พัทยาเดลีนิวส์

11 ตุลาคม 2553 :: 11:10:09 am 40404

ภาพวงจรปิดเผยชัดเจน เจ้าชายซาอุ ฆ่าหนุ่มรับใช้!

คดีอาชญากรรมที่เกิดขึ้นเมื่อต้นปีนี้ กลับมาช็อกผู้คนด้วยเนื้อหาการพิจารณาคดีในศาลอาญากลาง หรือโอลด์ เบลีย์ ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นถึง "เจ้าชาย" ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ถูกฟ้องในคดีฆาตกรรมหนุ่มคนรับใช้ทั้งเกิดประเด็นอื้อฉาวถึงวิธีการ "ทารุณทางเพศ" รวมอยู่ด้วย
สนใจโฆษณา

หลักฐานที่ฝ่ายอัยการยกมาครั้งนี้ชวนตื่นตะลึงไปทั่วโลก เมื่อเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดในลิฟต์ของโรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงลอนดอน โรงแรมที่พักระดับห้าดาว ซึ่งเหยื่อพักอยู่กับเจ้าชายและจบชีวิตที่นี่

ในภาพดังกล่าว เจ้าชายซาอุด อับดุล บิน นาซีร์ อัล ซาอุด พระชันษา 34 ปี ใช้กำลังทั้งเตะและต่อยนายบันดาร์ อับดุลอาซิส คนรับใช้วัย 32 ปี อย่างไม่ปรานี!! วันเวลาบันทึกของภาพเป็นวันที่ 22 ม.ค.2553 ช่วงสามสัปดาห์ก่อนที่นายอับดุลอาซิสสิ้นใจตายในโรงแรม วันที่ 15 ก.พ.2553 ตามคำให้การเดิมของเจ้าชาย อ้างว่า ช่วงสามสัปดาห์หนุ่มคนรับใช้ของพระองค์ถูกดักปล้นทำร้าย จึงทำให้ร่างกายบอบช้ำ เจ้าชายให้การด้วยว่า รักและเอ็นดูนายอับดุลอาซิสเหมือนเพื่อน และปฏิบัติเหมือนบุคคลที่เท่าเทียมกัน โดยไม่ถือตนเหนือกว่า

แต่จากภาพวงจรปิดดังกล่าวบ่งบอกถึงสิ่งที่ตรงกันข้าม พยานแวดล้อมยังให้การตรงกันว่า เจ้าชายปฏิบัติต่อคนรับใช้หนุ่ม “เยี่ยงทาส” ชายหนุ่มถูกปฏิบัติในฐานะต่ำต้อยกว่า ต้องนอนที่พื้นตรงปลายเตียงของเจ้าชาย แต่สิ่งที่น่าตื่นตะลึงยิ่งกว่า คือวิธีการที่นายอับดุลอาซิสถูกทารุณจนตาย!! ศพมีสภาพถูกซ้อมและรัดคอตาย ในห้องพักหมายเลข 312

เจ้าหน้าที่พบว่า รอยเลือดที่กระจายทั่วห้อง แสดงว่า เหยื่อถูกไล่ทำร้ายหลายครั้ง ผลชันสูตรพลิกศพยังพบว่า เหยื่อถูกทารุณทางร่างกายและทางเพศอย่างโหดร้าย เป็นเวลาหลายสัปดาห์ก่อนเสียชีวิต ศพมีสภาพริมฝีปากแตก ฟันหักหลายซี่ และสมองมีร่องรอยบาดเจ็บ กระดูกคอแตก เลือดหยุดไหลเวียนจากการถูกบีบรัดคอ และมีรอยแผลไปถึงที่แผ่นหลัง สะโพกร้าว ลักษณะช่องท้องบ่งบอกถึงความเจ็บปวดและตื่นตระหนกจากการถูกต่อยและเตะ และรอยแผลจากการกัดที่แก้ม แสดงความหมายโดยนัยถึงการกระทำทางเพศ

โจนาธาน เลดลอว์ อัยการยังมีพยานในร้านอาหารสกาลินี ที่ย่านไนต์บริดจ์ ในคืนวันเกิดเหตุ ที่เจ้าชายพาคนรับใช้ไปกินข้าว พนักงานในร้านสังเกตได้ชัดว่า นายอับดุลอาซิสมีสภาพถูกซ้อมมาอย่างหนักจนเห็นได้ชัด จากนั้นเมื่อกลับไปโรงแรม เจ้าชายและเหยื่อแวะดื่มแชมเปญที่บาร์ ก่อนกลับเข้าไปในห้อง กระทั่งทางโรงแรมแจ้งตำรวจว่า พบศพในห้องดังกล่าวในช่วงบ่ายของอีกวันหนึ่ง

นายดิมิตรอฟ โดโบรมีร์ พนักงานยกกระเป๋าของโรงแรมที่ทำงานในโรงแรมนี้มา 18 เดือน ให้การโดยออกตัวว่า การที่ตนเป็นเกย์ จึงมีประสาทรับรู้คนเป็นเกย์ด้วยกัน ช่วงที่ตนไปช่วยเจ้าชายย้ายห้องในโรงแรม ไปอยู่ห้องที่ใหญ่กว่าห้องเดิมนั้น สังเกตถึงความสัมพันธ์ของทั้งสองว่าเป็นคู่เกย์อย่างแน่นอน ขนาดไม้แขวนกางเกงของเจ้าชายยังมีสีเป็นรหัสตรงกับสีชุด ซึ่งแปลกแตกต่างจากผู้ชายธรรมดา

ส่วน นายปลาโบ ซิลวา เกย์ชาวบราซิลวัย 31 ปี เป็นพยานอีกรายที่ระบุว่า เคยขึ้นไปให้บริการเจ้าชายในโรงแรมดังกล่าวในเดือนก.พ. นายซิลวากล่าวว่า ตนได้รับการปฏิบัติด้วยอย่างดี ห้องที่เข้าไปนั้นใหญ่โต หรูหรา มีเครื่องอำนวยความสะดวก แต่โทรทัศน์ที่เปิดไว้ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษ เมื่อทำงานเสร็จแล้ว ได้ค่าจ้าง 50 ปอนด์ หรือราว 2,400 บาท

ด้าน จอห์น เคลซีย์-ฟราย ทนายของเจ้าชายโต้แย้งว่า เจ้าชายไม่ได้เป็นคนรักเพศเดียวกัน และทั้งสองไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางเพศกัน

เจ้าชายซึ่งเป็นพระราชนัดดาของกษัตริย์ซาอุดีอาระเบียยอมสารภาพว่า พลั้งมือฆ่าคนรับใช้ แต่ปฏิเสธข้อหาฆาตกรรมโดยเจตนา คดีดังกล่าวแม้เป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่ก็กระทบต่อชื่อเสียงของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งมักถูกชาติตะวันตกวิจารณ์ถึงปัญหาด้านสิทธิมนุษยชน และเมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในชาติตะวันตก จึงไม่มีข้อยกเว้นสำหรับผู้กระทำผิดทั้งไม่อาจปกปิดข้อมูลหรือ “ภาพ” ใด ๆ ได้

ขอขอบคุณ
ที่มา : ข่าวสด

Photo : Internet   Category : ข่าวต่างประเทศ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com