พัทยาเดลีนิวส์

19 มิถุนายน 2552 :: 15:06:47 pm 6104

ภาครัฐหนุนรุกตลาดอินเดีย กระตุ้นเศรษฐกิจไทย

กระทรวงพาณิชย์ลงพื้นที่พัทยา สัมมนาการค้าการลงทุนตลาดอินเดีย เรียกผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวอุตสาหกรรม หารือด้านการค้าการลงทุน หลังยกเว้นภาษี 82 รายการ หนุนทุกภาคส่วนลงทุนเต็มตัว กระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัว
สนใจโฆษณา

พัทยา – วันนี้ (19 มิ.ย. 52) ที่โรงแรม ราวินทรา รีสอร์ท แอนด์ สปา เมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายธานี สามารถกิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด กระตุ้นความรู้เข้าใจตลาดอินเดียและเตรียมความพร้อมสำรวจตลาดอินเดีย โดยความร่วมมือระหว่างกรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์ จ.ชลบุรี เมืองพัทยา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยร่วมกันจัดสัมมนาในครั้งนี้ ท่ามกลางผู้ประกอบการธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและบริการ อุตสาหกรรมในจังหวัด ชลบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงให้ความสนใจร่วมสัมมนากว่า 200 คน 

นายอดิสัย ธรรมคุปต์ นักวิชาการพาณิชย์ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ยุทธศาสตร์กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันการส่งออก ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ จึงได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา บนพื้นฐานของการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรม ด้วยการมองหาแหล่งระบายการส่งออกของไทย ไปยังประเทศที่พอมีศักยภาพทั่วโลก จึงได้ดำเนินนโยบายส่งเสริมการขยายการส่งออกสู่ตลาดใหม่ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ตะวันออกกลาง แอฟริกา ละตินอเมริกา ยุโรปตะวันออก เอเชียใต้ จีน และแปซิฟิคใต้ เพื่อทดแทนมูลค่าการส่งออกที่หายไปจากการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น และการประสบปัญหาทางเศรษฐกิจในตลาดคู่ค้าเดิมของไทย 

ประเทศอินเดีย นับเป็นหนึ่งในตลาดเป้าหมาย ที่กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นตลาดขนาดใหญ่ มีประชากรกว่า 1.1 พันล้านคน มากเป็นอันดับสองรองจากจีน และมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม โดยมองแต่ละฝ่ายเป็นประตูการค้าสู่ภูมิภาคอื่นๆ โดยเฉพาะเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นในการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรี หรือ FTA ระหว่างไทยกับอินเดียใน 3 กรอบ ทั้งไทย-อินเดีย อาเซียน-อินเดีย และ BIMSTEC อันเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการขยายตัวทางการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจด้านต่างๆ 

อย่างไรก็ตาม เมื่อกล่าวถึงประเทศอินเดีย หลายๆ คน อาจยังไม่มีความรู้หรือความเข้าใจที่ถูกต้อง เกี่ยวกับสภาพพื้นฐานของอินเดีย ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม จึงยังมองไม่เห็นโอกาสทางการค้ามากเท่าที่ควร ทั้งๆ ที่การลงทุนในตลาดอินเดียมีโอกาส และมีศักยภาพในการขยายตัวอย่างมาก โดยเฉพาะความต้องการสินค้าอุปโภค บริโภค การท่องเที่ยว การก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน ซึ่งล้วนแต่เป็นสาขาที่ไทยมีศักยภาพ 

 ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศจึงได้ดำเนินโครงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ศักยภาพของตลาดอินเดียให้เป็นที่รู้จัก โดยการจัดสัมมนาตามภูมิภาคต่างๆทั่วประเทศไทย เพื่อชี้ให้เห็นถึงแนวทาง และโอกาสในการเข้าไปทำธุรกิจหรือ ติดต่อค้าขายกับอินเดีย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับทุกภาคส่วน ที่มีส่วนได้ ส่วนเสีย เช่น ผู้ประกอบการ ผู้ผลิต นักธุรกิจ ประชาชน รวมทั้งเผยแพร่ความคืบหน้าการเจรจา FTA เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบและมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเจรจาเปิดเสรีการค้าของไทย รวมทั้งสามารถใช้ประโยชน์จากข้อตกลง และปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ 

ในปีงบประมาณ 2552 นี้ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศได้ดำเนินโครงการ ” กระตุ้นความรู้ ความเข้าใจ ตลาดอินเดีย และเตรียมพร้อมสำรวจตลาดอินเดีย ” โดยได้เลือกจัดสัมมนาที่จังหวัดชลบุรีเนื่องจากเล็งเห็นถึงศักยภาพของจังหวัดชลบุรี ในฐานะที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ธุรกิจบริการ และการท่องเที่ยว โดยการสัมมนาในปีนี้ จะมุ่งเน้นเสริมสร้างทักษะ ความสามารถ ความเข้มแข็ง แก่ผู้ประกอบการ SMEs ให้เกิดความตื่นตัว เพื่อใช้โอกาสทางการค้าที่มีอยู่ในการเจาะตลาดอินเดีย อันจะเป็นการวางรากฐานสู่ธุรกิจการค้าที่ใหญ่ขึ้นในอนาคต 

ทั้งนี้หลังจากที่เปิดการค้าเสรีการค้ากับอินเดีย (FTA)ในเบื้องต้น 82 รายการไทยกลับเป็นฝ่ายได้ดุลการค้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา (2549-2551)การค้าไทย-อินเดีย มีมูลค่าการลงทุนเฉลี่ยปีละ 4,725.56 ล้านเหรียญสหรัฐฯซึ่งไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้า 783.18 ล้านเหรียญสหรัฐฯ 

 อย่างไรก็ตามการจัดอบรมสัมมนาดังกล่าวที่ชลบุรีและจังหวัดใกล้เคียง มีผู้เข้าร่วมจำนวน 200 คน ที่เป็นตัวแทนจากสภาอุตสาหกรรมจังหวัด หอการค้าจังหวัด สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวต่างๆ และผู้ประกอบการในสาขาที่มีศักยภาพ อาทิ ธุรกิจบริการอย่างโรงแรม สปา ท่องเที่ยว สินค้าผลไม้ อาหารทะเล อาหารแปรรูป อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนยานยนต์ และเมล็ดพลาสติก เป็นต้น และยังได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีประสบการณ์ในการเข้าไปทำธุรกิจในอินเดีย หรือติดต่อค้าขายกับอินเดีย มาร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ข้อคิดเห็น และเกร็ดความรู้ต่างๆ อันจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้เข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้ต่อไป

Reporter : แพรวพราว   Photo : แพรวพราว   Category : ข่าวธุรกิจ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com