พัทยาเดลีนิวส์

19 กรกฎาคม 2557 :: 07:07:08 am 138907

รฟท.แจง อยากติดเครื่องกั้น รถไฟ ทุกแยกแต่ขึ้นกับงบ

จากกรณีรถกระบะถูกขบวน รถไฟ ที่บรรทุกถังบรรจุก๊าซเปล่า ของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) พุ่งชนจนมีผู้บาดเจ็บ โดยเหตุที่เกิดขึ้นพบว่าจุดทาง รถไฟ ดังกล่าว ไม่มีไฟกระพริบเตือน และไม่มีเครื่องกั้น เรื่องข้างตนนับว่าเป็นเหตุการณ์ที่ถูกพบเห็นบ่อยครั้งบนหน้าหนังสือพิมพ์ ซึ่งประเด็นที่ว่า เครื่องกั้น หายไปไหน และทำไมสัญญาณไฟกระพริบถึงไม่มีจึงน่าจะเป็นเรื่องที่ประชาชนคงอยากจะทราบ
สนใจโฆษณา

ผู้สื่อข่าวพัทยาเดลินิวส์จึงลงพื้นที่ตรวจสอบมาตรการดูแลความปลอดภัยของการ รถไฟ แห่งประเทศไทย พบว่าซอยชุมชนต่างๆ ตลอดถนนเลียบทาง รถไฟ มีเครื่องกั้นถนนติดตั้งไว้ทุกจุดที่เป็นซอยใหญ่ โดยพบว่ามีจุดตัดบริเวณหลังวัดธรรมสามัคคีเครื่องกั้นไม่สามารถใช้งานได้ เนื่องจากราวเหล็กสำหรับใช้กั้นรถไม่มี ส่งผลให้ในบริเวณดังกล่าว ประชาชนต้องอาศัยความระมัดระวังมากขึ้นในการขับขี่ ซึ่งมีเพียงสัญลักษณ์ไฟสีเหลืองกระพริบคอยเตือนให้ประชาชนได้รู้ว่าบริเวณดังกล่าวมีทาง รถไฟ ตัดผ่าน

 

เครื่องกั้นถนนมาตรการดูแลความปลอดภัยประชาชน

จากการลงพื้นที่สอบถามข้อมูลนายสถานีพัทยาถึงภาระหน้าที่ และพื้นที่ที่รับผิดชอบ ตลอดถนนเลียบทาง รถไฟ คลอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ซอยชัยพฤกษ์ 2 ถึงกระทิงลาย ซึ่งมีระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร ทางการ รถไฟ แห่งประเทศไทยได้ติดตั้งเครื่องกั้นถนนไว้ทั้งสิ้น 12 จุด แบ่งประเภทของเครื่องกั้นออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ เครื่องกั้นอัตโนมัติ, เครื่องกั้นที่มีพนักงานควบคุม และเครื่องกั้นแบบแทร็ค ซึ่งเครื่องกั้นชนิดแรกจะถูกควบคุมจากนายสถานี ดังเช่นสถานีพัทยาจะเป็นผู้ควบคุมการใช้เครื่องกั้นถนน 3 จุดในระยะที่ไม่ไกลจากสถานี ประกอบด้วย จุดตัดทาง รถไฟ บริเวณซอยโรงบำบัดน้ำเสีย, ซอยสยามคันทรีคลับ และซอยเขาน้อย การทำงานของเครื่องกั้นดังกล่าว ก่อนที่ รถไฟ จะแล่นถึงเครื่องกั้นนายสถานีจะเป็นผู้เปิดสัญญาณเสียง และไฟสีเหลืองเตือนเป็นอันดับแรกประมาณ 1 นาที จากนั้นจึงกดปุ่มนำเครื่องกั้นลดระดับลง ก่อน รถไฟ จะแล่นผ่านประมาณ 500 เมตร เพื่อความปลอดภัยของประชาชน

 

เครื่องกั้น รถไฟ  เครื่องกั้น รถไฟ

 

ขณะที่เครื่องกั้นที่มีพนักงานควบคุมมีอยู่ 4 จุดได้แก่ จุดตัดทาง รถไฟ ซอยหนองเกตุใหญ่, ซอยโรงน้ำแข็ง หนองปรือ, ซอยตาลหมัน และซอยชัยพฤกษ์ 2 เมื่อพนักงานประจำเครื่องกั้นได้รับการแจ้งจากสถานีหลักว่า รถไฟ กำลังจะผ่านจุดที่ตนเองประจำอยู่ พนักงานจะเป็นผู้กดปุ่มนำเครื่องกั้นลงด้วยตนเอง ก่อน รถไฟ จะแล่นมาถึง 800 เมตร พร้อมมีสัญญาณเสียง และไฟสีเหลืองเตือนให้ประชาชนรับทราบ เพื่อให้หยุดรถหลังแนวเครื่องกั้น

 

ส่วนเครื่องกั้นแบบแทร็ค เป็นเครื่องกั้นชนิดสุดท้ายที่ทางการ รถไฟ แห่งประเทศไทยนำมาติดตั้งใช้ในพื้นที่เมืองพัทยาทั้งสิ้น 5 จุด ประกอบด้วยจุดตัดทาง รถไฟ กิโลเมตรที่ 103, หลังวัดธรรมสามัคคี, เขาตาโล, หลังโรงเรียนเมืองพัทยา 7 และหนองกระบอก ซึ่งเครื่องกั้นชนิดนี้จะไม่มีพนักงานควบคุม และไม่สามารถควบคุมได้จากสถานีหลัก เนื่องจากตั้งอยู่ห่างไกล จึงอาศัยการแล่นผ่านของ รถไฟ เป็นตัวกำหนดการลดระดับลงของเครื่องกั้น โดยที่ราง รถไฟ จะมีแทร็คติดตั้งอยู่ห่างจากจุดตัดทาง รถไฟ ประมาณ 500 เมตร เมื่อล้อ รถไฟ สัมผัสลงบนแทร็ค เครื่องกั้นจะทำงานลดระดับลงเรื่อยๆ ทันที กั้นให้ประชาชนอยู่ห่างจากทางวิ่งของ รถไฟ ประมาณ 5 เมตร ประชาชนต้องหยุดรอจนกว่าเครื่องกั้นจะเปิดทางให้สัญจรผ่านไปได้

 

ด้านนายมนัส เล็กคูณา นายสถานีพัทยา เผยว่า “เครื่องกั้นส่วนใหญ่สามารถใช้งานได้ดี โดยเฉพาะเครื่องกั้นอัตโนมัติ ซึ่งเราจะมีกล้องซีซีทีวีติดตั้งอยู่บริเวณนั้น เพื่อตรวจสอบความคับคั่งของรถ และเหตุการณ์ความเรียบร้อยขณะ รถไฟ แล่นผ่าน รวมทั้งตรวจสอบการทำงานของเครื่องกั้นว่าสามารถทำงานได้ปกติหรือไม่ ซึ่งบางจุดเราเองต้องยอมรับว่าจุดตัดที่เป็นถนนสายเล็ก หรือบางจุดประชาชนใช้เป็นเส้นทางลัดผ่าน การ รถไฟ ไม่สามารถนำเครื่องกั้นไปติดตั้งได้หมดทุกจุด เนื่องจากข้อจำกัดของงบประมาณ บุคลากรของเราที่มีไม่เพียงพอ แต่เราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ บางจุดเราได้มีการนำป้ายเตือนที่มีข้อความว่า ระวังรถไฟ ไปติดตั้ง เพื่อใช้เป้นสัญลักษณ์เตือนประชาชนก่อนถึงราง รถไฟ ตามระยะ ได้แก่ 300, 200, 100 เมตร และก่อนจะถึงราง รถไฟ ประมาณ 5 เมตร เราได้ติดตั้งป้ายข้อความว่า หยุด บนพื้นสีแดงให้ประชาชนได้เห็นอย่างชัดเจน”

 

เครื่องกั้น รถไฟ  เครื่องกั้น รถไฟ

 

รู้หรือไม่ชนเครื่องกั้น ชน รถไฟ ใครผิด???

ทั้งนี้จำนวนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในพื้นที่เมืองพัทยาจากการเปิดเผยของนายสถานี พบว่าไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงแต่อย่างใด จะมีเพียงกรณีตัวอย่างที่ประชาชนขับรถเชี่ยวชนกับเครื่องกั้น โดยไม่หยุดรถรอรีบขับรถผ่านไป ขณะที่เครื่องกั้นกำลังลดระดับลง แต่ขับไปไม่พ้นจึงทำให้หลังคารถเกิดเชี่ยวชนกับเครื่องกั้นเกิดความเสียหาย ซึ่งได้มีการเดินทางมาเรียกค่าเสียหายให้ รฟท. เป็นผู้รับผิดชอบ

 

รวมทั้งกรณีที่ได้มีการยกมาให้เห็นข้างตน ซึ่งทั้ง 2 ประเด็นนี้ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.๒๕๕๒ ตามมาตรา ๖๓ ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าในทางเดินรถตอนใดที่มีทาง รถไฟ ผ่าน ไม่ว่าจะมีเครื่องหมายระวัง รถไฟ หรือไม่ ถ้าทาง รถไฟ นั้นไม่มีสัญญาณระวัง รถไฟ หรือ สิ่งปิดกั้น ผู้ขับขี่ต้องลดความเร็วของรถ และหยุดรถห่างจากทาง รถไฟ ในระยะไม่น้อยกว่าห้าเมตร เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงขับรถผ่านไปได้ โดยผู้ฝ่าฝืนจะมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท จากกฎหมายฉบับนี้คงจะชี้แจงได้อย่างชัดเจนว่าประชาชนควรที่จะปฏิบัติตนอย่างใด หากผู้ขับขี่ยวดยานไม่เคารพกฎกติกา ยังทำตัวขาดจิตสำนึกต่อผู้ใช้ทางร่วมกันอุบัติเหตุร้ายแรงที่สามารถคร่าชีวิต และทำให้ทรัพย์สินเสียหายคงยังจะมีให้เห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์อยู่ร่ำไป

 

เครื่องกั้น รถไฟ  เครื่องกั้น รถไฟ

 

ด้านนายวิโรจน์ ยีสมัน อายุ 45 ปี ชาวบ้านภายในซอยเนินพลับหวาน กล่าวว่า “ตนพอทราบกฎหมายบ้างในกรณีที่มีการขับขี่ชนเครื่องกั้นถนน หรือมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนกับ รถไฟ ฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิดตามที่กฎหมายได้ระบุไว้ ซึ่งตนอยากให้การ รถไฟ มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้ฐานความผิดว่ามีอะไรบ้างที่ประชาชนจะทำไปโดยความไม่รู้กฎหมาย อยากให้มีการนำไปติดตั้งประชาสัมพันธ์ไว้ ณ สถานีต่างๆ เพื่อให้ประชาชนรู้ และเข้าใจกฎหมายมากขึ้น แต่ในส่วนของเครื่องกั้นถนนในจุดที่ไม่มี ตนก็อยากฝากให้การ รถไฟ พิจารณานำไปติดตั้ง เพื่อความปลอดภัยของประชาชน”

 

ทั้งนี้การสร้างวินัย และใส่ใจมีความรู้ติดตัวไว้สักนิด เชื่อว่าเป็นเรื่องที่ดีต่อประชาชน เนื่องจาก พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.๒๕๕๒ เป็นพรบ.ที่ผู้ขับขี่ยวดยานพาหนะที่เข้าสอบ เพื่อขอใบอนุญาตขับรถต่างต้องผ่านตามาบ้างทั้งนั้น การยังปิดตาไม่รับรู้ และไม่ยอมปฏิบัติตามกฎหมาย เอาความสะดวก เห็นแก่ความสบายของตน ผลที่ตามมานั้นจะได้ไม่คุ้มเสีย

ข่าวที่ผ่านมา

Reporter : วรัญญา ทองรอด   Photo : วรัญญา ทองรอด   Category : สังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com