พัทยาเดลีนิวส์

20 มีนาคม 2554 :: 08:03:24 am 58692

มารศาสนา!! แต่งพระหาเงิน กินเหล้า-เสพยา

ชาวบ้านหนองปรือแจ้งจับมารศาสนา ปลอมเป็นเณรพร้อมลูกศิษย์ ขับกระบะออกตระเวนเรี่ยไรรับบริจาคกับชาวบ้าน เน้นเฉพาะปัจจัยเงินสดอ้างนำเงินสมทบทุนสร้างศาลาวัด จนท.เทศกิจพร้อมตำรวจบางละมุง ตามจับไว้ได้พร้อมของกลางเพียบ ยังปากแข็งทำเพื่อวัด สุดท้ายจับตรวจฉี่ พบสีม่วงทั้งคู่ รับสารภาพสิ้นเป็นเณรปลอมและออกเรี่ยไรหาเงินเที่ยวเตร่เสพยา โดนตำรวจสั่งถอดผ้าเหลืองและส่งดำเนินตามกฎหมายทั้งคู่
สนใจโฆษณา

พัทยา-วานนี้ (19 มี.ค. 54) เมื่อเวลา 11.30 น. ผู้สื่อข่าวประจำเมืองพัทยา ได้รับแจ้งว่ามีชาวบ้านได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่สายตรวจเทศกิจ เทศบาลเมืองหนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ทำการตรวจสอบ สามเณรพร้อมลูกศิษย์ ต้องสงสัยเป็นสามเณรปลอมพากันเดินเรี่ยไรเงินของชาวบ้านอย่างไม่เหมาะสม ในย่านถนนพรประภานิมิตร จึงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับเจ้าหน้าที่สายตรวจเทศกิจ พบรถยนต์ต้องสงสัยมีสภาพเก่า ด้านหลังไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดอยู่บริเวณหน้าร้านโอเอส วัสดุก่อสร้าง ใกล้หมู่บ้านเอสพีวิลเลจ 5 โดยมีสามเณร 1 รูปและลูกศิษย์เป็นคนขับนั่งอยู่ในรถ ซึ่งตรงกับข้อมูลที่ประชาชนได้เคยร้องเรียนให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบว่าเป็นการเรี่ยไรจริงหรือไม่

ทางเจ้าหน้าที่เทศกิจจึงแสดงตัวขอเข้าตรวจค้นหลักฐานในการขอเข้าพื้นที่เพื่อทำการเรี่ยไรและเอกสารสำคัญต่างๆ แต่สามเณรและคนขับรถซึ่งอยู่ในสภาพเมาสุรา แสดงอาการมีพิรุธพยายามจะขับรถยนต์หลบหนี ทางเจ้าหน้าที่เทศกิจ จึงได้ประสานไปยัง พ.ต.ท.พงศ์ระพี ลอยสายออ สว.ปฏิบัติหน้าที่ หัวหน้าชุดตำรวจร่วมมวลชนลดอาชญากรรม ประจำตู้ยามหน้าโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ ให้ทราบเรื่องและได้เชิญตัวสามเณรพร้อมลูกศิษย์และของกลางทั้งหมดมาตรวจสอบและสอบสวนข้อเท็จจริงยังตู้ยามหน้าโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ

จากการตรวจสอบรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุพบว่าที่บริเวณหลังกระบะรถมีถังน้ำพลาสติกขนาดเล็กสำหรับตั้งจุดรับบริจาค ปัจจัยจำนวนกว่า 600 ใบ กระเป๋าเสื้อผ้า 2 กระเป๋า กระสอบบรรจุข้าวสาร 2 กระสอบ ตรวจสอบภายในย่ามของสามเณร ก็พบสำเนาถ่ายเอกสารสีเป็น ใบสุทธิบัตร 2 ใบ บิลค่าเหล้าจากร้านอาหารแห่งหนึ่ง และใบเชิญชวนให้ร่วมกันทำบุญถวายปัจจัยสร้างศาลาวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดลพบุรี

สอบสวนนายวิโรจน์ โกฉิม อายุ 39 ปี คนขับรถซึ่งเป็นศิษย์ ซึ่งอยู่ในสภาพเมาสุรา ให้การว่าตนเองและสามเณรเดินทางมาจากวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดลพบุรี ออกตระเวนตั้งถังรับบริจาคปัจจัยเพื่อนำไปถวายยังวัดดังกล่าวที่ จังหวัดลพบุรี จริงๆ โดยทางวัดได้ให้สามเณรเดินทางมาด้วย 1 รูป และรับรองว่าสามเณรรูปดังกล่าวเป็นสารเณรจริง เมื่อสอบถามสามเณรทราบชื่อต่อมาสามเณรสุพัฒน์ จะริวรรณ อายุ 19 ปี บ้านเดิมอยู่ จังหวัดนครสวรรค์ ให้การว่าตนได้บวชเป็นสามเณรอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดนครสวรรค์ และได้เดินทางไปอยู่ที่วัดในจังหวัดลพบุรี พอดีทางวัดมีการสร้างศาลา แต่ยังขาดปัจจัยอยู่จึงได้จัดองค์ผ้าป่า และออกมาเรี่ยไรเพื่อหาเงินไปสมทบทุนสร้างศาลาวัด ซึ่งคำให้การของสามเณรและลูกศิษย์นั้นไม่มีน้ำหนักพอที่จะเชื่อได้ โดยทางเจ้าหน้าที่คาดว่าน่าจะเป็นสามเณรปลอม

แต่เมื่อเจ้าหน้าที่สอบถามทั้งสามเณรและลูกศิษย์จนแล้วจนเล่าก็ยังไม่รับสารภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นิมนต์สามเณรสุพัฒน์ พร้อมด้วยนายวิโรจน์ ลูกศิษย์ไปตรวจปัสสาวะ เพื่อหาสารเสพติดในร่างกาย ซึ่งผลการตรวจพบว่าทั้งสามเณรและลูกศิษย์ มีสารเสพติดอยู่ในปัสสาวะทั้งคู่ เมื่อจนมุมด้วยหลักฐาน ทำให้ทั้งสามเณร และลูกศิษย์ ปริปากยอมรับสารภาพหมดเปลือกว่า การออกเรี่ยไรในครั้งนี้จัดทำกันขึ้นมาเอง โดยไม่มีวัดหรือหลวงพ่อรูปใดรู้เรื่องทั้งสิ้น ทั้งคู่รับสารภาพทันทีว่าเป็นแก๊งสามเณรปลอม

จากการสอบสวนอย่างแน่ชัดสามเณรสุพัฒน์หรือนายสุพัฒน์ นั้นเคยบวชสามเณรมาเมื่อปี 52 แต่ปัจจุบันได้สึกจากการเป็นสามเณรออกมานานแล้ว ส่วนเสื้อผ้าและรองเท้าที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อผ้าก็คือเสื้อผ้าของสามเณรสุพัฒน์หรือนายสุพัฒน์นั่นเอง จะเอาไว้ทำการเปลี่ยนชุดหลังจากออกเก็บถังบริจาคหมดในแต่ละวัน และจะนำเงินที่ได้รับบริจาคของประชาชนมาออกเที่ยวดื่มเหล้าและซื้อยาบ้ามาเสพกับนายวิโรจน์หรือคนขับรถหรือลูกศิษย์จอมแสบ เป็นประจำทุกวันในช่วงเวลากลางคืน และจะตระเวนเรี่ยไรเอาเฉพาะเงินจากประชาชนในช่วงเช้าถึงเย็นโดยนุ่งห่มผ้าเหลืองเลียนให้เหมือนสามเณรเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อร่วมบริจาคเงินตามที่ต่างๆ ในหมู่บ้านที่มีประชาชนจำนวนมากมาเป็นเวลานานหลายเดือนแล้ว จนมาถูกตำรวจจับได้ครั้งนี้

ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สั่งให้ สามเณรปลอมถอดผ้าเหลืองที่นุ่งห่มอยู่ออกและใส่เสื้อผ้าชุดธรรมดาที่อยู่ในกระเป๋า จากนั้นได้ควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.บางละมุง โดยได้ตั้งข้อกล่าวหากับ ทั้งสามเณรปลอมและลูกศิษย์ ว่า “เสพสารเสพติดโดยผิดกฎหมายและทำการเรี่ยไรโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Reporter : คัมภีร์   Photo : คัมภีร์   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com