พัทยาเดลีนิวส์

10 สิงหาคม 2553 :: 13:08:58 pm 31450

มติเอกฉันท์ ตั้ง “พล.ต.อ.วิเชียร์” ขึ้นผบ.ตร.

การประชุมคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีวาระพิจารณาพิเศษคัดเลือก ผบ.ตร.คนใหม่ ตั้งพล.ต.อ.วิเชียร ด้วยมติเป็นเอกฉันท์ โหวต 8 ต่อ 0
สนใจโฆษณา

กรุงเทพฯ-วานนี้ (9 ส.ค. 53) เมื่อเวลา 13.30น. ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ตช.) โดยมีระเบียบวาระสำคัญ คือ การพิจารณาบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผบ.ตร. โดยมีคณะกรรมการ ก.ตช.เข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน ทั้งนี้ขาดเพียงนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม ที่ติดภารกิจ อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่าที่ประชุม ก.ตช.ได้ใช้เวลาในช่วงต้นพิจารณาระเบียบวาระอื่นๆ ไปตามลำดับ โดยได้จัดระเบียบวาระเรื่องการแต่งตั้งผบ.ตรงเอาไว้เป็นวาระพิเศษเป็นเรื่องสุดท้าย โดยหยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาเมื่อเวลา 15.00 น. และใช้เวลาพิจารณาเพียงแค่ 15 นาทีเท่านั้น

จากนั้นในเวลา 15.30 น. ภายหลังการประชุม พล.ต.ท.เอก อังสนานนท์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะเลขานุการ ก.ตช. เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้มีมติเป็นเอกฉันท์ด้วยคะแนนเสียง 8 ต่อ 0 เห็นชอบการพิจารณา พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เข้าดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. ตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอให้ ก.ตช.พิจารณา จากนายตำรวจยศ พล.ต.อ. เพียงรายชื่อเดียว

ผู้สื่อข่าวถามว่า คนที่พิจารณาวันนี้เป็นผู้ที่มีอาวุโสสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งในกระบวนการทั้งหมดหรือไม่ พล.ต.ท.เอก กล่าวว่า ต้องเรียนอย่างนี้ว่า ถ้าอธิบายคำว่าอาวุโสตนคิดว่าสื่ออาจจะยังไม่ชัดเจน อาวุโสในทางกฎหมายระเบียบตำรวจเป็นเรื่องการพิจารณาอาวุโสในเรื่องการรักษาราชการแทน ส่วนอาวุโสในเรื่องการแต่งตั้งจริงๆแล้วกฎหมายยังไม่ได้กำหนด เพียงแต่ว่าเรามีการอ้างอิงถึงการแต่งตั้งที่พูดถึงเรื่องอาวุโส ก็ถือเอาอาวุโสในการรักษาราชการแทนมาเป็นแนวในการปฏิบัติ แต่ขออนุญาตเรียนว่าในการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อาวุโสหรือไม่นั้นไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันว่า จะต้องดำเนินการพิจารณาตามลำดับอย่างนั้นโดยกฎหมาย เพราะกฎหมายให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้คัดเลือกผู้ที่เหมาะสมเสนอต่อที่ประชุม

สำหรับ ประวัติ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ปัจจุบันอายุ 57 ปี เกิดเมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ.2496 เป็นชาวอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น จบการศึกษาโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 28 พ่วงด้วยปริญญาโทจาก 3 สถาบัน คือ ปริญญาโท คณะพัฒนบริหารศาสตร์ จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า), ปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และปริญญาโท ด้านกฎหมายเศรษฐกิจ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นอกจากนี้ยังผ่านหลักสูตร F.B.I. รุ่น 159, หลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 388 และหลักสูตรบริหารงานตำรวจ จากประเทศอังกฤษอีกด้วย

พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ได้รับการติดยศ พล.ต.อ. ตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 ในตำแหน่งหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ (นรป.) ซึ่งถือว่าครองยศ พล.ต.อ. ก่อนรอง ผบ.ตร. และผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าคนอื่น ๆ ในขณะนี้  ต่อมา พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ถูกโยกมาดำรงตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. ฝ่ายความมั่นคง และรับผิดชอบงานด้านรักษาความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้ง (ศรส.ลต.ตร.) ตลอดจนงานดูแลความสงบในการชุมนุมทางการเมือง ซึ่ง พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี สามารถโชว์ผลงานคุมเกมวันลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ.2550 ได้เด็ดขาดจนได้รับการยกย่อง

เมื่อต้นปี พ.ศ.2552 พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ได้ขยับเข้าสู่ตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ10) ดูแลการเลือกตั้ง และการรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยาน ทั้งนี้ แม้จะดูงานด้านความมั่นคงและมีหลายครั้งที่ต้องควบคุมการชุมนุมทางการเมือง แต่ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ยังไม่มีประวัติเรื่องการวางตัวไม่เป็นกลาง หรือเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เรียกได้ว่าขึ้นชื่อในเรื่องความเป็นกลางคนหนึ่ง จึงเป็นที่จับตามองว่า มีโอกาสที่จะได้ขึ้นเป็น ผบ.ตร คนต่อไป

นอกจากนี้ ในระหว่างดำรงตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ก็ได้รับความไว้วางใจให้นั่งรักษาการ ผบ.ตร. ถึง 2 ครั้ง 2 ครา ระหว่างที่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร.โดนมรสุมการเมืองเล่นงาน

ด้านชีวิตครอบครัว พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี สมรสกับคุณกิ่งดาว พจน์โพธิ์ศรี มีบุตรชาย 2 คน และ บุตรสาว 2 คน คือ นางสาวชื่นสุข พจน์โพธิ์ศรี, เด็กหญิงพัชรเพ็ญ พจน์โพธิ์ศรี, เด็กชายธนชัย พจน์โพธิ์ศรี และ เด็กชายกมลพัฒน์ พจน์โพธิ์ศรี

ส่วนเส้นทางนายตำรวจใหญ่ ของ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เจ้าตัวเคยบอกไว้ว่า “ไม่เคยคิดอยากเป็นตำรวจ” เลยแม้แต่น้อย โดยในวัยเยาว์นั้น พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี มีเป้าหมายอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ เนื่องจากเป็นวิชาที่ถนัด อีกทั้งคุณพ่อที่เคยเป็นครูมาก่อน คอยช่วยเสริมให้เก่งวิชาวิทยาศาสตร์และภาษาอังกฤษ ทำให้มีความมุ่งมั่น กระทั่งเข้าสอบชิงทุนนักเรียนแลกเปลี่ยนเอเอฟเอส (AFS) ไปเรียนฟรีที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้อันดับ 1

ทว่า พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ต้องพลาดโอกาสนั้น เพราะคุณพ่อไม่อยากให้ไป จึงปิดเรื่องนี้ไม่ให้เจ้าตัวล่วงรู้ ทำให้ทุนนักเรียนแลกเปลี่ยนเอเอฟเอส (AFS) ตกไปอยู่ในมือของ ชัยยงค์ สัจจิพานนท์ เพื่อนสนิทของ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ที่สอบติดอันดับ 2 ได้ไปเรียนแทน ซึ่งปัจจุบัน ชัยยงค์ สัจจิพานนท์ เป็นเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

อย่างไรก็ตาม แม้จะออกตัวว่าเดิมทีไม่ได้ใฝ่ฝันจะเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ แต่เมื่อตบเท้าเข้ามาอยู่ในวงการนี้ ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี คือนายตำรวจยอดฝีมือคนหนึ่งในทำเนียบตำรวจไทย และปัจจุบันเขาคือ ผบ.ตร. คนที่ 7 ของประเทศ. . . แต่งานที่รออยู่อาจหนักสักหน่อย เพราะต้องรีบเคลียร์ภาพลักษณ์ตำรวจให้กลับคืนมา ท่ามกลางการถูกมองว่าถูกการเมืองแทรกแซง

ประวัติ

ชื่อ-สกุล : พล.ต.อ. วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี

ชื่อเล่น : น้อย

นามแฝง/ฉายา : วิเชียร โพธิ์ศรี

วันที่เกิด : 14 มีนาคม พ.ศ. 2496 ที่ จ.ขอนแก่น

การศึกษา

มัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน

มัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพญาไท

โรงเรียนนายร้อย (นรต.รุ่นที่ 28)

ปริญญาโท (1) คณะพัฒนบริหารศาสตร์ จากนิด้า

ปริญญาโท (2) คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ปริญญาโท (3) ด้านกฎหมายเศรษฐกิจ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หลักสูตรบริหารงานตำรวจ ประเทศอังกฤษ

หลักสูตร F.B.I. รุ่น 159

หลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 388

ประสบการณ์การทำงาน

รอง สว.ผ. 5 กก.สส.น.

รอง สว.ผ. ศึกษาอบรม กก.นผ.บก.อก.บช.น.

รอง สว.ผ.1 กก.สส.น. พระนครใต้

ผู้ช่วยนายเวรอธิบดีกรมตำรวจ

นายตำรวจราชสำนักประจำ

ผู้กำกับการนายตำรวจราชสำนักประจำ

รองผู้บังคับการนายตำรวจราชสำนักประจำ

ผู้ช่วยหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ

ผู้ช่วยหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ

รองหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ (เทียบเท่ารองผู้บัญชาการ)

รองหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ (เทียบเท่าผู้บัญชาการ)

รองหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ (สบ 10) (เทียบเท่าผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ)

หัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ (เทียบเท่ารองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ) (พ้น 25 ก.ย.2549)

ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ปฏิบัติหน้าที่ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ฝ่ายความมั่นคง)

ที่ปรึกษา (สบ 10) และ รักษาการแทน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ขอขอบคุณ

ที่มา : VoiceTV, คม ชัด ลึก

ภาพ : Kapook

Photo : Internet   Category : ข่าวในประเทศ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com