พัทยาเดลีนิวส์

17 กันยายน 2554 :: 12:09:26 pm 73641

ฝากแบงก์ 2 ล้าน ลืมไป 20 ปีถอนไม่ได้ ธนาคารไล่ให้ฟ้องเอา

เสี่ยใหญ่อดีตเจ้าของหมู่บ้านจัดสรรชื่อดัง ฝากเงินไว้ในธนาคารเป็นเงิน 2 ล้านบาท เมื่อ 27 ปีที่แล้ว สมุดบัญชีหายเพิ่งหาเจอนำไปถอนเงิน ปรากฏว่าแบงก์บอกไม่มีข้อมูลอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ แถมฝ่ายกฎหมายทางสำนักงานใหญ่พูดจามะนาวไม่มีน้ำ ท้าทายให้ไปฟ้องร้อง จึงโร่เข้าร้องทุกข์กับกองปราบฯ เสี่ยให้เพื่อนลองคำนวณดอกเบี้ยตั้งแต่ฝากจนถึงเดี๋ยวนี้แล้วจะมีเงินเพิ่มร่วม 12 ล้าน
สนใจโฆษณา

ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 16 ก.ย. นายโชติชัย สิริกาญนุกูล อายุ 70 ปี อดีตเจ้าของหมู่บ้านจัดสรรชื่อดังแห่งหนึ่ง เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท. พงษ์ไสว แช่มลำเจียก พงส. (สบ 3) กก.1 บก.ป. เพื่อขอคำปรึกษากรณีฝากเงิน 2 ล้านบาทไว้กับธนาคารแห่งหนึ่ง เมื่อปี 2527 เพิ่งมาทำเรื่องเบิกเมื่อปี 2554 แต่ธนาคารดังกล่าวปฏิเสธการถอนเงินโดยให้เหตุผลว่า ข้อมูลหาย และเมื่อทวงถามความรับผิดชอบไปยังสำนักงานใหญ่ ฝ่ายกฎหมายของธนาคารแห่งนี้กลับพูดจาไม่ดี มิหนำซ้ำยังท้าให้ไปฟ้องร้องเอาเอง ซึ่งนายโชติชัย ได้ลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.นางเลิ้ง เมื่อปี 2544 แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ จึงเดินทางมาร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมในครั้งนี้

นายโชติชัย กล่าวว่า เมื่อประมาณ 30 ปีก่อน ได้จดทะเบียน หจก.ทวีทรัพย์สรรพกิจ ประกอบกิจการรับสร้างบ้านและขายบ้านจัดสรร ช่วงนั้นมีผู้จัดการธนาคารต่าง ๆ ร้องขอให้ตนช่วยนำเงินไปฝากที่สาขาของเขา เพื่อให้ธนาคารสาขานั้น ๆ มีเงินทุนหมุนเวียน ตนจึงเปิดสมุดบัญชีเงินฝากไว้หลายสิบเล่ม อาทิ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ส่วนธนาคารที่เกิดปัญหานั้นตนไปเปิดบัญชีประเภทเงินฝากแบบ 12 เดือน รวม 2 บัญชี โดยบัญชีแรกฝากเงินไว้ เมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2527 จำนวน 500,000 บาท และ เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2527 จำนวน 500,000 บาท รวม 1,000,000 บาท ส่วนอีกบัญชีฝากเงินครั้งเดียว เมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2527 จำนวน 1,000,000 บาท

นายโชติชัย กล่าวต่อว่า เมื่อย้ายสำนัก งานของตนประกอบกับมีเอกสารเป็นจำนวนมากทำให้หาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารไม่เจอ กระทั่งเวลาผ่านไป 17 ปี จึงนึกขึ้นได้ว่าเคยฝากเงินไว้กับธนาคารหลายแห่ง และขอให้ลูก ๆ ช่วยกันหาจนพบสมุดบัญชีธนาคารหลายสิบเล่มที่ไม่ได้เบิกเงิน ส่วนใหญ่เป็นเงินที่ฝากไว้เกิน 10 ปีทั้งสิ้น จึงนำสมุดบัญชีไปติดต่อขอเบิกเงินจากธนาคารนั้น ๆ ซึ่งทุกแห่งก็ให้เบิกถอนได้พร้อมกับคำนวณดอกเบี้ยให้ด้วย ยก เว้นเงินที่ฝากไว้กับธนาคารแห่งนี้ที่เบิกไม่ได้

นายโชติชัย กล่าวอีกว่า ขณะที่นำสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารทั้งสองเล่มไปขอเบิกเงินออกมาเจ้าหน้าที่ธนาคารบอกว่าไม่มีข้อมูลในระบบ ตนให้เพื่อนที่ทำงานธนาคารช่วยคำนวณเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยประเภทเงินฝากประจำ 12 เดือน ในขณะนั้นดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารสูงมาก เงินฝากประจำส่วนใหญ่จะได้ดอกเบี้ยประมาณ 15-20% คำนวณอย่างคร่าว ๆ ฝากเงิน 2 ล้านบาท ไว้ในระยะ 27 ปี น่าจะได้เงินที่เป็นส่วนของดอกเบี้ยเกือบ 10 ล้านบาท เมื่อรวมกันน่าจะไม่ต่ำกว่า 12 ล้านบาท

นอกจากสมุดเงินฝากธนาคารแห่งนี้แล้ว นายโชติชัย ยังระบุว่ามีสมุดบัญชีของธนาคารอีกแห่งหนึ่งซึ่งฝากเงินไว้ในช่วงเวลาเดียวกันเพื่อเป็นของขวัญให้ลูกสาว โดยฝากไว้เมื่อ 30 ปีที่แล้ว ไม่เคยถอนและไม่เคยติดต่อธนาคารเจ้าของบัญชีเลย จึงไม่ทราบว่าจะมีปัญหาเหมือนกับบัญชีเงินฝากของธนาคารที่ตนร้องทุกข์ครั้งนี้หรือไม่ แต่หลังจากนี้จะให้ลูกสาวไปติดต่อถอนเงินออกมา ทั้งนี้ พ.ต.ท.พงษ์ไสว ได้ทำสำเนาบัญชีเงินฝากธนาคารที่มีปัญหา รวมทั้งเอกสารที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง

ต่อมา นายไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพจำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เรื่องนี้ธนาคารกรุงเทพไม่ได้นิ่งนอนใจ เรากำลังตรวจสอบข้อมูลอยู่ คาดว่าในสัปดาห์หน้าจะสามารถชี้แจงรายละเอียดข้อมูลทั้งหมด ถ้าความเสียหายเกิดจากธนาคาร ธนาคารก็จะรับผิดชอบทั้งหมด

ที่มา : เดลินิวส์

Photo : Internet   Category : ข่าวในประเทศ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com