พัทยาเดลีนิวส์

04 พฤษภาคม 2553 :: 17:05:44 pm 17035

ยอมยุบสภา เลือกตั้งใหม่14พย.

ยุติปัญหาฉลองฉัตรมงคล มาร์คแถลง-แผนปรองดอง ยุบบวกรักษาการรวม6เดือน นิรโทษกรรมที่ไม่เกี่ยวอาญา นปช.พอใจ-แถลงท่าทีวันนี้
สนใจโฆษณา

กรุงเทพฯ – วานนี้ (3 พ.ค. 53) เมื่อเวลา 07.15 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้ามายังศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เพื่อเข้าหารือกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหมและพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ก่อนที่จะเป็นประธานประชุมศอฉ. โดยใช้เวลานานประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนที่จะเดินทางเข้ารัฐสภาในเวลา 10.00 น. เพื่อร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภา

นายสุเทพ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ เตรียมประกาศแนวทางแก้ปัญหาทางการเมืองว่า นายกฯ จะประกาศกรอบแนวทางการแก้ไขปัญหาการเมือง ปัญหาประชาชน ปัญหาระบอบประชาธิปไตยออกมาให้ชัดเจน แนวทางหนึ่งคือการแก้ปัญหากลุ่มผู้ชุมนุม ที่มีพวกผู้ก่อ การร้ายเข้ามาร่วมด้วย เป็นพวกที่นำอาวุธสงครามมาเข่นฆ่าทหารฆ่าประชาชน เพื่อหวังผลให้มีการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบทางการเมือง การปกครองของประเทศไทย เพราะต้องการ สร้างสถานการณ์ให้รุนแรงยิ่งขึ้น เพื่อนำไปสู่กระบวนการที่เรียกว่า “การปฏิวัติประชาชน” ซึ่งพวกนี้เป็นผู้ก่อการร้ายที่เราต้องดำเนินคดี ซึ่งขณะนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับคดีนี้มาเป็นคดีพิเศษ ให้หน่วยราชการ 10 กว่าหน่วยงานเข้ามาร่วมทำงานด้วย ภายในสัปดาห์นี้จะมีการออกหมายจับผู้ก่อการร้ายเหล่านี้ ทยอยออกมาให้เห็น ต้องดำเนินคดีเพราะเป็นความผิดอาญา

อีกพวกหนึ่งคือพวกที่มุ่งกระทำให้เกิดปัญหาในความมั่นคงของราชอาณาจักร มุ่งกระทำต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ คนพวกนี้มุ่งทำลายสถาบันที่ถือเป็นความมั่นคงของประเทศไทย ซึ่งคณะกรรมการคดีพิเศษจะได้หารือกันเพื่อรับเอาคดีความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงต่อราชอาณาจักร ที่มุ่งกระทำต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นคดีพิเศษอีกคดีหนึ่ง เพราะได้พบพยานหลักฐาน เอกสาร พฤติกรรมชัดเจนว่ากรณีที่กระทำความผิดในเรื่องนี้นั้นไม่ใช่ต่างคนต่างทำ แต่กระทำอย่างเป็นขบวนการ มีการสอดรับทั้งในประเทศต่างประเทศ ในสื่อทุกชนิด สิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ เว็บไซต์ และมีความเชื่อมโยงกัน ซึ่งถ้าคณะกรรมการคดีพิเศษ ก็จะเป็นอีกคดีหนึ่งที่จะต้องรีบออกหมายจับ ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดเหล่านี้ต่อไป อีกส่วนหนึ่งคือเรื่องการปฏิบัติการด้านกำลัง เพราะประจักษ์ชัดว่าผู้มาชุมนุมนั้นไม่ได้ชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ สันติ อหิงสา แต่อย่างใด แต่เป็นการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย เนื่องจากไปคุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชนคนอื่น สร้างความเดือดร้อนกับการใช้ชีวิตปกติคนอื่น เช่น ปิดกั้นเส้นทางจราจร ยึดครองย่านธุรกิจการค้า การบุกโรงพยาบาลจุฬาฯ ซึ่งรัฐบาลต้องแก้ไข โดยต้องใช้เวลาเพื่ออธิบาย คนบริสุทธิ์ที่เข้าร่วมกระบวนการนี้ทราบว่า การชุมนุมลักษณะนี้ผิดกฎหมาย หากอยู่ต่อไปยิ่งผิดมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญคือการที่เข้าชุมนุมนั้นเป็นโล่มนุษย์ป้องกันผู้ก่อการร้าย และผู้กระทำผิดต่อความมั่นคงในราชอาณาจักร จึงขอให้ญาติชักชวนผู้ชุมนุมออกจากราชประสงค์ ให้เหลือแต่พวกก่อการร้าย แกนนำฮาร์ดคอร์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการ ซึ่งถ้าบอกและขอร้องกันแล้วยังไม่ยอมเจ้าหน้าที่คงต้องใช้กำลัง

นายอภสิทธิ์ แถลงว่า ในรายการเชื่อมั่นประเทศไทย ตนได้พูดถึงการแก้ไขปัญหาในปัจจุบัน เน้นย้ำว่าสิ่งที่รัฐบาลแก้ไขนั้นทำ 2 ด้านคู่ขนานกันไป ด้านหนึ่งเป็นเกี่ยวข้องความมั่นคง อีกด้านเรื่องการเมือง ซึ่งด้านความมั่นคง ศอฉ. ดีเอสไอหรือสำหนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รายงานความคืบหน้าการทำงานหลายเรื่อง เช่น การเร่งรัดสอบสวนขยายผลคดีเกี่ยวกับการก่อการร้าย วินาศกรรม ตรวจค้นยึดอาวุธสงครามได้จำนวมาก งานด้านความมั่นคง กฎหมาย คดีอาญาต่าง ๆ ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ในแง่การเมืองนั้น ตนจะให้คำตอบทางการเมืองหรือแนวทางการแก้ปัญหา ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมีหลายสาเหตุ เป็นการสะสมปัญหามาหลายปี บางเรื่องเป็นการเมืองโดยตรง บางเรื่องเป็นปัญหาเศรษฐกิจ สังคม กฎหมายและอื่น ๆ คำตอบทางการเมืองที่ตนขอนำเสนอในวันนี้ ขอเชิญชวนประชาชนทุกกลุ่มเข้ามาแก้ไข คือการสร้างกระบวนการสร้างความปรองดองขึ้นมา ตนได้ฟังประชาชนจากทุกกลุ่มไม่ว่าผู้ชุมนุม นักวิชาการ ภาคประชาสังคมต่าง ๆ และคนธรรมดาที่ถ่ายทอดปัญหาความเดือดร้อน ที่เป็นเงื่อนไขความขัดแย้งอย่างครบถ้วน ขบวนการปรองดองมีองค์ประกอบสำคัญ ถ้าวันนี้ประชาชนร่วมมือกับรัฐบาล บ้านเมืองจะกลับสู่ความสงบสุข

ประชาชนที่มาชุมนุมในกลุ่มเสื้อแดงหรือนปช.นั้น เรียนว่าสิ่งที่เรียกร้อง แสดงออกนั้น กระบวนการปรองดองได้ยินท่านอย่างเต็มที่ แต่ไม่อาจตอบสนองการยุบสภาทันทีหรือภายใน 15 วันหรือ 30 วันได้ แต่ประชาชนที่มาชุมนุมโดยบริสุทธิ์ กระบวนการปรองดองจะแก้ปัญหาให้ได้ เป็นระบบ มีความยั่งยืน ซึ่งข้อเสนอนี้อาจไม่พอใจแต่ข้อเสนอนี้มีคำตอบให้ไม่มากก็น้อย นำไปสู่การแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง สำหรับประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุม สนับสนุนรัฐบาลดำเนินการต่าง ๆ หรือให้กำลังใจตนมากมาย ซึ่งอาจไม่เห็นด้วยกับการยุบสภา หรือลดวาระรัฐบาลลงมาถึง 1 ปี แต่ข้อเสนอที่ตนวางลงตรงนี้ยึดมั่นหลักการ ยึดมั่นนิติรัฐเป็นคำตอบทางการเมือง แต่การดำเนินคดีในความผิดทางอาญายังเดินหน้าต่อไปตามปกติ หากเรามีการเลือกตั้งปลายปี ไม่ได้หมายความว่าตนและรัฐบาลไม่มีโอกาสรับใช้ประชาชน แต่อยู่ที่ประชาชนจะตัดสินใจ คิดว่าข้อเสนอนี้รักษาทั้งหลักนิติรัฐ และปกป้องระบบ การเมือง การปกครองประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทั้งนี้ ข้อเสนอตนอาจไม่ถูกใจแต่คิดว่าเป็นการปรองดองอย่างแท้จริง เพราะการปรองดองที่แท้จริงเกิดได้ ทุกฝ่ายต้องพร้อมยืดหยุ่น พร้อมถอนและเสียสละ เชื่อมั่นด้วยความบริสุทธิ์ใจว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับประเทศ หากประชาชนทุกกลุ่มมาร่วมกระบวนการนี้ทุกอย่างจะราบรื่น

หากผู้ชุมนุมไม่ยอมรับ ตนจะพยายามทำต่อ แต่ไม่สามารถระบุว่ามีการเลือกตั้งเมื่อใด ข้อเสนอนี้มีสำหรับคนไทยทุกคนจะพิจารณา หวังว่าจะได้รับการตอบรับทุกฝ่าย หวังว่าวันพุธนี้เราจะมีความสุขเฉลิมฉลองวันฉัตรมงคล

ที่เวทีปราศรัยสี่แยกราชประสงค์ นายวีระ มุสิกพงศ์ ประธานนปช. ปราศรัยบนเวทีว่า นายอภิสิทธิ์ได้ออกโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจสรุปใจความว่าเขาจะให้คนไทยลงคะแนนเสียงเลือกตั้งครั้งใหม่ ไม่เกินวันที่ 14 พ.ย. ถ้าไม่เอา ขอให้พี่น้องโห่ร้องแสดงความเห็นให้เต็มเสียง ตนไม่ได้ต่อต้านว่าไม่เอาและไม่ได้ว่ายุว่าไม่ให้เอา ฝากประชาชนกลับไปคิดเป็นการบ้าน วิพากษ์วิจารณ์ให้เต็มที่ เพราะเป็นข้อเสนอของนายกฯที่มีต่อสังคมไทย แปลว่าเขานับถอยหลังมา 2 เดือน ถ้าเป็นเช่นนั้นเขาต้องยุบสภา ในวันที่ 14 หรือวันที่ 15 ก.ย. ถือเป็นเงื่อนเวลาที่เขาเสนอต่อประชาชน พวกตน นปช.แดงทั้งแผ่นดินมีหน้าที่รับฟังความเห็นพี่น้อง วันที่ 4 พ.ค.ช่วงเช้าแกนนำต้องประชุมปรึกษาหารือกันว่าจะตอบรับเป็นบวกหรือเป็นลบ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเวลาที่นายวีระปราศรัยว่านายกฯจะจัดการเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ย. ประชาชนที่มาร่วมชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์ต่างโห่ร้องแสดงความไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว

ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้เปิดเผยว่าเมื่อมีการนำเสนอผ่านทางสาธารณะมาแบบนี้ ก็เป็นเรื่องที่แกนนำทุกคนต้องมาประชุมหารือกันว่าจะยอมรับข้อเสนอนี้หรือไม่ เพราะนอกจากนายอภิสิทธิ์จะกำหนดวันเลือกตั้งแล้ว ก็ยังมีอีกห้าประเด็นที่เสนอมา เช่นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตนเห็นว่าภายใน 1 เดือนก็สามารถทำได้ โดยการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้แกนนำก็ต้องประชุมหารือกันอีกครั้ง และจะแถลงผ่านสื่อมวลชนสาธารณะภายในวันที่ 4 พ.ค.นี้ เพราะเราก็อยากให้วันฉัตรมงคลปีนี้ เป็นปีที่คนไทยมีความสุขที่สุด แต่การยุติการชุมนุมอาจทำได้ไม่ทัน เพราะตามธรรมดาของการเจรจา เมื่อมีข้อเสนอมา เราก็ต้องพิจารณากันว่าจะยอมรับหรือไม่ ก่อนจะเสนอกลับไป และก็อยู่ที่ว่านายภิสิทธิ์ จะยอมรับเงื่อนไขของเราหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่าหากต้องการให้การเจรจา เพื่อหาทางออกร่วมกันและส่งผลออกมาดี ทางรัฐบาลจะต้องไม่ปากว่าตาขยิบ ไม่ใช่นายอภิสิทธิ์ออกมาพูดถึงเรื่องการปรองดอง แต่รองนายกฯ และศอฉ. กลับมาพูดเรื่องจะใช้กำลังสลายการชุมนุมทุกวันแบบนี้

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ กำลังแถลงนั้น บรรดาแกนนำกลุ่มนปช. เช่นนายจตุพร นายนิสิต สินธุไพร นงพ.เหวง โตจิราการ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ได้ให้ความสนใจ พากันมานั่งล้อมวงกันฟังคำปราศัยอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา โดยบรรดาแกนนำได้เขียนประเด็นข้อเสนอต่าง ๆ ทุกอย่าง รวมไปจนถึงตารางเวลาในการยุบสภา ที่ว่าจะให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ย. ทำให้จะต้องมีการยุบสภาหลังจากวันที่ 15 ก.ย. ซึ่งเป็นเวลาประมาณ 4 เดือนครึ่ง เงื่อนไขดังกล่าวทำให้แกนนำบางคน เช่นนายสุภรณ์ ได้แสดงความดีใจ และมีท่าทียอมรับข้อเสนอดังกล่าวด้วย นายสุภรณ์ กล่าวว่า ถ้าจบแบบนี้ได้ก็ดีประชาชนจะได้กลับบ้านไปทำมาหากิน แต่จะหารือในที่ประชุมแกนนำอีกครั้ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากแกนนำทราบข้อเสนอของนายกฯ ต่างจับกลุ่มพูดคุย แต่ละคนมีสีหน้าผ่อนคลาย ยิ้มแย้ม ไม่เครียดเหมือนช่วงกลางวันที่ผ่านมา

ที่มา ข่าวสด

Category : ข่าวการเมือง

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com