พัทยาเดลีนิวส์

09 เมษายน 2558 :: 06:04:44 am 160303

พบหญิงต่างชาติต้องสงสัยป่วยเป็นโรค “ ไข้กาฬหลังแอ่น ”

พบหญิงต่างชาติต้องสงสัยป่วยเป็นโรค “ ไข้กาฬหลังแอ่น ” รายแรกของอำเภอบางละมุง ด้านรอง ผอ.รพ.บางละมุง เผยมีผู้ป่วยเข้าทำการรักษาจริง แต่ภายหลังอาการหนักต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ก่อนส่งต่อ รพ.ชลบุรี
สนใจโฆษณา

พัทยา – วานนี้ (8 เม.ย.58) ผู้สื่อข่าวพัทยาเดลินิวส์ ได้รับรายงานว่า มีหญิงชาวต่างชาติป่วยเป็นโรค ไข้กาฬหลังแอ่น ซึ่งเป็นโรคที่ไม่พบการแพร่ระบาดในประเทศไทยมาหลายสิบปี เข้ารักษาตัวที่ รพ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงเดินทางไปสอบถามข้อเท็จจริงจาก นพ.ชาญชัย ลิ้มธงเจริญ รอง ผอ.รพ.บางละมุง และได้รับการเปิดเผยว่ามีคนไข้ต้องสงสัยป่วยเป็นโรค ไข้กาฬหลังแอ่น มาทำการรักษาจริง

 

โดย นพ.ชาญชัย ระบุว่า เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา ทางหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา ได้รับตัวผู้ป่วยหญิงทราบชื่อคือ Miss.Lieder Silvia Luise อายุ 48 ปี สัญชาติเยอรมัน จากห้องพักในโรงแรมการ์เด้นพาราไดซ์ ซอย 12 ถนนพัทยา-นาเกลือ ต.นาเกลือ อ.บางละมุง มาส่งที่ รพ.บางละมุง ซึ่งอาการเริ่มแรกพบว่ามีอาการอ่อนเพลีย ความดันต่ำ และท้องเสีย จึงทำการรักษาอาการติดเชื้อในเบื้องต้น แต่ต่อมาวันที่ 5 เม.ย.ผู้ป่วยมีอาการเซื่องซึม ผื่นขึ้น และคอแข็ง ลักษณะต้องสงสัยว่าจะป่วยเป็นโรค ไข้กาฬหลังแอ่น ทาง รพ.บางละมุง จึงได้ใส่ท่อช่วยหายใจ และส่งไปรักษาต่อที่ รพ.ชลบุรี อย่างเร่งด่วน

 

ส่วนผลการตรวจเลือดว่าผู้ป่วยเป็นโรคดังกล่าวจริงหรือไม่น่าจะรู้ผลในวันนี้ แต่เบื้องต้นทาง รพ.บางละมุง ก็ได้ให้บุคคลากรที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ พยาบาล หรือเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล ที่ได้ใกล้ชิดหรือสัมผัสกับคนไข้ ให้รับประทานยาปฏิชีวนะเพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน สำหรับคนไข้รายนี้ถือเป็นรายแรกของ รพ.บางละมุง ที่ตรวจพบเชื้อต้องสงสัยโรค ไข้กาฬหลังแอ่น และคงต้องรอผลการตรวจเพาะเชื้อจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อเป็นการยืนยันอีกครั้ง นอกจากนี้จะได้สืบประวัติผู้ป่วยหญิงต่างชาติรายนี้ ว่ามีการเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศเพื่อนบ้านหรือไม่ เพราะปกติประเทศไทยไม่พบการแพร่ระบาดของโรคนี้นานหลายสิบปีแล้ว

 

003 004

 

สำหรับโรค ไข้กาฬหลังแอ่น สามารถติดต่อกันได้ผ่านทางการไอ-จาม เสมหะ หรือน้ำลายผู้ป่วย หรือการสัมผัสกันทางปาก-จมูก เช่น การจูบปาก การเป่าปากและจมูก การสูบบุหรี่ร่วมกัน ดื่มน้ำแก้วเดียวกัน หรือการผายปอดช่วยชีวิต โดยอาการแรกเริ่มคล้ายติดเชื้อไวรัส มีไข้ ไอ มีน้ำมูก ปวดเมื่อยตามตัว หลังจากนั้น 12-72 ชั่วโมงจะเริ่มมีผื่น ลักษณะคล้ายจุดเลือดออกใต้ผิวหนังเป็นจุดแดงทั่วตัว และเป็นแฉกคล้ายดาวกระจายซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของโรค ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นจุดสีคล้ำและจะกลายเป็นสะเก็ดสีดำ

 

หากมีการติดเชื้อที่เยื่อหุ้มสมองจะมีอาการปวดศีรษะรุนแรง อาเจียน คอแข็ง และซึมลงอย่างรวดเร็ว ระยะฟักตัวหลังได้รับเชื้ออยู่ที่ประมาณ 2-10 วัน นานสุดคือ 11 วัน แต่หากรักษาทันท่วงทีก็ลดอัตราการเสียชีวิตได้ ทั้งนี้การป้องกันโรคทำได้ง่ายๆ คือ ทำให้ร่างกายแข็งแรง พักผ่อนให้เพียงพอ หากพบว่าได้เข้าไปสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยหรือมีอาการป่วยให้รีบพบแพทย์ทันที

 

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อต้นเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา เคยมีผู้ป่วยเป็นหญิงชาวกัมพูชา อายุ 26 ปี ทำงานอยู่ที่ จ.ฉะเชิงเทรา ป่วยเป็นโรค ไข้กาฬหลังแอ่น และเสียชีวิตหลังเข้ารับการรักษาที่ รพ.พุทธโสธร เบื้องต้นคณะแพทย์ เผยว่า การเสียชีวิตของหญิงคนดังกล่าวมาจากการติดเชื้อโรค ไข้กาฬหลังแอ่น จริง

Reporter : ธีระรักษ์ สุทธาธิวงษ์   Photo : ธีระรักษ์ สุทธาธิวงษ์   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com