พัทยาเดลีนิวส์

01 มิถุนายน 2553 :: 18:06:47 pm 21146

ภารกิจลับโฉมหน้าคนเผา ช่วยตัวประกันเซ็นทรัลเวิลด์

ขณะที่ฝ่ายค้านเปิดคลิปวิดีโอเพื่อหวังจะ “ขึงพืด” ประกอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในสภา ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ซึ่งประเด็นที่ทำให้สังคมไทย ต้องกลับมาถกเถียงเรื่องคลิปที่ว่า ด้วยความกังขาอย่างหนักก็คือ 2 เรื่องหลัก 1.ใครยิง 6 ศพ ในวัดปทุมฯ กับ 2.ใครเผาเซ็นทรัลเวิลด์
สนใจโฆษณา

ทีมข่าวไทยรัฐ ออนไลน์ เปิดปฏิบัติการวีรบุรุษสีกากีกลุ่มหนึ่ง อย่าเรียกว่าปิดทองหลังพระ แต่เป็นการทำด้วยจิตวิญญาณ ของความเป็นตำรวจไทยน้ำดี ผู้พิทักษ์สินติราษฎร์ของแท้ ไม่ใช่ของเทียมอย่างที่เห็นชอบโชว์เอาหน้าออกโทรทัศน์ กันอยู่เป็นประจำ ช่วงมีเหตุการณ์รุนแรงก็กบดาน พอสถานการณ์สงบก็ออกทีวีลอยหน้าลอยตา มีตำรวจเลว ก็มีตำรวจดี เหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองทำให้ตำรวจถูกหาว่าเกียร์ว่าง บางคนก็ว่าไม่ใช่เกียร์ว่าง แต่เข้าเกียร์ถอยหลังต่างหากแถมเป็นตำรวจมะเขือเทศ

นี่คือเหตุการณ์จริงๆ ก่อนและหลังห้างเซ็นทรัลเวิลด์ถูกเผาที่ “นักการเมือง” ไม่กล้าเล่าในสภา…!

ภารกิจลับที่ 1 ความจริงวันนี้… เปิดโฉมหน้าคนเผา ช่วยตัวประกันเซ็นทรัลเวิลด์

ก่อนศึกการอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลจะเริ่มขึ้นไม่กี่วัน เรามีโอกาสได้พูดคุยกับ พ.ต.อ.ฤชากร จรเจวุฒิ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 เจ้าของพื้นที่ สน.ปทุมวัน และ พล.ต.ต.วิทยา รัตนวิชช์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 เล่าเบื้องหลังการลุยไปช่วยตัวห้างเซ็นทรัลเวิลด์เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 53 ให้ฟังว่า

ภารกิจลับนี้เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 14.00 น.หลังจากที่ได้รับแจ้งจากพนักงานของห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ว่าตกอยู่ในอันตรายโทรมาขอความช่วยเหลือ เพราะพวกเขาไม่สามารถหลบหนีลงมาด้านนอกห้างได้ เนื่องจากมีผู้ที่ไม่หวังดีบางกลุ่มที่อยู่บริเวณชั้นหนึ่ง ซึ่งมีท่าว่าจะเข้ามาปล้น เผาห้าง ยิง-โยนระเบิดสกัดไม่ให้หลบหนี ซึ่งแรงระเบิดทำให้ทีม รปภ.ที่เข้าไปขัดขวางบาดเจ็บหลายคน

หลังจากได้รับแจ้งแล้ว พ.ต.อ.ฤชากร จรเจวุฒิ ซึ่งทำหน้าที่คุ้มกันอยู่ที่วังสระปทุม ร่วมกับ พ.ต.ท.สุรกาญจณ์ นาคสิงห์ รอง ผกก (จร.) สน.ยานนาวา จึงได้ตัดสินใจกับ พ.ต.ท.ธนันท์ธร รัตนสิทธิภาคย์ รอง ผกก.ปป.สน.พลับพลาไชย 1 แบ่งกำลังหนึ่งหมวด (ราว 40 นาย) รุดไปที่เกิดเหตุเพื่อช่วยเหลือทันที “พอเขาเห็นพวกเรา ปรากฏว่าเขาใช้ระเบิดปิงปองและประทัดยักษ์สู้ เราก็ใช้ระยะเวลารุก ทั้งหมอบคลานเพื่อยิงปืนรุกเรื่อย ๆ ชุลมุนอยู่นาน หลังจากที่รุกหนักจนเขาถอยร่น ที่สุดแล้วก็สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุร้าย ที่เตรียมจะเผาห้าง ซึ่งหลบอยู่ตามชั้นในห้างเวิลด์เทรดมาได้ถึง 9 คน กับของกลางเช่นสายกระสุนปืนกล เครื่องประดับที่โจรกรรมภายในห้างมาอย่างมากมาย”

เมื่อภารกิจบุกเข้าไปเสร็จสิ้น พ.ต.อ.ฤชากร จรเจวุฒิ ได้คุ้มกันพนักงานของห้างที่หลบอยู่ที่ลานจอดรถชั้น 3 รวมแล้วมากถึง 471 คน ซึ่งของที่อยู่ในห้างนั้นก็โดนรื้อ-ทุบกระจุยกระจาย ตำรวจก็ยิงเปิดทางนำพนักงานที่ติดอยู่ในนั้นกลับออกมาจากเซ็นทรัลเวิลด์ หนีออกมาทางด้านหลังโรงแรมแล้วก็มาทะลุหลังพารากอนมาเรื่อย ๆ จนออกมาสู่ ถนนพระราม 1 ท่ามกลางห่ากระสุน และความร้อนจากไฟที่กำลังโหมไหม้ห้างบริเวณราชประสงค์ ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีรถดับเพลิงเข้ามา

ภารกิจลับบทที่ 2 : ฝ่าห่ากระสุน ลุยดับไฟเพลิง…!

หลังจากคืนอิสรภาพและความปลอดภัยให้กับพนักงานเซ็นทรัลเวิลด์ ภารกิจของ พ.ต.อ.ฤชากร จรเจวุฒิ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 ผู้มีส่วนสำคัญในการปฏิบัติฝ่าห่ากระสุนที่บริเวณราชประสงค์ เพื่อกรุยทางนำรถดับเพลิง เข้าไปดับไฟที่โหมแรงที่ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ และ บิ๊กซี ก็ต้องเริ่มต้นต่อ

“ขณะเรานำกำลังกลับไปประจำการที่เดิม ตอนนั้นเราเริ่มได้ข่าวว่ามีการเผาเซ็นทรัลเวิลด์ที่ด้านล่าง โรงหนังสยาม และที่ใกล้ ๆ ละแวกนั้นหลายแห่ง แต่รถดับเพลิงที่เข้าไปดับเพลิงบริเวณนั้นไม่สามารถเข้าไปได้ เนื่องจากพอเข้าไปก็โดนยิงสวนจากคนที่อยู่บริเวณนั้นกลับมาทันที อีกทั้งยังมีกลุ่มฮาร์ดคอร์ที่อยู่ในวัดปทุมฯ มากมาย ตำรวจก็ทำอะไรไม่ได้มาก คือนำกำลังออกไปแต่ต้องล่าถอยกลับ เนื่องจากผู้ดูแลพื้นที่คือทหารยังไม่เคลียร์ ฉะนั้นเราไม่รู้ว่าจะมีผู้ก่อเหตุซุ่มยิงอยู่หรือไม่ การประสานงาน ณ ขณะไฟไหม้นั้นก็สับสน ทำให้ไม่มีหน่วยงานไหนเป็นเจ้าภาพ”

พ.ต.อ.ฤชากร เล่าต่อว่า เหตุการณ์ตอนนั้นมันมั่วมาก ๆ (เน้นเสียง) รถดับเพลิงก็เข้าไปดับไฟไม่ได้ เพราะว่า พนักงานดับเพลิงที่เข้าไปบริเวณนั้นโดนกลุ่มผู้ชุมนุมเอาปืนจ่อหัวไม่ให้เข้าไป จึงตัดสินใจเข้าไปในพื้นที่ แต่ทหารบอกว่ายังเคลียร์พื้นที่ไม่ได้ แต่ก็ทนไม่ได้ที่จะเห็นไฟไหม้ต่อหน้าเช่นกัน ที่สุดแล้วก็ต่อโทรศัพท์นานมาก จนได้คุยโทรศัพท์กับท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ท่านถามว่าต้องการอะไร ก็บอกว่ารถดับเพลิงและกำลังทหาร จากนั้น 1 ชั่วโมงรถดับเพลิงก็มา

“ผมก็เดินหน้านำกองร้อยนำรถดับเพลิงไปเลยทั้ง ๆ ที่มืดแบบนั้น ถามว่ากลัวไหมบอกได้เลยแบบไม่อายว่า กลัวเหมือนกัน รอบ ๆ ตัวผมได้ยินเสียงปืน มีควันไฟเต็มไปหมด เดินทะลุประตูน้ำ เข้าแยกราชดำริ แต่ละย่างก้าวที่พวกเราจะเดินไปมันลำบากมาก ๆ (เสียงสั่น) นี่เล่าแล้วยังสั่นอยู่ ซึ่งความรู้สึกว่าระยะทางข้างหน้าใกล้ ๆ เท่านั้น แต่เรารู้สึกว่าไกลมาก ๆ (เน้นเสียง) มือหนึ่งถือปืน อีกมือถือไฟฉายส่องนำทาง แต่สิ่งหนึ่งที่เชื่อที่ผ่านมา ตำรวจไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร ดังนั้นไม่น่าจะมีใครมาดักทำร้ายเรา ที่สำคัญมีกำลัง 150 คนถ้าโดนยิง ก็ไม่น่าจะตายฟรีแน่ ที่สำคัญบ้านเมืองและทรัพย์สินของประชาชนรออยู่ข้างหน้า แล้วก็ทนไม่ได้จริง ๆ ที่สถานที่ต่าง ๆ จะไหม้ไปต่อหน้าต่อตาและประชาชนเดือดร้อน”

ที่สุดแล้วแม้ภารกิจจะผ่านพ้นไปโดยไม่มีใครเสียชีวิต แต่สิ่งที่ พ.ต.อ. ฤชากร จรเจวุฒิ เสียใจก็คือช่วยห้างบิ๊กซีไม่ทัน เนื่องจากนักผจญเพลิงบอกว่าอาคารบิ๊กซีเหมือนเป็นเตาอบ ไม่รู้ว่าจะฉีดน้ำไปด้านไหนก็เลยต้องถอย ตนอยู่ตรงนั้นจนถึงตี 4 ถึงจะสกัดแนวไฟได้แล้วถึงกลับมานอนเพราะว่า 8 โมงเช้าหลังจากนั้นประชุมเพื่อคลี่คลายปัญหาต่อ…!?!

“ถามว่าเสี่ยงชีวิตไปแล้วได้อะไรกลับคืนมาบ้าง นอกจากถูกตีตราว่าเป็นตำรวจมะเขือเทศ จริง ๆ ผมขอแค่ให้ประเทศชาติและประชาชนไม่เป็นอะไร และประเทศไทยสงบดังเดิมก็เพียงพอ” นักปิดทองหลังพระผู้พิทักษ์สันติราษฎร์กล่าวทิ้งท้าย

มาฟังความจริงอีกฝ่ายจากปากของผู้บริหารของเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ เผยความรู้สึกว่าก่อนหน้าจะเกิดการเผา ได้มีการเตรียมถังดับเพลิง และคนเฝ้าระวังประจำ FIRE MAN ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ที่สุดแล้วก็ต้องแพ้พ่ายต่อความบ้าคลั่งของผู้ชุมนุมบางคน

“พอได้รับข่าวแกนนำมอบตัวก็ปรากฏว่ามีเอ็ม 79 ถึง 1 ลูกลงมาที่หน้าห้าง หลังจากนั้นผู้ชุมนุมก็กรูเข้ามาในห้าง บ้างก็กรูเข้าไปทุบกระจกอย่างบ้าคลั่ง บางคนก็ถือถังแก๊สดับเพลิงและถังน้ำมันอยู่ เริ่มทำการจุดไฟเผาห้างต่อหน้าต่อตา รปภ. และพนักงานหลายคนจะวิ่งเข้าไปดับ แต่ปรากฏว่า โดนไล่ยิง จนต้องหนี และติดอยู่ในห้าง คิดว่าต้องตาย จนกระทั่งตำรวจมาช่วย เหมือนกับตายแล้วเกิดใหม่จริง ๆ” ผู้บริหารเล่าเสียงสั่นเครือด้วยความกลัว

และนี่เป็นเรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลัง ภารกิจลับทั้งหมดของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ในวันที่ 19 พ.ค. 53 หรือ “วันเผาเมือง” ที่นักการเมืองในสภาไม่เคยรู้ หรือถึงรู้ก็อาจจะไม่กล้าเล่า เพราะการหยิกเล็บก็เจ็บเนื้อตัวเอง…!

ที่มา ไทยรัฐ

Photo : Internet   Category : ไลฟ์สไตล์

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com