พัทยาเดลีนิวส์

11 เมษายน 2555 :: 13:04:17 pm 81171

มหาสงกรานต์ กับความเชื่อมากมาย

สงกรานต์สาดน้ำสนุกสนาน แฝงไปด้วยความเชื่อความรู้มากมายในประเพณีอันดีงามนี้ และไม่เพียงแต่เมืองไทยที่มีสงกรานต์ต่างชาติก็มีนะจ๊ะ สงครามน้ำที่แสนสนุก
สนใจโฆษณา

การเล่นสาดน้ำในวันสงกรานต์ มีมานานมากจริงๆ เป็นประเพณีการขึ้นปีใหม่ ของประเทศไทย ลาว กัมพูชา พม่า รวมไปถึงชนกลุ่มน้อยชาวไต ในเวียดนาม และมณฑลยูนนานของจีน ยังกว้างไปสู่แดนภารตะอย่าง ศรีลังกาและอินเดียอีกด้วยนะจะบอกให้ “สงกรานต์” เป็นคำสันสกฤต หมายถึง การเคลื่อนย้าย ย่างขึ้น หรือก้าวขึ้น คือ ดวงอาทิตย์ย่างขึ้น สู่ราศีใหม่ ซึ่งก็คือวันปีใหม่นั่นเอง หรือการเคลื่อนย้ายของการประทับในจักรราศี การก้าวย่างนี้มักจะตกอยู่ในวันที่ 13,14,15 เมษายนทุกปี วันที่ 13 เมษายน เรียกว่า วันมหาสงกรานต์ วันที่ 14 เป็นวันเนา วันที่ 15 เป็นวันเถลิงศก

วันสงกรานต์ถ้าไม่กล่าวถึง นางสงกรานต์ ก็คงต้องเชยแน่นอน ในปีนี้ วันศุกร์เป็นวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานต์ของเรามีนามว่า “กิมิทาเทวี” ทรงพาหุรัดทัดดอกจงกลนี อาภรณ์แก้วบุษราคัม ภักษาหารกล้วยน้ำ พระหัตถ์ขวาทรงขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายทรงพิณ เสด็จมาบนหลังมหิงสา แบบบ้านๆ คือ เธอมีชื่อว่า กิมิทาเทวี ใส่กำไลรัดต้นแขน ทัดดอกบัวพันธุ์จงกลนี (หายากมาก แพงด้วย) ใส่ชุดใสใสคล้ายแก้ว (ก็คงประมาณผ้าชีฟองกระมัง) คล้องเครื่องประดับบุษราคัม (อันนี้ก็แพง) อาหารโปรดเธอคือ กล้วยน้ำ มือขวาถือดาบ มือซ้ายถือพิณ มีพาหนะคือ ควาย

ท่านผู้รู้โหรต่างๆ บอกว่าถ้าวันศุกร์เป็นวันมหาสงกรานต์ ขอทำนายว่า ข้าวน้ำ ลูกหมากรากไม้ทั้งหลายจะอุดม แต่จะแพ้เด็ก (อันนี้ก็ยังงง แต่รักเด็กนะ) ฝนและพายุชุม จะเจ็บตากันมากนักแล ฯ (ท่านบอกให้ระวังตาแดงเวลาสาดน้ำกัน อาจเกิดขึ้นได้)

 

สงกรานต์ของชาวล้านนา หรือ “ประเพณีปี๋ใหม่เมือง” ก็มีความเชื่อถึงความอยู่ดีมีความสุขตลอดปี เริ่มตั้งแต่ “วันสังขารล่อง” (13 เม.ย.) จะต้องทำความสะอาดบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคล “วันเนา” หรือ “วันเน่า” (14 เม.ย.) วันที่ห้ามใครด่าทอว่าร้ายเพราะจะทำให้โชคร้ายไปตลอดทั้งปี (อันนี้ทำยาก กินข้าวกลางวันทีไร ต้องเม้าตลอดเลย) “วันพญาวัน” หรือ “วันเถลิงศก” (15 เม.ย.) วันนี้ชาวบ้านจะตื่นแต่เช้าทำบุญตักบาตรเข้าวัดฟังธรรม ก่อนจะไปรดน้ำดำหัวขอขมาญาติผู้ใหญ่ในช่วงบ่าย “วันปากปี” (16 เม.ย.) ชาวบ้านจะพากันไปรดน้ำเจ้าอาวาสตามวัดต่างๆเพื่อขอขมาคารวะ และ “วันปากเดือน” (17 เม.ย.) เป็นวันที่ชาวบ้านส่งเคราะห์ต่างๆออกไปจากตัวเพื่อปิดฉากประเพณีสงกรานต์ล้านนา ได้บุญกันทั่วหน้าสุขสบายใจไปตลอดปีแน่นอน (ถ้าทำได้นะ)

 

ทั่วประเทศก็จะมีความเชื่อคล้ายกันเรื่องของการ ขอขมาลาโทษจาก ปู่ ย่า ตา ยาย และญาติผู้ใหญ่ แล้วต่อด้วยการรดน้ำดำหัว (ใครทำผิด แอ๊บอะไรไว้ รีบบอกเลยมีโอกาสเพียง 3 วันนะ) ทั้ง 3 วันประชาชนจะประกอบพิธีทางศาสนา มีการทำบุญตักบาตร ปล่อยนกปล่อยปลา การกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติผู้ล่วงลับ การสรงน้ำพระ การขนทรายเข้าวัดก่อพระเจดีย์ทราย

เทศกาลสาดน้ำสงกรานต์ไม่ได้มีเพียงเมืองไทย แต่มีประเพณีลักษณะเดียวกันหรือคล้ายกันกระจายอยู่ทั่วไปในหลายประเทศ แต่ความสนุกสนานของสาดน้ำในเทศกาลนี้ มันกลับกลายเป็น สงคราม หรือที่ต่างชาติมักเรียกว่า “Water war Festival”

 

ประเทศรัสเซีย มีสงครามสาดน้ำที่ คล้ายๆ กับประเพณีสงกรานต์ของบ้านเรา แต่ที่นี่จะเล่นเพียงแค่วันเดียว คือ วันที่อากาศร้อนที่สุดในรอบปี (ต้องรอกรมอตุประกาศอย่างเดียวเลยป่าวเนี่ย) จะมีหนุ่มๆ สาวๆ ลากปืน ลากถังน้ำมาทำสงครามกัน จนตัวเปียกปอน วันนี้คงเป็นวันฮอตที่สุดจริงๆ ดูแต่ละคนดิ่ ความเชื่อของประเทศนี้ก็น่าจะเชื่อว่ามันจะทำให้โลกเย็นขึ้นมั๊ง

 

ประเทศสโลวาเกีย สงกรานต์ของชาวสโลวักมักเล่นในเทศกาลอีสเตอร์ (ปกติเทศกาลนี้เขาหาไข่กันนะ) ทุกคนออกมาเล่นน้ำกัน โดยฉะเพราะอย่างยิ่ง สาวๆ ในสโลวักเล่นสาดน้ำ โดยมีความเชื่อว่า หญิงที่โดนสาดน้ำจะมีลูกง่ายและสวยขึ้น (จริงดิ่ ถึงว่า สาวไทย ต้องบางสุด! สั้นสุด! น้ำจะได้เปียกเยอะๆ เพื่อสวยขึ้นนี่เอง เข้าใจแล้ว) ซึ่งมีการสาดน้ำกันในลักษณะนี้หลายประเทศ เช่น ฮังการี เซอร์เบีย

 

ประเทศสเปน ช่วงถนนสั้นๆ แห่งหนึ่งในเมืองบูโยล ใกล้กับบาเลนเซีย “ลา โตมาติน่า” เป็นเทศกาลที่โด่งดังระดับโลกอีกเทศกาลหนึ่ง ที่มีลักษณะคล้ายการทำสงครามกัน แต่ไม่ใช่สาดน้ำธรรมดา กลับเป็น น้ำมะเขือเทศ ทั้งยังไม่สาดธรรมดา เอามาปากันทั้งลูกเลยซะงั้น ย้อนไปเมือปี 1944 มีเหตุการณ์วัยรุ่นทะเลาะกันในงานประจำปี (ประมาณงานวัดบ้านเราแหละ) และเจ้ากรรมดันมีแผงขายมะเขือเทศอยู่ใกล้มือเลยจับมาปาใส่กัน ปีต่อมามีการจัดงานอีกก็ปากันอีก เลยจัดเป็นเทศกาลมันซะเลย และนั้นเองคือประถมบทแห่งเทศกาลปามะเขือเทศ เทศกาลนี้จัดขึ้นในวันพุธสุดท้ายของเดือนสิงหาคม ระหว่างสัปดาห์การเฉลิมฉลองแห่งเมืองบูญอล คงจะมีความเชื่อว่าจะดับแค้นกันลงได้แน่นอน

 

ประเทศอินเดีย จะมีเทศกาลเล่นสี (Holi festival) เป็นเทศกาลที่จะสาดสีใส่กันอย่างสนุกสนาน เป็นเทศกาลเริ่มในช่วงต้นของฤดูใบไม้ผลิ ธรรมชาติเปลี่ยนแปลงจากหนาว เป็นอากาศร้อน ซึ่งคนโบราณของเขาได้แฝงเอาธรรมชาติบำบัดเอาไว้ด้วย โดยใช้ผงสีจากพืชและพืชสมุนไพรธรรมชาติ มาโปรยใส่กันเหมือนกับกายบำบัด เพื่อสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย เทศกาลนี้มีลักษณะเหมือนกับสงกรานต์ คือ ทุกคนไปหาครอบครัว มอบของขวัญให้กันและกัน

แต่อีกด้านหนึ่งเทศกาลนี้ จะเรียกว่า พาลนักษัตร คือเทศกาลเล่นของคนพาลทั้งหลาย เพราะ หนุ่มๆภารตะ จะดื่มสิ่งมึนเมากันในวันนี้ และจะเมาได้และทำอะไรตามใจได้ตามเวลาที่กำหนด ซึ่งไม่เหมาะสำหรับ สาวๆ ที่จะออกจากบ้านในเทศกาลนี้ เริ่มเวลา 08.00 น. – 13.00 น. เชื่อว่าจะเป็นช่วงเวลาแห่งการปล่อยผี ปล่อยความชั่วร้ายทั้งหลาย จึงจะไม่มีรถยนต์วิ่งเลยสักคัน นอกจากมอเตอร์ไซด์ที่วัยรุ่นอินเดียขับออกมาเล่นสีกัน (เหมือนเทศกาลเด็กแว้นบ้านเรา แถมยังมีเคอร์ฟิวอีก ใช่เลย!)

 

แดนกิมจิเกาหลีใต้ ไม่น้อยหน้าไม่สาดน้ำ แต่ฉันขอสาดโคลนใส่กันแทนใน เทศกาลโคลนโพเรียง (Boryong Mud festival) ของชาวเกาหลีใต้ ซึ่งจัดขึ้นบนหาดแทจอนอันอุดมไปด้วยแร่ธาตุที่โพเรียง, จังหวัดชุงชองนัม-โด หนุ่มสาวจะลงไปอาบโคลน บางก็นำโคลนมาขว้างปากัน สนุกสนาน (ออกแนวปะแป้งบ้านเราเลย ชอบ ชอบ สำหรับพวกที่ชอบสาดโคลนใส่กันควรไปที่นี้อย่างยิ่ง) ซึ่งมีความเชื่อว่าโคลนจะช่วยในการบำบัดผิวให้กระชับสดใสขึ้นและกำจัดสิ่งอุดตันตามรูขุมขน

Category : สังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com