พัทยาเดลีนิวส์

23 กุมภาพันธ์ 2560 :: 04:02:28 am 204560

มท.ส่ง “ประชา เตรัตน์” เป็นพี่เลี้ยงนายกฯ พัทยาคนใหม่ สั่งแก้ด่วนขยะล้นเมือง

มหาดไทยส่ง “ประชา เตรัตน์” ทำหน้าที่พี่เลี้ยงนายกเมืองพัทยาคนใหม่ สั่งแก้ด่วน ปัญหาขยะล้นเมือง น้ำเสีย และปัญหาการจราจร ด้านเจ้าตัวระบุระบบริหารราชการเมืองพัทยาในอดีตล้มเหลว ส่งผลให้การยกฐานะเมืองพิเศษใหม่ทั่วประเทศชะงัก ประกาศถึงเวลาต้องแก้ไขใหม่ทั้งระบบ โดยเน้น “ความสุจริต และชอบธรรม”
สนใจโฆษณา

พัทยา – วันที่ 22 ก.พ.60 ที่ห้องประชุมศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี พล.ต.ต.อนันต์ เจริญชาศรี นายกเมืองพัทยา นำคณะผู้บริหารราชการเมืองพัทยา ประกอบด้วย รองนายกเมืองพัทยา คณะที่ปรึกษาเมืองพัทยา และเลขานุการ เข้าร่วมการประชุมและมอบนโยบายการบริหารแก่หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการประจำ พนักงาน และลูกจ้างในสังกัดเมืองพัทยา

 

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแนะนำตัว รวมทั้งมอบนโนบายการบริหารราชการเมืองพัทยาอย่างเป็นทางการ ภายหลังได้รับคำสั่งจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ให้เข้ามาดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยา อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

 

ในการมอบนโยบายครั้งนี้ ได้เปิดโอกาสให้หัวหน้าส่วนราชการ นำโดย นายชนัฐพงศ์ ศรีวิเศษ ปลัดเมืองพัทยา แนะนำตัว พร้อมนำเสนอชี้แจงโครงสร้าง แผนปฏิบัติการ ปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงานในช่วงเวลาที่ผ่านมา จาก 10 สำนักงาน 2 กองงาน 1 หน่วยงาน 1 กลุ่มกฎหมาย และโรงเรียนเมืองพัทยาทั้ง 11 แห่ง ซึ่งมีข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้างรวมกันกว่า 2,300 คน

 

พล.ต.ต.อนันต์ เจริญชาศรี นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า หลังได้รับความไว้วางใจจาก คสช.ให้เข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้บริหารของเมืองพัทยา ก็เริ่มดำเนินงานตามความรับผิดชอบทันที พร้อมทำการกลั่นกรองบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถจากหลายภาคส่วน เพื่อเข้ามาร่วมในการบริหารราชการเมืองพัทยา เพื่อพัฒนาไปสู่ความเป็นเลิศ

 

ทั้งนี้ มี นายประชา เตรัตน์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้เกียรติมาทำงานร่วมในฐานะประธานกลุ่มที่ปรึกษา ซึ่งเป็นไปตามคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ต้องการให้ นายประชา ซึ่งเป็นบุคลากรผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ความสามารถ เข้ามามีส่วนร่วมในทางพฤตินัย เนื่องจาก นายประชา ไม่ขอรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของภาครัฐ

 

สำหรับนโยบายการทำงานที่สำคัญของคณะทำงานชุดนี้ จะเน้นในเรื่องของการทำงานที่ตรงไปตรงมา โดยทุกขั้นตอนต้องมีความโปร่งใส และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนเป็นหลัก ทำงานด้วยความสุจริต ไม่คดโกง และลบภาพลักษณ์ของการคอร์รัปชันให้หมดไป

 

ขณะที่ปัญหาหลักที่จะต้องเร่งเข้ามาดำเนินการแก้ไขเร่งด่วนนั้น คงจะเป็นปัญหาเรื่องของขยะมูลฝอย ซึ่งปัจจุบันพบว่า สถานการณ์เริ่มส่อเค้าความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทั้งในเขตเมืองพัทยา และชุมชนบ้านเกาะล้าน ซึ่งมีขยะตกค้างเป็นจำนวนมาก และยังไม่มีที่จัดทิ้งที่ชัดเจน

 

กระทั่ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เน้นย้ำให้ผู้บริหารชุดนี้แก้ไขปัญหาดังกล่าวให้แล้วเสร็จในช่วงของการดำรงตำแหน่งในวาระ เนื่องจากมีปัญหาการร้องเรียนความเดือดร้อนของประชาชน รวมทั้งยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวอีกด้วย โดยมีแผนในการจัดการแก้ไขปัญหาที่พักขยะ และการจัดตั้งโรงไฟฟ้าในเวลาอันสั้น

 

ขณะที่ปัญหาอื่นๆ ที่ต้องเข้ามาแก้ไข และจัดการไปพร้อมกันคงจะเป็นเรื่องของปัญหาสิ่งแวดล้อม การบุกรุกที่สาธารณะ ปัญหาน้ำท่วมขัง น้ำเน่าเสีย ปัญหาการจราจร และระบบขนส่งมวลชน รวมไปถึงระบบบริหารภายในโดยเฉพาะการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในสังกัดที่ต้องชัดเจน เป็นธรรม และไม่มีผลประโยชน์ใดๆ แอบแฝง ซึ่งจากนี้จะมีการประชุมร่วมผู้เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดนโยบายในการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

 

ด้าน นายประชา เตรัตน์ ประธานกลุ่มที่ปรึกษานายกเมืองพัทยา กล่าวว่า ถือว่าเป็นโชคดีที่รัฐบาลให้ความใส่ใจพื้นที่ของเมืองพัทยาเป็นอย่างมาก ด้วยเล็งเห็นว่าเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวหลักของประเทศที่สร้างรายได้มหาศาล จึงได้ทำการคัดกรองบุคคลที่มีความสามารถเข้ามาทำงานในฐานะฝ่ายบริหารในปัจจุบัน ซึ่งส่วนตัวมีความผูกพัน และคุ้นเคยกับจังหวัดชลบุรีมานาน จึงขออาสาเข้ามาทำงานด้วยความเต็มใจโดยไม่ขอรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

 

ส่วนสาระสำคัญด้านนโยบายของคณะทำงานชุดนี้ คงจะเป็นกรณีของการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกภาคส่วน โดยสิ่งสำคัญคือ ต้องขอความร่วมมือจากข้าราชการ ที่ต้องทำงานด้วยความวิริยะอุตสาหะ สุจริต และชอบธรรม ส่วนพวกที่ยังมีความประพฤตินอกกรอบก็ต้องเร่งแก้ไขปรับปรุงตัวใหม่ เพราะไม่เช่นนั้นคงต้องน้อมรับผลกรรมที่จะเกิดขึ้นด้วย ซึ่งจากนี้จะมีการเปิดเว็บไซต์เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสร้องเรียนโดยตรง เพื่อให้เกิดการแก้ไขอย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพต่อไป

 

นายประชา กล่าวต่อไปว่า สำหรับเมืองพัทยา ถือเป็นการปกครองรูปแบบพิเศษ แต่ที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าการบริหารจัดการค่อนข้างล้มเหลว จึงทำให้การพิจารณายกฐานะการป้องส่วนท่องถิ่นในพื้นที่อื่นมีอันต้องระงับไปด้วย เพราะมีตัวอย่างที่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากนัก ซึ่งในช่วงเวลานี้คงถึงเวลาของการแก้ไขปัญหา และพัฒนาเมืองท่องเที่ยวกลับไปสู่เมืองท่องเที่ยวคุณภาพอย่างเป็นรูปธรรม

Reporter : ญาณวรุฒน์   Photo : ญาณวรุฒน์   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com