พัทยาเดลีนิวส์

21 มิถุนายน 2549 :: 15:06:34 pm 6105

พระอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

ประชาชน และนักท่องเที่ยวนิยมมาสักการะขอพร พระอนุสาวรีย์ของพระบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ สุดยอดแห่งความศักดิ์สิทธิ์ และมีสถานีวิทยุ สทร. 5 พัทยา
สนใจโฆษณา

ลักษณะพื้นที่ เป็นภูเขาเตี้ย ๆ มีทางลาดยาง สามารถขับรถขึ้นไปจนถึงยอดเขาได้ เมื่อขึ้นไปบนยอดเขาจะมองเห็นทิวทัศน์ของหาดพัทยาทั้งหมด ซึ่งสวยงามมาก มีลักษณะเป็นอ่าวโค้งรูปครึ่งวงกลม และเห็นพื้นน้ำ เหมือนกำมะหยี่ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาพัทยามักจะไม่พลาดชมทัศนียภาพอันสวยงามบนเขา พัทยาแห่งนี้ และสามารถชมทิวทัศน์ด้านหาดนาจอมเทียนได้อีกด้วยซึ่งอยู่ติดกับเขาพระบาท พัทยา 
“พระบิดาแห่งกองทัพเรือไทย”

               จริง ๆ แล้วกำลังรบทางเรือของไทยแม้จะมีกำเนิดมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย แต่ในอดีตไม่ได้มีการแบ่งแยกเป็นเหล่าทัพ เป็นกองทัพบก, กองทัพเรือ หรือกองทัพอากาศ ดังเช่น ปัจจุบันเมื่อยาตราทัพไปทางบกเพื่อทำสงคราม ก็เรียกว่าทัพบก เมื่อยาตราทัพไปทางเรือ ก็เรียกว่าทัพเรือ การยกย่อง พล.ร.อ.พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เป็น “พระบิดาแห่งกองทัพเรือไทย” นับเป็นการเทิดทูนพระเกียรติ คุณอย่างสูงสุดเนื่องจากพระองค์ทรงนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่กองทัพเรือ และประเทศชาติ โดยทรงวางรากฐานการบริหารงานของกองทัพเรือ ระเบียบวิธีปฏิบัติต่าง ๆ ภายในกองทัพเรือ ทำให้ทัพเรือไทยมีควาทันสมัย มีมาตรฐาน และมีความเจริญก้าวหน้า มาจวบจนทุกวันนี้

               ทรงมีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์” เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 28 ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2423 เป็นพระเจ้าลูกยาเธอองค์ที่ 1 ในเจ้าจอมมารดาโหมด ธิดาเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค ) ผู้บัญชาการทหารเรือวังหลวงเป็นเจ้านายพระองค์แรกที่สำเร็จการศึกษาวิชาการ ทหารเรือจากประเทศอังกฤษ 

               ทรง มีจุดประสงค์อันแรงกล้าที่จะฝึกให้ทหารเรือไทยเดินเรือทะเลได้อย่างชาวต่าง ประเทศ และ สามารถทำการรบทางเรือได้เอง เนื่องจากในอดีต ประเทศไทยได้ว่าจ้างชาวต่างชาติมาเป็นผู้บังคับการเรือมาโดยตลอด แม้แต่ในคราวที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯเสด็จประพาสยุโรปครั้งแรก ก็ยังได้ว่าจ้าง “กัปตันคัมมิ่ง” และคณะนายทหารเรืออังกฤษ เป็นผู้เดินเรือถวาย ภายหลังจากที่สำเร็จการศึกษา และเข้ารับราชการทหารเรือแล้ว พระองค์ได้แก้ไข ปรับปรุงระเบียบการ ในโรงเรียนนายเรือ ทรงเป็นครูสอนนักเรียนนายเรือ และริเริ่มการใช้ระบบการปกครองบังคับบัญชาตามระเบียบการปกครองในเรือรบคือ การแบ่งให้นักเรียนชั้นสูงบังคับบัญชารองลงมา นอกจากนี้ยังทรงจัดเพิ่มวิชาสำคัญสำหรับชาวเรือขึ้น เพื่อให้เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว สามารถเดินเรือ ทางไกลในทะเลน้ำลึกได้ คือ วิชาดาราศาสตร์, ตรีโกณมิติ, อุทกศาสตร์, การเดินเรือ, เรขาคณิต, พีชคณิต ฯลฯ

               ในปี 2462 พระองค์ทรงเป็นผู้บังคับการเรือ โดยนำเรือหลวงพระร่วงจากประเทศอังกฤษเข้ามายังกรุงเทพมหานครนับเป็นครั้งแรก ที่นายทหารเรือไทยเดินเรือได้ไกลข้ามทวีป ที่สำคัญ พระองค์ทรงเป็นหัวเรี่ยวหัวเเรงสำคัญที่ทำให้สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงทรงเห็น ความสำคัญ และโปรดเกล้าฯพระราราชทานน “พระราชวังเดิม” ให้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนนายเรือ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2449 ทำให้กิจการทหารเรือมีรากฐานมั่นคงนับตั้งแต่บัดนั้น กองทัพเรือจึงยึดถือ “วันที่ 20 พฤศจิกายน” ของทุกปีเป็น “วันกองทัพเรือ” 

               จาก การที่ทรงเป็นนักยุทธศาสตร์ที่มีวิสัยทัศน์ยาวไกล พระองค์ได้ทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานที่ดินบริเวณอำเภอสัตหีบ เพื่อสร้างเป็นฐานทัพเรือ เนื่องจากทรงพิจารณาแล้วเห็นว่า อ่าวสัตหีบเป็นอ่าวขนาดใหญ่ น้ำลึกเหมาะแก่การฝึกซ้อมยิงตอร์ปิโดได้ และเกาะน้อยใหญ่ที่รายล้อมรอบสามารถบังคับคลื่นลมได้เป็นอย่างดี อีกทั้งเรือภายนอกเมื่อแล่นผ่าน จะไม่สามารถมองเห็นฐานทัพได้เลย นอกจากทรงเป็นนักยุทธศาสตร์แล้ว ด้านการแพทย์พระองค์ทรงศึกษาค้นคว้าอย่างจริงจัง และเสด็จไปรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้กับประชาชนด้วยพระองค์เอง ไม่ว่าเป็นคนไทยหรือคนจีน จนกระทั่งชาวจีนย่านสำเพ็งมีความทราบซึ้งในพระกรุณาธิคุณ เรียกพระองค์ท่านว่า “เตี่ย” ซึ่งหมายถึงพ่อนั่นเองทำให้ในเวลาต่อมาทหารเรือได้เรียกพระองค์ว่า “เสด็จ เตี่ย” จนติดปากคนทั่วไปในหมู่คนไข้ชาวไทยที่พระองค์ทรงรักษานั้น มักจะเรียกขาน นามพระองค์ว่า “หมอพร”

               พล.อ.ร.พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทรงประชวร และสิ้นพระชนม์ ในขณะที่ประทับอยู่ที่หาดทรายรี ปากน้ำเมืองชุมพร เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2466 เวลา 11.40 น. ยังความโศกเศร้ามาสู่บรรดาทหารเรือยิ่งนัก เมื่อ 10 ปีก่อนกองทัพเรือได้ประกาศให้ “วันที่ 19 พฤษภาคม” เป็น “วันอาภากร” ด้วยแม้นว่าพระองค์จะสิ้นพระชนม์มาเป็นเวลานานแล้วก็ตาม แต่พระราชกรณียกิจและคุณงามความดีของพระองค์ยังคงจารึกไว้ในความทรงจำของคน ไทยมิลืมเลือน ความเลื่อมใสศรัทธาที่คนไทยไม่ว่ายากดีมีจนมีต่อพระองค์นั้นจะเห็นได้ จากอนุสาวรีย์และศาลของพระองค์ที่มีมากมายทั่วประเทศ มากกว่า 120 แห่ง

               ที่แห่งนี้คือ ที่ตั้งของสถานีวิทยุกระจายเสียง FM. 104.75 MHz. สทร.5 พัทยา เขาทัพพระยา ต.หนองปรือ อ. บางละมุง ชลบุรี 20260 และมีกองทัพเรือ เป็นต้นสังกัด    ดอกไม้สักการะเสด็จเตี่ย นิยม ดอกกุหลาบสีแดง ทั่วไปนั้น นิยมตั้งแต่ 1 ดอกขึ้นไป นิยมกันมากคือ 9 ดอก หรือ 19 ดอก แม้ธูปที่ใช้บูชาก็ใช้หลักนี้ นี่เป็นเคล็ดเพราะท่านประสูติเมื่อ 19 ธันวาคม และสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ทางกองทัพเรือ กำหนดให้วันที่ 19 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันอาภากร แต่ที่สทร. 5 นิยม สักการะด้วยดอกกุหลาบแดง 2 ดอก เน้น ดอกกุหลาบแดงคู่นิยมตั้งแต่ 17.00 – 22.00 น. นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นเขาแวะไหว้เสด็จเตี่ยและชมวิวเมืองพัทยา  บนเขา สวย ลมดี และเห็นคนมีคู่ควงกันอย่างมีความสุข ก็เลยนึกถึงชีวิตโสดของตัวเอง อยากจะ สมหวังในความรัก

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : ท่องเที่ยว

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com