พัทยาเดลีนิวส์

09 กรกฎาคม 2554 :: 10:07:57 am 69014

ฝังระเบิดในร่างกาย กลยุทธใหม่ ก่อการร้ายกลางอากาศ

สหรัฐเตือนสนามบินจับตาผู้ก่อการร้าย อาจลงทุนผ่าตัดฝังระเบิดในร่างกาย หวังบึ้มเครื่องบิน ขณะเครื่องสแกนเนอร์ไม่สามารถตรวจพบได้ ถ้าเป็นชายฝังไว้ใกล้ไส้ติ่ง สะโพก หากเป็นหญิงฝังใต้นม
สนใจโฆษณา

หลายปีที่ผ่านมา ผู้ก่อการร้ายสามารถทำการระเบิดเครื่องบิน รถยนต์ หรือ สถานที่ต่าง ๆ ได้โดยการซ่อนระเบิดไว้ในกระเป๋า รองเท้า หรือกระทั่งชุดชั้นในเพื่อป้องกันการตรวจจับ แต่มาวันนี้ เห็นทีว่าจะมีวิธีการน่ากลัวที่ยากต่อการตรวจจับมากยิ่งขึ้นกำเนิดขึ้นแล้ว เมื่อผู้ก่อการร้ายสามารถซ่อนระเบิดไปก่อการร้ายบนเครื่องบินได้ด้วยการฝังระเบิดไว้ในร่างกายเลยทีเดียว

รัฐบาลสหรัฐได้ส่งบันทึกช่วยจำไปยังหน่วยงานด้านความปลอดภัยทั่วประเทศเมื่อวันพุธ (6 ก.ค.54) เตือนว่า มีความเป็นไปได้ที่ผู้ก่อการร้าย อาจหาทางหลบเลี่ยงระบบรักษาความปลอดภัยของสนามบิน ด้วยการผ่าตัดฝังระเบิดไว้ในร่างกาย แล้วนำไปสู่การก่อเหตุระเบิดเครื่องบินพาณิชย์กลางอากาศ คล้ายกรณีที่ชายชาวโคลัมเบียคนหนึ่งถูกกล่าวหาว่า ผ่าตัดฝังยาเสพติดในร่างกายของผู้ได้รับการจ้างวานเมื่อปี 2548 พร้อมแนะนำเคล็ดลับจับพิรุธ เช่น ผู้โดยสารแสดงท่าทางอึดอัดเวลาถูกตรวจค้นตามร่างกายอย่างเห็นได้ชัด หรือช่วงท้องโป่งพองผิดปกติ

โดยหน่วยข่าวกรองของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐ ฯ ระบุว่า ผู้ก่อการร้ายอาจเตรียมวางแผนระเบิดเครื่องบินพาณิชย์กลางอากาศ โดยเฉพาะเครื่องบินที่มุ่งหน้าเข้าสู่สหรัฐอเมริกา โดยผู้ก่อการร้ายจะใช้วิธีผ่าตัดร่างกายตนเองแล้วฝังสารก่อระเบิดไว้ในร่างกาย ซึ่งวิธีนี้จะทำให้เครื่องสแกนเนอร์ตามสนามบินไม่สามารถตรวจพบระเบิดที่ฝังอยู่ในร่างกายได้ โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ผู้วางระเบิดจะผ่าตัดร่างกายตัวเอง แล้วยัดสารระเบิดที่มีชื่อว่า Pentaerythritol Tetranitrat หรือ PETN เข้าไปในร่างกายและเย็บแผลปิดมิดชิดเหมือนเพิ่งได้รับการผ่าตัดมา

ทั้งนี้ สารดังกล่าวในปริมาณเพียงแค่ 8 ออนซ์ แต่มีอนุภาพรุนแรงสามารถระเบิดเจาะยานยนต์หุ้มเกราะลึกได้ 5 นิ้วเลยทีเดียว และสามารถระเบิดทำให้เกิดรูขนาดใหญ่ขึ้นกับลำตัวเครื่องบิน ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่า การผ่าตัดฝังระเบิดไว้ในร่างกายนี้ใช้เวลาเพียง 2-3 วันเท่านั้น และเชื่อว่า ถ้าหากเป็นผู้ชาย จะผ่าตัดฝังระเบิดซุกซ่อนไว้ใกล้ ๆ กับไส้ติ่ง หรือ ใกล้ ๆ กับสะโพก ในขณะที่ผู้หญิง จะฝังระเบิดไว้บริเวณใกล้ ๆ ทรวงอก

ส่วนวิธีการจุดชนวนนั้น ผู้วางระเบิดจะฉีดสาร Triacetone Triperoxide (TATP) เข้าสู่ผิวหนังเพื่อไปทำปฏิกริยากับระเบิดที่ฝังอยู่ภายใน ซึ่งวิธีการนี้ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญกลัวเป็นอย่างมากว่า ผู้วางระเบิดอาจจะแกล้งบอกว่าตนเป็นโรคเบาหวานและต้องฉีดยาเข้าเส้นเพื่อระงับอาการ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็จะเกิดระเบิดได้ทันที

จากข้อมูลเหล่านี้ ทำให้สหรัฐ ฯ ต้องใช้มาตรการในการตรวจสอบผู้โดยสารที่จะเข้ามายังสนามบินให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น โดยใช้เครื่องสแกนเนอร์ที่มีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถเอ็กซเรย์เผยให้เห็นอวัยวะภายในร่างกายทุกส่วน เพื่อที่จะเห็นได้ว่ามีการผ่าตัดซุกซ่อนระเบิดไว้ในร่างกายหรือไม่ อย่างไรก็ตาม สหรัฐ ฯ ก็ได้มีเตรียมพร้อมระวังภัยมาตั้งแต่การเสียชีวิตของนายอุซามะห์ บิน ลาดินหัวหน้ากลุ่มอัลกออิดะห์ ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ด้วยเกรงว่าอาจมีการแก้แค้น จึงมีคำสั่งเพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัยในสนามบิน รวมถึงอาคารรัฐบาลต่าง ๆ

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : ข่าวต่างประเทศ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com