พัทยาเดลีนิวส์

11 พฤศจิกายน 2558 :: 09:11:20 am 178828

ยื้อไม่ไหว! Water Front Condo พัทยา

ยื้อไม่ไหว! Water Front Condo พัทยา หลังโครงการร้องขอความเป็นธรรมผ่านนายกรัฐมนตรี
สนใจโฆษณา

พัทยา – วันที่ 10 พ.ย. 58 ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ศาสตราจารย์สนิท อักษรแก้ว รองประธานคณะกรร มาธิการ การทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ พร้อมคณะเดินทางเข้าร่วมรับฟังการบรรยายสรุป เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงตามเรื่องร้องเรียน กรณีขอให้ตรวจสอบการดำเนินการของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐในโครงการก่อสร้างอาคารสูง “โครงการวอเตอร์ฟรอนท์ สวีท แอนด์ เรสซิเดนท์” บริเวณเชิงเขาพระตำหนัก จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นปัญหาที่มีการร้องเรียนและเรื้อรังมาเป็นเวลานาน โดยมีนายเชาวลิตร แสงอุทัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา และผู้เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วนให้การต้อนรับ

 

ในการนี้ได้มีการชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับความเป็นมาของโครงการ ทั้งปัญหาเกี่ยวกับการก่อสร้างดัดแปลงต่อเติมอาคารที่เมืองพัทยามีคำสั่งระงับไปตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2557 รวมทั้งกรณีของการพิจารณาในส่วนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมกรณีของการพิจารณาอำนาจของการอนุมติให้มีการก่อสร้างโครงการต่อเนื่อง กระทั่งล่าสุดมีมติให้เมืองพัทยาในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่นซึ่งมีอำนาจดูแลในส่วนของ พรบ.ควบคุมอาคารเป็นผู้พิจารณา

 

3 4

 

อย่างไรก็ตามต่อมาจากการตรวจสอบในส่วนของเมืองพัทยาล่าสุดพบ ว่าแบบแปลนที่ได้ยื่นขอแก้ไขนั้นมีกรอบของอาคารอยู่นอกเหนือจากกรอบอาคารเดิมที่เคยขออนุญาตไว้ จึงได้ทำเรื่องหารือไปยัง สผ.อีกครั้งว่ากรณีดังกล่าวยังอยู่ในอำนาจของท้องถิ่นในการพิจารณาหรือไม่ จนวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้จัดประชุมหารือโดยเชิญเมืองพัทยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งตัวแทนของโครงการเข้าร่วมเจรจา หลังทางโครงการทำหนังสือขอความเป็นธรรมไปยังนายก รัฐมนตรี ก่อนที่ สผ.จะมีมติอย่างไม่เป็นทางการว่ากรณีที่เมืองพัทยาหารือเกี่ยวกับแบบแปลนนั้นเป็นอำนาจของเมืองพัทยาที่จะดำเนินการพิจารณาเองเนื่องจากเป็นกรณีของกฎหมายควบคุมอาคารเป็นหลัก พร้อมให้ทำการเร่งรัดการตรวจสอบแบบให้แล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์ซึ่งจะเน้นไปในเรื่องรายละเอียดของอาคารและส่วนประกอบสำคัญที่ได้ขออนุญาตไว้ว่าครบถ้วนถูกต้องหรือไม่ ก่อนมอบหมายให้ทางโครงการแก้ไขและส่งผลกลับมาใน 30 วัน ซึ่งหากพิจารณาแล้วปรากฏว่าแก้ไขถูกต้องตามข้อกฎหมายก็ให้เมืองพัทยาอนุญาตให้ก่อสร้างได้ต่อไป

 

นายอิทธิพล กล่าวอีกว่าการดำเนินการที่ผ่านมาทุกขั้นตอนทำไปตามกรอบของกฎหมาย และไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ใครซึ่งสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งผลล่าสุดหากทางโครงการดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายควบคุมอาคาร เมืองพัทยาในฐานะเจ้าพนักงานผู้ดูแลก็ต้องอนุญาตไปตามหน้าที่ ขณะที่กรณีอื่นๆเช่น เรื่องบดบังภูมิทัศน์นั้นถือว่าเป็นกรณีที่ไม่มีกฎหมายรองรับ ส่วนกรณีของการบุกรุกแผ้วถางที่เชิงเขา กรณีของการก่อสร้าง ดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือเรื่องของกรรมสิทธิ์ที่ดินก็คงเป็นกรณีที่ต้องดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนต่อไป

 

5 6

 

ด้าน ศาสตราจารย์สนิท อักษรแก้ว รองประธาน กมธ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ กล่าวว่าทางคณะได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง จึงได้เดินทางมาตรวจสอบและรับฟังข้อมูล ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งมองว่าทุกอย่างคงต้องดำเนินการตามกรอบของกฎหมาย เพียงแต่คงต้องดูความรู้สึกและความต้องการของสังคมประกอบด้วย การแก้ไขจึงควรเริ่มต้นที่การพูดคุยและเจราจรร่วมกันระหว่างผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อให้มีทางออกที่เกิดประโยชน์ต่อพื้นที่และสังคมอย่างสูงสุด

Reporter : ธนทรัพย์   Photo : ธนทรัพย์   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com