พัทยาเดลีนิวส์

15 เมษายน 2549 :: 17:04:02 pm 33108

ฝนถล่มฉลองสงกรานต์ทั่วไทย

ฝนถล่มฉลองสงกรานต์เสียหายหลายพื้นที่ บ้านเรือนจังหวัดเลยเสียหายกว่า 30 หลัง เชียงใหม่ก็ชุ่มฉ่ำจัดขบวนรดน้ำดำหัวตระการตาคนร่วมงานจำนวนมาก ตำรวจต้องจัดระเบียบจราจรขึ้น-ลงดอยสุเทพ สรุปยอด 8 วัน ตายแล้ว 393 เจ็บ 4,979 เฉพาะวันที่ 14 วันเดียว ตาย 50 เจ็บ 780 พิษณุโลกยอดรวมผู้เสียชีวิต 16 ราย แซงนครราชสีมา
สนใจโฆษณา

ตามที่ความกดอากาศสูงจากประเทศจีน แผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนรวมทั้งกรุงเทพมหานครมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นนั้น ส่งผลให้มีฝนตกในหลายพื้นที่อย่างเช่นที่ จ.เลยอากาศร้อนอบอ้าว ทำให้แหล่งท่องเที่ยวทางน้ำคึกคัก เช่น อ่างเก็บน้ำ แม่น้ำโขง แม่น้ำเหือง การล่องแก่งและล่องแพ ขณะเดียวกันวันนี้ (15 เม.ย.) มีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และท้องฟ้ายังคงครึ้มฝน

นายคำพัน บุตรราช หัวหน้าสถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดเลย รายงานว่า เกิดพายุฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรงที่บ้านปากปวน หมู่ 10 ต.ปาสกปวน อ.วังสะพุง จ.เลย บ้านเรือนเสียหาย 33 หลัง ทั้งนี้ เนื่องจากความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีน ได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย อาจมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ในระยะนี้

ยโสธรคลายร้อนฝนตกหนักหลายชั่วโมง

ตั้งแต่เช้าวันนี้ (15 เม.ย.) การเล่นสาดน้ำเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ในหลายหมู่บ้าน เป็นไปด้วยความชุ่มฉ่ำภายหลังจากเกิดฝนตกหนักมาตลอดทั้งคืน ทำให้อากาศร้อนอบอ้าวลดลง ส่วนการละเล่นสาดในตัวเมืองยโสธรก็คึกคัก ทางการประปาภูมิภาคจังหวัดยโสธร ได้ต่อท่อน้ำประปาขนาดใหญ่มาให้บริการประชาชน สำหรับเป็นจุดเติมน้ำ 3 จุด เพื่อป้องกันประชาชนนำน้ำสกปกมาเล่นใส่กัน อีกทั้งยังอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน และส่งเสริมประเพณีสงกรานต์

ด้านนายอำนาจ ผการัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร ย้ำเตือนประชาชนอย่าขับรถขณะเมาสุรา อีกทั้งช่วงนี้มีฝนตกอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ควรระวังเป็นพิเศษ

เชียงใหม่จัดขบวนรดน้ำดำหัวตระการตา
บรรยากาศสงกรานต์จากจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่เช้าตรู่ของวันนี้ (15 เม.ย.) ที่วัดต่าง ๆ ในเมืองเชียงใหม่ต่างคลาคล่ำไปด้วยชาวเชียงใหม่ที่นำอาหารไปถวายพระ หรือเรียกว่า ”ทานขันข้าว” เพื่ออุทิศให้บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว เนื่องในวันพญาวัน หรือวันเริ่มศักราชใหม่ โดยต่างนำช่อธงหรือตุงไปปักที่เจดีย์ทรายและถวายเจดีย์ทราย

ขณะเดียวกันก็เป็นวันเริ่มต้นกิจกรรมรดน้ำดำหัวขอพรผู้ใหญ่ และครูอาจารย์ ซึ่งมีการขบวนเครื่องสักการะตามประเพณี เช่น หมากสุ่ม หมากเบ็ง ต้นดอก ต้นเทียน ต้นผึ้ง ดอกไม้ ธูปเทียน น้ำขมิ้นส้มป่อยและเครื่องดำหัวของท้องถิ่นแต่งกายแบบพื้นเมือง และชุดประจำเผ่า พร้อมการแสดงเคลื่อนขบวนตั้งแต่เวลา 14.00 น. จากสี่แยกกลางเวียงไปตามถนนท่าแพยังจวนผู้ว่าราชการจังหวัดที่เชิงสะพานนวรัฐ

ปีนี้นายธงชัย วงษ์เหรียญทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้นำขบวนเข้ารดน้ำดำหัวขอพรจากนายสุวัฒน์ ตันติพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ โดยขบวนแห่ดำหัวนี้เป็นกิจกรรมสำคัญที่นักท่องเที่ยวและชาวเชียงใหม่รอคอยชมและร่วมงานอย่างแน่นขนัดทุกปี

ตร.เชียงใหม่จัดระเบียบขึ้น-ลงดอยสุเทพ

ส่วนที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเชียงใหม่ ทางตำรวจจราจรจัดเวลาขึ้น-ลง ของรถยนต์เป็นช่วง ๆ เพื่อแก้ปัญหารถวิ่งสวนกันบนดอยอันอาจเกิดอุบัติเหตุได้ โดยภาคเช้า รถขึ้นเวลา 06.00-09.00 น. และลงเวลา 09.30-12.00 น. ส่วนช่วงบ่าย ขึ้นเวลา 12.30 – 15.00 น. และลงเวลา 15.30 – 18.00 น.

ศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยรอบคูเมืองเชียงใหม่ แจ้งว่า เมื่อวานนี้ (14 เม.ย.) เกิดเหตุคนตกน้ำคูเมืองเป็นจำนวนมากกว่าทุกวันคือ นับสิบราย ปัญหาเกิดจากวัยรุ่นจากอำเภอรอบนอกเสพสุราจากที่อื่นและมาลงเล่นน้ำ นอกจากนี้ ยังมีผู้ประสบภัยลงเล่นน้ำอีก 3-4 ราย ทางหน่วยกู้ภัยได้ช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น แต่ยังไม่รู้สึกตัวต้องส่งต่อโรงพยาบาล แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเฝ้าอำนวยความปลอดภัยไปถึงเวลา 20.00 น. สำหรับปีที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตในคูเมือง 2 ราย บาดเจ็บ 20 ราย

ขณะที่การเตรียมรถโดยสารขากลับ นายชาญชัย กีฬาแปง ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ยืนยันว่า ได้จัดรถเสริมจากปกติขึ้นอีกเท่าตัวในทุกเส้นทางสายเหนือตั้งแต่วันนี้ ซึ่งจะเป็นวันที่นักท่องเที่ยวเดินทางกลับมากที่สุด นอกจากนี้ ยังประสานนำรถ 30 หรือรถโดยสารไม่ประจำทางเสริมให้เพียงพอต่อจำนวนผู้โดยสาร เพื่อไม่ให้มีผู้โดยสารตกค้าง

ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวด้วยว่า นับตั้งแต่เริ่มเทศกาลมาจนถึงขณะนี้ยังไม่มีประชาชนร้องเรียนการขายตั๋วเกินราคา อีกทั้งพนักงานขับรถร่วมมืออย่างดีในการตรวจวัดแอลกอฮอล์ก่อนออกเดินทาง ส่วนที่สถานีขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากนั้น ก็ได้มีการติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิด และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลตลอด 24 ชั่วโมง มั่นใจได้ว่าประชาชนจะปลอดภัยแน่นอน

พายุกระหน่ำจีนเสียชีวิต 21 คน

สำนักข่าวซินหัวของจีน รายงานวันนี้ว่า เกิดพายุฝนตกหนักในพื้นที่ภาคกลางและตะวันออกของจีน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 21 คน และบ้านเรือนถูกทำลายกว่าหมื่นหลัง

รายงานระบุว่า ผู้เสียชีวิต 11 คน อยู่ในมณฑลหูเป่ย ทางตอนกลางของประเทศ ซึ่งยังมีประชาชนอีก 37,000 คน อพยพออกจากบ้านเรือน และมีบ้านเรือนราว 11,000 หลัง ถูกทำลาย ส่วนมณฑลเจียงซี ทางตะวันออก มีผู้เสียชีวิต 10 คน และสร้างความเสียหายเป็นมูลค่า 800 ล้านหยวน หรือประมาณ 4,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ทางการท้องถิ่นของทั้งสองพื้นที่กำลังจัดส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย เช่นเดียวกับรัฐบาลกลางก็ส่งทีมไปช่วยในการบรรเทาทุกข์แล้วเช่นกัน

ยอด 8 วัน ตายเกือบ400 เจ็บ780

นายอนุชา โมกขะเวส อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน แถลงข่าวสถิติผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ จากอุบัติเหตุทางถนน ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2549 ว่า วันที่ 14 เม.ย.49 มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 699 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 50 คน ต่ำกว่าประมาณการ (75 คน) 25 คน หรือร้อยละ 33.33 บาดเจ็บ 780 คน ต่ำกว่าประมาณการ (864 คน) 84 คน หรือร้อยละ 9.72 สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเมาสุรา ร้อยละ 43.49

รองลงมา คือ ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 19.60 และมอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัย ร้อยละ 12.88 ตามลำดับ ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 86.43 รองลงมา รถปิกอัพ ร้อยละ 8.45 และรถนั่งส่วนบุคคล ร้อยละ 1.52 อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดในช่วงทางตรงนอกเขตทางหลวงแผ่นดิน โดยเฉพาะถนนในเขต อบต./หมู่บ้านเกิดอุบัติเหตุสูงที่สุด

และช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ สุรินทร์ (5 คน) รองลงมา พิษณุโลก และนครสวรรค์ เชียงราย สระแก้ว กำแพงเพชร จันทบุรี อุทัยธานี กาญจนบุรี พัทลุง อุบลราชธานี ลำปาง และมุกดาหาร (จังหวัดละ 2 คน) และมี 5 จังหวัด ที่ยังไม่มีผู้เสียชีวิต ได้แก่ ตราด ปัตตานี แพร่ ระนอง และสมุทรสงคราม

สำหรับ 8 วันที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุรวม 4,435 ครั้ง เปรียบเทียบกับปี 2548 (4,905 ครั้ง) ลดลง 470 ครั้ง หรือร้อยละ 9.58 จังหวัดที่มีอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ จ.เชียงราย รองลงมา พิษณุโลก เชียงใหม่ และศรีสะเกษ มีจำนวนผู้เสียชีวิตสะสมรวม 393 คน เปรียบเทียบกับปี 2548 (433 คน) น้อยกว่า 40 คน หรือร้อยละ 9.24 และจังหวัดที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ พิษณุโลก 16 คน (สูงกว่าประมาณการ 7 คน) รองลงมา นครราชสีมา (15 คน) ลพบุรี 14 คน (สูงกว่าประมาณการ 6 คน) ระยอง 13 คน (สูงกว่าประมาณการ 5 คน) ตามลำดับ ส่วนผู้บาดเจ็บสะสม มีจำนวน รวม 4,979 คน เปรียบเทียบกับปี 2548 (5,546 คน) น้อยกว่า 567 คน หรือร้อยละ 10.22 และจังหวัดที่มีจำนวนผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงราย รองลงมา พิษณุโลก เชียงใหม่ และศรีสะเกษ ตามลำดับ

การเรียกตรวจตามมาตรการ 3 ม 2 ข 1 ร ที่ผ่านมา มีการเรียกตรวจ 928,856 คัน พบการกระทำผิดและดำเนินคดี จำนวน 39,111 ราย เนื่องจากไม่สวมหมวกนิรภัย สูงที่สุด รองลงมา ได้แก่ มอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัยและไม่พกพาใบขับขี่ ตามลำดับ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นกำลังหลักประจำจุดตรวจร่วม รองลงมา ได้แก่ สมาชิก อปพร. กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง สำหรับในวันที่ 14 เม.ย.49 มีการตั้งด่านตรวจ จำนวน 3,559 จุด เฉลี่ยวันละ 3.84 จุดตรวจ/อำเภอ มีเจ้าหน้าที่ประจำเฉลี่ยจุดตรวจละ 28 คน มีเจ้าหน้าที่รวมทั้งหมดทั่วประเทศ 101,633 คน

นายอนุชา กล่าวต่อไปว่า ตลอดช่วง 8 วันที่ผ่านมา รถจักรยานยนต์ ยังเป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด พฤติกรรมเสี่ยง ได้แก่ ขับรถเร็ว ประมาท ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย หลับใน จึงขอให้เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจเข้มงวดในการตรวจจับความเร็ว สภาพผู้ขับขี่และสภาพรถ รวมทั้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำรวจภูธรในพื้นที่ให้เข้มงวดตรวจจับในพื้นที่เขตรับผิดชอบ โดยเฉพาะรถปิกอัพที่บรรทุกผู้โดยสารเกินอัตรา เร่งประชาสัมพันธ์ผู้ขับขี่ที่มีอาการเหนื่อยล้า ไม่ควรเร่งเดินทาง ให้จอดพักตามจุดบริการที่ได้จัดเตรียมไว้ตลอดเส้นทาง เมื่อรู้สึกดีขึ้นจึงค่อยเดินทางต่อ

สำหรับอีก 2 วันที่เหลือ ซึ่งเป็นวันเดินทางกลับของพี่น้องประชาชน ขอให้ปรับแผนการตั้งจุดตรวจมาเป็นช่วงขาล่องหรือขาเข้าแทน รวมทั้งปรับแผนดำเนินการอื่น ๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ระหว่างการเดินทาง หากพี่น้องประชาชนประสบปัญหาหรือพบเห็นอุบัติเหตุ ขอให้แจ้งได้ที่ สายด่วนสาธารณภัย 1784 เพื่อขอรับความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมง

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : ข่าวท่องเที่ยว

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com