พัทยาเดลีนิวส์

17 ตุลาคม 2555 :: 11:10:52 am 90902

ยกเหยื่อคดีเชอร์รี่แอน-ที่มากฎหมายชดเชยแพะในคดีอาญา

อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ ร่วมเผาเหยื่อคดีเชอรี่แอนรายสุดท้าย เผยกรมคุ้มครองสิทธิฯ ยกเป็นที่มากฎหมายชดเชยแพะในคดีอาญา เผยเหยื่อคดีอาญายังไม่รู้สิทธิตามพ.ร.บ.ค่าตอบแทนฯ ประสานตำรวจช่วยแจ้งสิทธิการชดเชยจากรัฐ
สนใจโฆษณา

กรุงเทพฯ-วานนี้ ( 16 ต.ค. 55) ที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม กล่าวก่อนเดินทางไปร่วมงานฌาปนกิจศพนายกระแสร์ พลอยกลุ่ม เหยื่อคนสุดท้ายของคดีฆ่าน.ส.เชอรี่แอน ดันแคน ซึ่งนายกระแสร์ถือเป็น 1 ใน 4 ผู้เสียหายถูกจับผิดตัวในคดีเชอรี่แอน เพราะผู้เสียหายรายอื่นได้เสียชีวิตหมดแล้ว รวมถึงนายกระแสร์ที่เพิ่งเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจล้มเหลวเมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา

โดยพ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวว่า ผู้เสียหายในคดีเชอรี่แอน ถือเป็นแพะหรือเหยื่อในคดีอาญาที่ถูกจับคุมขังโดยไม่ได้ทำผิด และเป็นคดีตัวอย่างที่ส่งผลให้มีพ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 เกิดขึ้น เพื่อให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปรียบเทียบสถิติคดีอาญา 5 กลุ่ม เจาะลึกเฉพาะคดีความผิดต่อชีวิตร่างกายและคดีทางเพศ พบว่า มีผู้เสียหายเพียงร้อยละ 15-20 ที่ยื่นขอใช้สิทธิตามพ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายฯ ซึ่งถือเป็นจำนวนที่น้อยมาก สาเหตุจากประชาชนส่วนใหญ่ไม่รู้สิทธิที่ควรได้รับ ดังนั้น กรมคุ้มครองสิทธิฯ จึงต้องทำหน้าที่ในการประสานตำรวจซึ่งเป็นด่านแรกที่จะพบกับเหยื่อในคดีอาญา เพื่อแจ้งสิทธิในการรับเงินค่าชดเชยจากรัฐได้ โดยที่ผ่านมา รัฐจ่ายค่าชดเชยให้กับเหยื่อในคดีอาญา ไม่เกิน 200-250 ล้านบาทต่อปี ทั้งที่ข้อเท็จจริงควรมีผู้เสียหายที่ต้องได้รับชดเชยมากกว่านี้

พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวว่า คดีเชอร์รี่แอนเกิดขึ้นในช่วงปี 2529 เมื่อเด็กสาวลูกครึ่งไทย-อเมริกันวัย 16 ถูกล่อลวงขึ้นแท็กซี่จากหน้าโรงเรียนไปฆาตกรรมในป่าแสมบางสำราญ ต.บางปูใหม่ จ.สมุทรปราการ ต่อมาตำรวจแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหายกแก๊งทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วยจำเลยที่ 1 นายวินัย ชัยพานิช เป็นผู้บงการจ้างวาน, จำเลยที่ 2-5 เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดคือ นายรุ่งเฉลิม กนกชวาลชัย, นายพิทักษ์ ค้าขาย, นายกระแสร์ พลอยกลุ่ม และนายธวัช กิจประยูร แต่คดีดังกล่าวมีนายวินัยเพียงคนเดียวที่ได้รับการปล่อยตัว โดยอัยการไม่ส่งฟ้องเพราะสำนวนหลักฐานอ่อน ส่วนจำเลยอีก 4 คนถูกศาลชั้นต้นตัดสินประหารชีวิต แต่ทั้ง 4 คนได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการและศาลรับไว้พิจารณากระทั่งศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งหมด แต่ให้ขังรอฎีกาอีก 6 ปี จนกระทั่งปี 2536 ศาลฎีกาจึงมีคำพิพากษาว่าทั้งหมดเป็นผู้บริสุทธิ์

“คดีนี้ผู้ถูกกล่าวหาบางคนเสียชีวิตในคุก บางรายเสียชีวิตด้วยโรคร้ายที่ติดออกมาจากคุก ตามมาด้วยนายธวัช และคนสุดท้ายคือ นายกระแส อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคดีดังกล่าวเกิดขึ้นในยุคที่กฎหมายค่าตอบแทนผู้เสียหายยังไม่มีผลบังคับใช้ แต่ทราบว่าทางแพะหรือเหยื่อได้ฟ้องแพ่งกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจนได้รับเงินชดเชยจำนวนหนึ่ง แต่ไม่คุ้มกับสิ่งที่ครอบครัวของแพะทั้งหมดได้รับ” พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าว

ที่มา : เดลินิวส์

Category : ข่าวในประเทศ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com