พัทยาเดลีนิวส์

14 กรกฎาคม 2553 :: 17:07:35 pm 26763

มาร์ค “ย้ำ” วันแห่งความโกรธแค้นส่งผลดีกับไทย

นายกฯ ชี้กัมพูชาจัดงาน “วันแห่งความโกรธแค้น” เป็นคุณกับไทย เหตุยิ่งตอกลิ่มการโต้แย้งสิทธิ์ 2 ชาติ ก่อแก้วมอบจดหมายที่เขียนด้วยมือถึงนายก แปลกใจที่รัฐบาลเสนอแผนปรองดองโดยไม่มีการพูดคุยกับ ฝ่ายเสื้อแดง ทั้งที่เป็นคู่ขัดแย้งโดยตรงแล้วจะปรองดองกับใคร
สนใจโฆษณา

กรุงเทพฯ – วันนี้ (14 ก.ค. 53) นสพ. มติชน รายงาน ที่ โรงแรมเซนทารา แกรนด์ เซ็นทรัล เวิลด์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึง กรณีที่ภาคเอกชนของกัมพูชาเตรียมจัดกิจกรรมวันแห่งความโกรธแค้น ในวันที่ 15 ก.ค.นี้ บริเวณใกล้กับปราสาทพระวิหาร และมีข่าวว่ามีการขนอาวุธหนักมาประชิดชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า เรามีการติดตามอยู่ จากการรับฟังจากผู้ปฏิบัติ ตนได้รับทราบว่ายังไม่มีอะไรน่าวิตกกังวลเป็นพิเศษ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ของไทย มีความชัดเจนในการที่จะให้เราไปดำเนินการที่คณะกรรมการมรดกโลกอย่างเข้มแข็งเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ตนมองว่าการที่กัมพูชาจะจัดงานดังกล่าวก่อนที่คณะกรรมการมรดกโลกพิจารณาเรื่องปราสาทพระวิหารนั้น กัมพูชาไม่น่าจะได้ประโยชน์ เพราะยิ่งมีการแสดงออกที่บ่งบอกถึงการโต้แย้งสิทธิ์กันอยู่ น่าจะเป็นคุณกับฝ่ายไทย

เมื่อถามต่อว่า ถือเป็นการเล่นสงครามทางจิตวิทยาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นธรรมดา ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่า ประเด็นอย่างนี้มีความละเอียดอ่อนทางการเมืองของทั้ง 2 ประเทศ ดังนั้น มันเป็นปัจจัยทางการเมืองของเขาด้วย ส่วนฝั่งเราก็มีปัญหาทางการเมืองอยู่ ที่จริงแล้วการแก้ปัญหา เช่น บริเวณชายแดน ก็ได้หลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่งกันมาโดยตลอด แต่ปัญหาที่เป็นอุปสรรคในการฟื้นความสัมพันธ์นั้นอยู่ที่ฝ่ายเขา ซึ่งเขายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงท่าที เราจึงยังไม่มีการส่งเอกอัครราชทูตไทยกลับไปประจำที่กัมพูชา และจากการที่ได้พบกันเมื่อ 2-3 ครั้งสุดท้าย กับ สมเด็จฯ ฮุน เซน นายกฯ ของกัมพูชา ก็เป็นไปอย่างดีมาก ไม่มีปัญหาอะไร

นายก่อแก้วมอบจดหมายที่เขียนด้วยมือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีซึ่งได้ขออนุญาตทางเรือนจำเพื่อเผยแพร่ผ่านสื่อ มวลชนแล้ว หัวจดหมายระบุว่า “ ณ เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ฯ วันที่ 12 กรกฎาคมเรียนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะและ คณะ เรื่องแผนปรองดองแห่งชาติ”

ทั้งนี้ เนื้อหาจดหมายสรุปว่า เฝ้าติดตามการแก้ไขปัญหาวิกฤตทางสังคมของรัฐบลแล้วไม่สบายใจอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นเวลากว่า 50 วันหลังการสลายการชุมนุมที่ราชประสงค์ด้วยวิธีการที่ไร้ไมตรี โดยถือว่าเป็นการประกาสตัดความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างสิ้นเชิงระหว่างรัฐบาล ที่ถูกมองว่า เป็นตัวแทนของเสื้อเหลืองกับผู้ชุมนุมเสื้อแดง ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างฝ่ายเสื้อเหลืองกับฝ่ายเสื้อแดงครั้งนี้ รุนแรงที่สุดแต่แปลกใจที่รัฐบาลเสนอแผนปรองดองโดยไม่มีการพูดคุยกับ ฝ่ายเสื้อแดง ทั้งที่เป็นคู่ขัดแย้งโดยตรงแล้วจะปรองดองกับใคร และได้อย่างไร รวมไปถึงการคลี่คลายวิกฤติของสังคมได้หรือไม่

“ผมเชื่อว่าคนไทยทุกสีเสื้อ ไม่ว่าเหลือง แดง น้ำเงินหรือสีใด ๆ ล้วนแต่เป็นคนไทยที่เราไม่สามารถ ขจัดหรือผลักใสไล่ส่งไปที่ใดได้ เพราะพวกเขาทุกคนเป็นเจ้าของประเทศนี้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นเราต้องรับฟังและหาจุดร่วมในการดำรงอยู่ด้วยกันด้วยความสงบสุข ด้วยน้ำใจมิตรไมตรี โดยรัฐบาลซึ่งมีหน้าที่ในการแก้ปัญหาของชาติ ควรจะดำเนินการคลี่คลายปัญหาวิกฤติทางสังคมครั้งนี้ ด้วยความจริงใจเปิดกว้างและสร้างสรรค์ ให้ทุกกลุ่มมีส่วนร่วมหาทางออกในความขัดแย้ง มิใช่ด่าทอโจมตีกันไปมา ผมขอเรียกร้องไปยังรัฐบาล ให้ทบทวนวิธีการแก้ปัญหาที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้ 50 วันที่ผ่านมา ประเทศไทยเสียเวลา โดยไม่ทำให้สถานการณ์ของประเทศดีขึ้น ผมถูกคุมขังสูญสิ้นอิสรภาพในสถานที่แคบ ๆ แต่ดูเหมือนจิตใจของคนที่อยู่ข้างในนั้น ไม่ได้แคบตาม เรือนจำคลองเปรมมีป้ายเตือนใจไว้ว่า “อาฆาตบรรลัย อภัยหมดเวร” ผมหวังว่า จะช่วยสะกิดใจคนไทยทุกสีที่อยู่ในโลกกว้างได้บ้าง ไม่มากก็น้อย” นายก่อแก้ว เขียนในจดหมาย

ที่มา มติชน

Photo : Internet   Category : ข่าวการเมือง

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com