พัทยาเดลีนิวส์

02 พฤษภาคม 2560 :: 10:05:53 am 206628

มูลนิธิซิสเตอร์พัทยาพากะเทยเข้าพบผู้กำกับโรงพักพัทยา

มูลนิธิซิสเตอร์พัทยาพากะเทยเข้าพบผู้กำกับโรงพักพัทยา สอบถามความคืบหน้ากรณีถูกตำรวจอาสาท่องเที่ยวทำร้ายร่างกาย
สนใจโฆษณา

กรณีเมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา นายฐิติญานันท์ หนักป้อ ผู้อำนวยการมูลนิธิซิสเตอร์พัทยา พานายสุพิชญนันท์ ผลานิสงค์ อายุ 26 ปี สาวประเภทสอง เจ้าของธุรกิจขายเสื้อผ้าออนไลน์ เข้าพบ พ.ต.ท.ออมสิน สุขการค้า รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกรณีที่นายสุพิชญนันท์ กับเพื่อนสาวประเภทสอง ถูกตำรวจอาสาไม่ทราบสังกัดทำร้ายร่างกายที่ริมชายหาดพัทยาเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 21 เม.ย. ขณะเดินทางมาเที่ยววันไหลที่เมืองพัทยา และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามกลุ่มอาสาที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามที่รายงานไปแล้วนั้น

 

ความคืบหน้าของเรื่องนี้เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 1 พ.ค.60 นายฐิติญานันท์ หนักป้อ ผู้อำนวยการมูลนิธิซิสเตอร์พัทยา พร้อมด้วยนายสุพิชญนันท์ ผลานิสงค์ อายุ 26 ปี และนายทักษิณ สุขจิต อายุ 26 ปี สาวประเภทสองที่ถูกตำรวจอาสาข่มขู่และทำร้ายร่างกาย เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อสอบถามความคืบหน้าของคดี โดยใช้เวลาพูดคุยประมาณ 1 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ

 

นายสุพิชญนันท์ สาวประเภทสองที่เป็นผู้เสียหาย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ในวันเกิดเหตุมีตำรวจอาสาประมาณ 2-3 คน เข้ามาควบคุมตัวนายทักษิณ เพื่อนสาวประเภทสองที่เดินทางจากกรุงเทพมาเที่ยววันไหลด้วยกัน พร้อมกับขอตรวจบัตรประชาชนเพราะสงสัยว่าจะเป็นสาวประเภทสองที่แฝงตัวมาก่อเหตุร้ายในพื้นที่ ตนจึงบอกว่าเป็นนักท่องเที่ยวจริงๆ และขอกลับไปเอาเอกสารหลักฐานที่โรงแรมมายืนยัน แต่เพื่อนของตนถูกหนึ่งในตำรวจอาสามาคุกคามด้วยการบีบคอ ตนจึงรีบเข้าไปห้ามและสอบถามว่าทำไมถึงทำแบบนี้ แต่กลับโดนตะคอกด่าอย่างรุนแรง และถูกทำร้ายร่างกายจนต้องวิ่งหนีพร้อมกับร้องตะโกนให้คนช่วยแต่ไม่มีใครมาช่วย

 

นอกจากนี้ยังมีตำรวจอาสาอีก 1 คนชักอาวุธปืนออกมาโชว์และประกาศไม่ให้ใครมายุ่ง และเข้ามารุมทำร้ายพวกตนอีกก่อนที่จะแยกย้ายพากันหนีไป ตนกับเพื่อนเลยเดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองพัทยา และไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจร่างกายไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะนำภาพนิ่งและคลิปวีดีโอที่ถ่ายในวันเกิดเหตุมาโพสต์บอกเล่าเรื่องราวในเฟสบุ๊ค จากนั้นจึงร้องเรียนไปยังมูลนิธิซิสเตอร์พัทยาเพื่อขอคำปรึกษา ก่อนยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกับตำรวจ สภ.เมืองพัทยา เพื่อให้ติดตามตัวผู้ที่ก่อเหตุมาสอบสวน และขอยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

 

พ.ต.อ.อภิชัย เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำผู้เสียหายอย่างละเอียดทำให้ทราบว่ากรณีนี้เป็นเรื่องศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ไม่ได้รุนแรงทางด้านกายภาพ แต่เป็นเรื่องของจิตใจมากกว่า เบื้องต้นพูดคุยกับผู้เสียหายและผู้อำนวยการมูลนิธิซิสเตอร์พัทยาถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาแล้วว่า ควรจะแก้ปัญหาด้วยความปรองดอง เพราะสามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน หากจะใช้หลักนิติศาสตร์อย่างเดียวคงไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งทางฝ่ายผู้เสียหายและมูลนิธิฯ ก็เห็นด้วย ขั้นตอนต่อไปคงเป็นการมาพูดคุยกันอีกครั้งเพื่อให้ทั้ง 2 ฝ่ายยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น ทางฝ่ายตำรวจอาสาที่กระทำความผิดและอาจจะทำเกินเลยไปก็จะต้องถูกดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งในขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างติดตามตัวมาสอบสวน แต่ไม่ขอระบุว่าเป็นตำรวจอาสาสังกัดหน่วยงานใด

 

แหล่งข่าวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่งระบุว่า สำหรับตำรวจอาสาที่ทำร้ายร่างกายสาวประเภทสองในครั้งนี้ เป็นตำรวจอาสาสังกัดตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา ส่วนสาเหตุเป็นเพราะถูกผู้เสียหายพูดจาดูถูกเหยียดหยามทำนองว่าเจ้าหน้าที่ต้องการเงินเป็นค่าปล่อยตัว ทำให้ตำรวจอาสากลุ่มดังกล่าวไม่พอใจเลยลงมือทำร้ายประชาชนจนบาดเจ็บดังกล่าว

Reporter : ธีระรักษ์ สุทธาธิวงษ์   Photo : ธีระรักษ์ สุทธาธิวงษ์   Category : ข่าวอาชญากรรม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com