พัทยาเดลีนิวส์

26 พฤษภาคม 2553 :: 12:05:39 pm 20307

พนมไพรจัดใหญ่! งานบุญบั้งไฟ

งานบุญบั้งไฟ ซึ่งเป็นหนึ่งในประ เพณี ตามฮีต 12 (ประเพณี 12 เดือน) ของชาวอีสาน เมื่อย่างเข้าสู่เดือนหก และเดือนเจ็ด มักจะมีการจัดงานบุญบั้งไฟขึ้นอยู่มากมาย แต่ที่นับว่ายิ่งใหญ่ใน จ.ร้อยเอ็ด ต้องที่งานบุญบั้งไฟ อ.พนมไพร
สนใจโฆษณา

นายปณิธาน สุนารัตน์ นายอำเภอพนมไพร กล่าวว่า ประเพณีบุญบั้งไฟถือว่าเป็นประเพณีสำคัญคู่บ้านคู่เมืองของชาวพนมไพร จัดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 ของทุกปี เพื่อบวงสรวง เซ่นไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งพระยาแถน หรือผีฟ้าผีแถน เพื่อดลบันดาลให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล นำสิ่งที่ดีแก่มนุษย์ ก่อนการทำนาจะมาถึง ประกอบกับ ปีนี้ นายธวัชชัย ฟักอังกูร ผวจ.ร้อยเอ็ด ได้มีนโยบายให้เป็นปีส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดร้อยเอ็ด ทางอำเภอพนมไพร จึงได้ร่วมกับเทศบาลตำบลพนมไพร พ่อค้า และประชาชน ปรับรูปแบบการจัดงานให้ยิ่ง ใหญ่เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะมาเยือน โดยกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27-29 พฤษภาคม 2553

นายวัชรินทร์ เอี่ยมรัศมีกุล กรรม การจัดงาน กล่าวว่า ในปีนี้ได้สร้าง “บั้งไฟ 10 ล้าน” ขึ้นเป็นปีที่ 4 จากเดิมในปี 2550 มีบั้งไฟ 10 ล้าน ทำด้วยท่อ พีวีซี ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 10 นิ้ว ยาว 5-6 เมตร บั้งบรรจุดินปืนเข้าไปน้ำหนักรวมแล้วบั้งละกว่า 1 ตัน จำนวน 1 บั้ง แต่ปีนี้ได้สั่งทำเพิ่มขึ้นอีกรวม 3 บั้ง เพื่อจุดเฉลิมฉลองปีการท่องเที่ยวของจังหวัด และถวายองค์พระมหาธาตุวัดกลางอุดมเวทย์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพนมไพร ให้ความเคารพนับถือเพราะเชื่อกันว่าองค์พระธาตุเป็นที่สิงสถิตของดวงวิญญาณเจ้าพ่อมหาธาตุ ซึ่งคอยคุ้มครองปกปักรักษาให้ชาวพนมไพร มีความร่มเย็นเป็นสุข เมื่อผู้ใดไปกราบไหว้ขอพรมักประสบความสำเร็จในชีวิต

นอกจากนี้ยังถือเป็นเทศกาลที่สำคัญ ซึ่งชาวพนมไพร ที่ไปทำงานต่างถิ่น จะต้องเดินทางกลับบ้านเกิดเพื่อกราบไหว้บิดา-มารดา ผู้มีพระคุณ และบรรพบุรุษของตนเอง แล้วร่วมกิจกรรมงานบุญ ให้มีความรื่นเริงสนุกสนานกันทุกเพศทุกวัย โดยไม่มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้ง ทำให้คนที่มาเห็นแล้วต้องอดที่จะเอ่ย ชมไม่ได้ จนมีการตั้งสโลแกนของ งานไว้ว่า “จุดบั้งไฟ ไหว้พระธาตุ โฮมญาติพนมไพร”

นายมนตรี พันธโคตร นายกเทศมนตรีตำบลพนมไพร เปิดเผยว่า การจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟของชาวพนมไพรในปีนี้ถือว่ามีความยิ่งใหญ่กว่าทุกปี จนต้องมีการขนานนามว่า “มหกรรมบั้งไฟล้าน” ก็ว่าได้ เพราะนอกจากจะมีบั้งไฟ 10 ล้าน จำนวน 3 บั้งแล้ว ยังมีบั้งไฟล้านถึง 30 บั้ง และบั้งไฟแสน จำนวน 170 บั้ง รวมทั้งบั้งไฟหมื่นนับ 1,000 บั้ง จนต้องใช้เวลาในการจุดตั้งแต่เช้ามืดจนถึงค่ำ โดยบั้งไฟล้าน และบั้งไฟแสนมีการจุดแข่งขันทำเวลาชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อีกด้วย จึงการันตีได้ว่างานบั้งไฟที่นี่มีความยิ่งใหญ่ไม่น้อยหน้าใคร

นายทินกร พันธโคตร ประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า การจัดงานแบ่งออกเป็น 3 วัน คือ วันที่ 27 พฤษภาคม 2553 เป็นวันเซิ้ง หรือวันโฮม มีขบวนเซิ้งของชาวบ้านเพื่อรับบริจาคจตุปัจจัย เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสมทบทุนในการทำบุญ โดยการเดินเท้าปรบมือ ตีฉิ่ง ตีกลอง เป็นกลุ่ม ๆ กลุ่มละ 5-6 คน และในวันเดียวกัน ลูกหลานชาวพนมไพร เพื่อนฝูง และญาติมิตร จะเดินทางกลับมายังบ้านเกิด เพื่อพบปะสังสรรค์กันอย่างสนุกสนานกันทั่วทุกถนน ตรอก ซอกซอย และทุกหมู่บ้าน

ส่วนวันที่ 28 พ.ค. เป็นวันแห่ ซึ่งตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 มีการจัดขบวนแห่บั้งไฟที่ตกแต่งอย่างสวยงาม ประกอบกับขบวนฟ้อน เซิ้งของแต่ละคุ้ม รวมทั้งหน่วยงานราชการ สถานศึกษา ประกอบการแสดงที่สนุกสนานตามตำนานบุญบั้งไฟ และวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น ซึ่งขบวนจะเริ่มจากบริเวณสี่แยกหน้าอำเภอ แห่ไปตามถนนสายต่าง ๆ ในเขตเทศบาลที่คราคร่ำไปด้วย ผู้คนและจัดให้มีการประกวดขบวนแห่สวยงาม บั้งไฟ สวยงาม รวมทั้งธิดาบั้งไฟด้วย สำหรับภาคกลางคืน จะเป็นการแสดงคอนเสิร์ตของเหล่าศิลปินมากมาย

ในวันที่ 29 พ.ค. เป็นวันจุดบั้งไฟ ชาวบ้านและช่างบั้งไฟ จะเตรียมบั้งไฟของตนเองออกไปยังฐานจุดบริเวณพื้นที่โล่งวัดบ้านดอนพระจันทร์ ต.พนมไพร ตั้งแต่เช้ามืดเพื่อเข้าคิวลงทะเบียนแข่งขัน ซึ่งบรรยากาศความสนุกมีให้ชมเป็นระยะ ๆ หากบั้งไฟผู้ใด หรือค่ายใดซุ (มีแต่ควันพุ่งออกมาแต่ไม่ขึ้น) หรือระเบิด เจ้าของ หรือช่างจะถูกหามลงโคลนอย่างสนุกสนาน ซึ่งในบริเวณนี้จะมีฐานจุดมากถึงกว่า 5 ฐาน เพื่อรองรับบั้งไฟที่มีจำนวนมาก โดยจะมีบั้งไฟทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าให้ชมเป็นระยะ ๆ ตลอดทั้งวัน

พ.ต.อ.วัฒนา เกษรมาลา ผกก.สภ.พนมไพร กล่าวว่า นอกจากความสนุกสนานแล้วความปลอดภัยถือเป็นหัวใจของการจัดงาน ซึ่งคณะกรรมการมีการเตรียมการจัดระบบ และกำหนดเขตดูบั้งไฟที่ปลอดภัย ระบบการเตรียมพร้อมของหน่วยพยาบาล จาก รพ.พนมไพร และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่คุมเข้ม คอยอำนวยความสะดวก และให้การช่วยเหลืออย่างพร้อมสรรพ หากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ขอเชิญชวนมาชมได้ในงานบุญบั้งไฟพนมไพร แล้วอย่าลืมแวะชิมข้าวปุ้นซาว (ขนมจีนสูตรพิเศษ) ที่สะอาด ถูกหลักอนามัย ภายใต้การควบคุมของสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นสุดยอดอาหารสะอาด รสชาติอร่อย สุดยอดหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ยากที่จะหาชิมได้ที่ไหน นอกจากที่พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด.

ที่มาข่าว วินัย วงศ์วีระขันธ์ เดลินิวส์

Photo : Internet   Category : ข่าวท่องเที่ยว

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com

lek

MAN

ครูเลิงนกทา