหวัดระยอง เพื่อส่งเจ้าหน้าที่วิชาการร่วมเข้าตรวจสอบ

ในเวลาต่อมา นายสมชาย มั่นอนันต์ทรัพย์  นักวิชาการประมงชำนาญการพิเศษ รักษาการ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งตะวันออก จังหวัดระยอง ได้เดินทางมาผ่าพิสูจน์  พร้อมเปิดเผยว่า  ซากวาฬที่พบเป็น วาฬบรูด้า เพศเมีย อายุประมาณ 15 ปี หรือวัยเจริญพันธ์  มีความยาวประมาณ 10 เมตร น้ำหนักประมาณ 2 ตัน และตายมาแล้วประมาณ 2 สัปดาห์ คาดว่าน่าจะเป็นฝูงวาฬที่เข้ามาหากินในทะเลอ่าวไทย และตายไปก่อนหน้านี้ กระทั่งถูกพบซากของมันลอยขึ้นอืดในทะเลแถบดอนหอยหลอด จังหวัดสมุทรสงคราม ส่วนสาเหตุการตายยังไม่ทราบแน่ชัด อย่างไรก็ตาม การผ่าพิสูจน์พบว่าหัวกะโหลกได้หลุดหายไป แต่เป็นที่น่าสังเกตที่ภายในกระเพาะอาหารของวาฬตัวนี้ไม่พบเศษอาหารตกค้าง หรือมีอาหารชนิดใด ๆ อยู่เลย คาดว่าจะป่วย โดยพฤติกรรมของวาฬแล้วหากล้มป่วยจะไม่กินอาหารใด ๆ ทั้งสิ้น จนเสียชีวิตขณะพยายามว่ายน้ำพาตัวเองเข้าฝั่ง ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงนั้น ของวาฬบรูด้าทั้งสองตัวที่พบ ต้องรอผลพิสูจน์อย่างเป็นทางการ จากการสันนิษฐานเบื้องต้น คาดว่า น่าจะเกิดจากภาพแวดล้อมทางทะเลเสื่อมโทรมลง ทั้งจากสภาวะน้ำเน่าเสีย สิ่งปฏิกูลต่าง ๆ ที่ถูกทิ้งลงทะเล ล้วนส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตในทะเลทั้งสิ้น และน่าจะเป็นเหตุพลหลักที่ส่งผลให้วาฬบรูด้าเสียชีวิต

สำหรับ วาฬบรูด้า ถือเป็นสัตว์น้ำขนาดใหญ่ที่สุด ลักษณะลำตัวมีสีเทาดำ รูปร่างค่อนข้างเพรียว ส่วนหัวมีแนวสันนูน 3 สัน ครีบเล็กและปลายแหลม มีร่องใต้คาง 40 -70 ร่อง เมื่อโตเต็มที่ลำตัวจะยาวประมาณ 14 – 15 เมตร น้ำหนักมากสุด 20 – 25 ตัน กินอาหารโดยการกรอง มีซี่กรองคล้ายหวีสีเทา 250 – 370 ซี่ อาหารส่วนใหญ่เป็นแพลงตอน เคย ลูกปลา และปลาหมึก มีถิ่นอาศัยประจำอยู่ในอ่าวไทย และสามารถพบได้ในจังหวัดชายทะเลเกือบทุกจังหวัด แต่จะพบมากที่ทะเลด้านนอก แถบจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  ปัจจุบัน จากการสำรวจพบมีจำนวนน้อยลงถึงขึ้นใกล้สูญพันธ์

นาวาเอก อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บังคับการกรมรบพิเศษที่ 1 หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการกล่าวว่า ถึงเวลาแล้วที่คนไทยจะหันมาช่วยกันฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ขณะนี้สภาวะแวดล้อมในทะเลได้เสื่อมโทรมลงถึงขึ้นวิกฤติ ซึ่งล้วนเกิดจากการกระทำของมนุษย์ทั้งสิ้น และจากการเสียชีวิตของวาฬบรูด้าทั้งสองตัวที่พบในทะเลอ่าวไทย อาจเป็นสิ่งบอกเหตุว่า ธรรมชาติกำลังย้อนกลับมาทำร้ายสิ่งมีชีวิตบนโลก เหมือนที่มนุษย์กำลังทำลายธรรมชาติให้หมดไป

Reporter : ณัฐภูมินทร์   Photo : ณัฐภูมินทร์   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com