พัทยาเดลีนิวส์

10 ธันวาคม 2553 :: 10:12:38 am 47068

มติศาล4ต่อ3 ยกคำร้อง ปชป.คดีเงิน 258 ล.

ศาลรธน.นัดพร้อมคู่ความคดียุบปชป.รับเงินบริจาค258ล้านจากทีพีไอ เมื่อศาลนั่งบัลลังก์ ได้มีคำวินิจฉัยให้ยกคำร้องด้วยมติ 4 ต่อ 3 เนื่องจากเห็นว่า นายทะเบียนพรรคการเมืองยังไม่มีความเห็น ว่าควรยุบพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ ศาลงดไต่สวนเพิ่มเติมกรณีเงินบริจาค 258 ล้านบาท เนื่องจากพยานหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว วิรัตน์หนึ่งในทีมกฏหมาย มั่นใจชนะ
สนใจโฆษณา

ศาลรัฐธรรมนูญ-วานนี้ (9 ธ.ค. 53) นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษา ในฐานะหัวหน้าทีมกฎหมาย และคณะทำงานฝ่ายกฎหมายต่อสู้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมารวมตัวกันที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนไปศาลรัฐธรรมนูญ ถนนแจ้งวัฒนะ ตามที่นัดพร้อมคู่ความในคดีเงินบริจาค 258 ล้านบาท สำหรับ นายชวนวันนี้สีหน้าแจ่มใส ต่างจากคณะทำงานที่มีสีหน้าเคร่งขรึมได้ ให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่ทราบแนวทางว่าศาลจะปฏิบัติอย่างไร เพราะวันนี้เป็นเพียงการนัดพร้อมคู่ความเท่านั้น หากจะสืบพยาน ก็คงต้องนัดวัน และเลือกช่วงเวลา และไม่ทราบว่าศาลรัฐธรรมนูญมีแนวโน้ม นัดพิจารณาวินิจฉัยในช่วงบ่ายทันทีหรือไม่

ต่อมาเมื่อเวลา 11.30 น. ศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัยกรณีเงินบริจาคพรรคประชาธิปัตย์ 258 ล้านบาท โดยมีคำวินิจฉัย 4 : 3 เสียงให้ ยกคำร้อง เนื่องจากเป็นการข้ามขั้นตอนทางกฎหมาย โดยศาลได้อ่านคำวินิจฉัย ตอนหนึ่ง ว่า มีข้อสังเกตว่าความเห็นของกกต.ทั้งสามมีความเห็นต่างจากครั้งแรกที่นายทะเบียนยังไม่มีความเห็น เมื่อไม่ปรากฏว่ามีความเห็นจากนายทะเบียน ว่า พรรคผู้ถูกร้องกระทำตาม ม.94 ต้องถูกยุบพรรค และด้วยเสียงข้างมา 4 เสียงให้ ส่งให้อัยการสูงสุดเพื่อให้ศาสรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคจึงข้ามขั้นตอน และไม่มีอำนาจจะให้เห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบได้ จึงมีความเห็นด้วยเสียงข้างมาก 4 ต่อ 3 ให้ยกคำร้อง

นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า การนัดแถลงคดีพร้อมคู่ความในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีเงินบริจาคบริษัท ทีพีไอ โพลีน ผ่านบริษัท เมซไซอะ บิซิเนส แอนด์ ครีเอชั่น จำนวน 258 ล้านบาทนั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจศาลว่า ว่าจะมีการไต่สวนเพิ่มเติมหรือไม่อย่างไร ทั้งนี้มองว่าทั้งคดี เงินสนับสนุนพรรคการเมือง 29 ล้านบาท และคดีเงินบริจาค 258 ล้านบาทเป็นคดีเดียวกัน อีกทั้งใช้พยายามเอกสารเป็นหลัก ซึ่งทั้งหมดก็เป็นพยานชุดเดียวกันกับคดีก่อนหน้านี้

ทั้งนี้หากดูจากคำวินิจฉัยส่วนตน ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแต่ละท่าน ในเสียงข้างมากจะเน้นความเห็นที่เป็นลายลักษ์อักษร คือบันทึกของนายทะเบียนพรรคการเมือง ที่ส่งเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณา ฉะนั้นการที่นายทะเบียน จะมาเบิกความที่ขัดแย้งกับพยานเอกสารนั้นไม่สามารถทำได้ เว้นแต่มีพยานหลักฐานใหม่จริงๆซึ่งขณะนี้ยังมองไม่เห็น เนื่องจากพยานหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว

“ส่วนตัวยังรู้สึกสบายใจอยู่ถึงแม้ว่า คำวินิจฉัยของประธานศาลรัฐธรรมนูญ ที่เห็นสมควรให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของตผมและนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ แต่คนเราต้องเคารพกฏหมายและกระบวนการยุติธรรม ฉะนั้นเมื่อมาถึงจุดนี้จะเป็นอย่างไรก็ต้องรับกันให้ได้”นายบัญญัติ กล่าว

เรียบเรียง สิทธิศักดิ์

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : ข่าวการเมือง

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com