พัทยาเดลีนิวส์

17 ธันวาคม 2552 :: 16:12:34 pm 683

ฝรั่งเศสโหด ฆ่าแฟนสาว ยัดท้ายรถ

มือมีดชาวฝรั่งเศส ฆ่าโหดแฟนสาวชาวไทย ควงมีดแทงร่างเหวอะหวะเกือบ 10 แผล นำศพยัดท้ายรถเก๋ง ก่อนจะหนีไปจนมุมที่เชียงราย อ้างพาเพื่อนไปต่อวีซ่าที่ด่านแม่สาย พ่อเหยื่อแฉ ลูกสาวขับรถไปหาฝรั่งคู่กิ๊ก ก่อนเจอเป็นศพยัดท้ายรถ ตร.ชี้ คนร้ายเตรียมนำศพไปทิ้งอำพรางคดี แต่ไม่ทันต้องรีบชิ่งเผ่นหนีก่อน
สนใจโฆษณา

เชียงใหม่ – เมื่อเร็วๆ นี้ (15 พ.ย. 52) เมื่อเวลา 05.30 น. พ.ต.ท.มานพ จิตจรูญพันธ์ สารวัตรเวร สภ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ รับแจ้งเหตุฆ่ากันตายในบ้านเลขที่ 123 หมู่ 10 บ้านป่าไม้ ต.ออนกลาง อ.แม่ออน จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.กนิษฐ์ ประสานสุข ผกก. พ.ต.ท.สมชาย รุ่งศรีทอง รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.สมเดช จิตพยัคฆ์ สว.สส. ชุดสืบสวนและแพทย์เวร รพ.แม่ออน ไปที่เกิดเหตุ

ถึงที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้สัก ทรงไทย 2 ชั้น ปลูกสร้างสไตล์รีสอร์ตบนเนื้อที่กว่า 5 ไร่ ติดภูเขาและลำธาร มีมูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งเป็นบ้านพักของนายริชาร์ด แมร์ เฟดเดอริก อายุ 66 ปี ชาวฝรั่งเศส โดยเข้ามาอาศัยอยู่เมืองไทยเกือบ 10 ปีแล้ว

ตรวจสอบ ใต้ถุนบ้านบนโต๊ะรับแขก พบแก้วน้ำและขวดน้ำล้มเกลื่อน ตรงบันไดทางขึ้น มีรถเก๋งมิตซูบิชิ สีแดง ทะเบียน กษ 6416 เชียงใหม่ จอดอยู่ และมีรอยเลือดหยดเป็นทางยาวตั้งแต่ใต้ถุนบ้านมาถึงฝากระโปรงท้ายรถเก๋ง เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดฝากระโปรงท้ายรถออก พบศพ น.ส.สุชาดา สิทธิสาร อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 118 หมู่ 10 ต.ออนกลาง อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ ถูกฆ่าปาดคอเหวอะหวะยัดศพใส่ท้ายรถโดยมีผ้าห่มสีฟ้าคลุมทับร่างอีกชั้น สภาพศพสวมเสื้อกล้ามและกางเกงขาสั้นลายพราง ลำคอด้านหน้ามีแผลลึก 5 แผล และลำคอด้านหลังอีก 3 แผล ห่างจุดพบศพราว 20 เมตร มีร่องรอยการใช้น้ำฉีดล้างเลือดไปหมาดๆ แพทย์ระบุเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง

นายบุญส่ง สิทธิสาร อายุ 50 ปี บิดาของผู้ตายให้การว่า น.ส.สุชาดาหลังเรียนจบปริญญาตรีจากกรุงเทพฯ ก็กลับมาช่วยงานทางบ้านขายก๋วยเตี๋ยว และรู้จักชอบพอกับนายริชาร์ด เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ จนไปมาหาสู่กันประจำ ช่วงหัวค่ำวานนี้ ผู้ตายขับรถเก๋งมิตซูบิชิ สีแดง ออกจากบ้าน เพื่อไปหานายริชาร์ด กระทั่งตกดึกผู้ตายยังไม่กลับบ้าน ตนจึงได้มาตามหาลูกสาวที่บ้านนายริชาร์ด พบรถเก๋งผู้ตายจอดอยู่ โดยมีนายริชาร์ดนั่งพูดคุยอยู่กับเพื่อนชาวฝรั่งเศส ชื่อนายมาร์โคอยู่บนโต๊ะรับแขก เมื่อสอบถามถึงผู้ตาย นายริชาร์ดอ้างว่าไม่เห็น ตนจึงกลับ

กระทั่งเวลา 03.00 น. นายริชาร์ดขับรถจี๊ปเชอโรกี สีดำ ทะเบียน กร 3836 เชียงใหม่ ไปหานายประวิตร ธนะคำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 ต.ออนกลาง พร้อมฝากกุญแจบ้านไว้ บอกว่าจะเดินทางไป อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อต่อวีซ่าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองแม่สาย จากนั้นรีบขับรถออกไปพร้อมนายมาร์โค เมื่อตนทราบเรื่องรู้สึกเอะใจ รีบย้อนกลับไปที่บ้านนายริชาร์ดอีกครั้ง ตรวจสอบรถเก๋งลูกสาวเห็นรอยเลือด จึงใช้กุญแจสำรองเปิดดู พบลูกสาวถูกฆ่าตายยัดอยู่ท้ายกระโปรงรถอย่างโหดเหี้ยมแล้ว

จาก การตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรอยล้อรถจี๊ปขับลัดไปทางสนามหญ้าติดภูเขา เจ้าหน้าที่คาดว่าหลังล้างเลือดจากศพแล้ว นายริชาร์ดอุ้มศพใส่รถจี๊ปเตรียมนำไปทิ้ง แต่เกิดเปลี่ยนใจเอาศพกลับมายัดใส่ท้ายรถเก๋งของผู้ตายแทน

หลัง เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ประสานไปยังด่านตรวจ เพื่อสกัดจับนายริชาร์ดและเพื่อนทันที ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่เจดีย์ อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย สามารถจับกุมนายริชาร์ดพร้อมเพื่อนไว้ได้ ขณะขับรถจี๊ปผ่านด่านตรวจ จากนั้นคุมตัวส่งกลับมาสอบปากคำที่ สภ.แม่ออน ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ภายในรถจี๊ปและที่รองเท้าทั้ง 2 ข้างของนายมาร์โค มีคราบเลือดเปรอะเปื้อนจำนวนมาก แต่ทั้ง 2 คนปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็นเกี่ยวกับการฆาตกรรม ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ จึงคุมตัวไว้สอบสวนอย่างละเอียด พร้อมประสานเจ้าหน้าที่วิทยาการ เร่งตรวจสอบรอยนิ้วมือแฝงบนรถของผู้ตายและตรวจร่างกายผู้ต้องสงสัยแล้ว

ด้าน พ.ต.อ.กนิษฐ ประสานสุข ผกก.สภ.แม่ออน กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ น.ส.สุชาดานั่งดื่มเบียร์อยู่กับ น.ส.ทรายทอง สิทธิสาร อายุ 29 ปี ลูกพี่ลูกน้องกัน ที่บ้านของนางส่ง สิทธิสาร มารดาของผู้ตาย จากนั้น น.ส.สุชาดา ขอตัวไปหานายริชาร์ดที่บ้าน เพื่อจะทำอาหารเย็นให้นายริชาร์ดกิน ขณะนี้เจ้าหน้าที่นำผู้ต้องสงสัยชาวต่างชาติทั้ง 2 คน ไปตรวจหาร่องรอยที่ รพ.มหาราชเชียงใหม่แล้ว และจะต้องรอผลจากกองพิสูจน์หลักฐาน ก่อน ถึงจะออกหมายจับได้ ส่วนรถจี๊ป ของนายริชาร์ด ได้นำเก็บไว้ที่ สภ.แม่ออน เพื่อให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์ หลักฐานมาตรวจสอบหาหลักฐานทางคดีต่อไป

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : ข่าวในประเทศ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com