พัทยาเดลีนิวส์

14 กรกฎาคม 2555 :: 16:07:59 pm 84710

รมต.กลาโหม เปิดฝึกร่วมกองทัพไทย 55 บูรณาการรบร่วม 3 เหล่าทัพ

ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ร่วมชมการสาธิตการฝึกร่วมกองทัพไทย เพื่อจัดเตรียมกำลังให้พร้อมในการปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงและการช่วยเหลือประชาชน
สนใจโฆษณา

สัตหีบ-วานนี้( 13 ก.ค. 55) พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.ธนศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) และผู้บังคับบัญชาระดับสูงทั้ง 3 เหล่าทัพ ได้เดินทางเข้าร่วมสังเกตการฝึกปฏิบัติการยุทธสะเทินน้ำสะเทินบก และการฝึกป้องกันภัยทางอากาศ ณ สนามฝึกหาดยาวกองทัพเรือ ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และการฝึกอพยพประชาชนออกนอกพื้นที่ขัดแย้ง ณ กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ สนามบินอู่ตะเภา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ภายใต้รหัส ฝึกร่วมกองทัพเรือไทย ประจำปี 2555

สำหรับการฝึกร่วมกองทัพเรือไทยในปีนี้ เป็นการฝึกร่วมระหว่างกองบัญชาการกองทัพไทย และเหล่าทัพ ซึ่งมีผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้อำนวยการฝึก โดยมีห้วงการฝึกระหว่างเดือนมีนาคม – กรกฎาคม 55 มีการดำเนินการฝึก 5 กิจกรรมหลัก คือ การฝึกแลกเปลี่ยนปรับมาตรฐานระหว่างกองบัญชาการกองทัพไทยกับเหล่าทัพ การดำเนินการฝึกกองหนุนกองบัญชาการกองทัพไทย การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่การฝึก การร่วมสามเหล่าทัพ และการฝึกปัญหาที่บังคับการ

 

โดยการฝึกครั้งนี้ได้จัดกองกำลังเฉพาะกิจจาก 3 เหล่าทัพ เข้าปฏิบัติการยุทธสะเทือนน้ำสะเทือนบก ประกอบด้วย กองทัพบก 1 กองร้อยทหารราบยานเกราะ รถ BTR จำนวน 4 คัน และ 1 กองร้อยทหารราบ กองทัพเรือ จัดเรือหลวงจักรีนฤเบศร เรือหลวงสายบุรี เรือหลวงคีรีรัฐ เรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ชุดเรือหลวงสุรินทร์ เรือระบายพลขนาดใหญ่ 3 ลำ ได้แก่ เรือหลวงมันกลาง เรือหลวงมัตโพน เรือหลวงราวี และ เฮลิคอปเตอร์จำนวน 6 ลำ นอกจากนี้ ยังมีชุดปฏิบัติการพิเศษจากหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ พร้อมเรือยาง 4 ลำ และ 1 หน่วยยกพลขึ้นบกนาวิกโยธิน พร้อมรถสะเทินน้ำสะเทินบก AAV จำนวน 8 คัน และกองทัพอากาศ จัดกำลังเครื่องบิน GIPPEN จำนวน 2 ลำ เครื่องบินขับไล่ ประกอบด้วย F16 จำนวน 4 ลำ L39 จำนวน 2 ลำ F5 จำนวน 2 ลำ และเครื่องบินลำเลียง C130 จำนวน 1 ลำ พร้อมชุดผู้ควบคุมอากาศยานส่วนหน้า

แบ่งการปฏิบัติออกเป็น 3 คลื่นโจมตี ประกอบด้วย คลื่นแรกเป็นคลื่นโจมตีทางผิวพื้น ประกอบด้วย รถสะเทินน้ำสะทินบก AAV จำนวน 8 ลำ บรรทุกทหารราบนาวิกโยธิน 109 นาย ขึ้นโจมตีฝั่ง คลื่นที่สอง คลื่นโจมตีทางอากาศ ประกอบด้วย เฮลิคอปเตอร์กองทัพเรือ จำนวน 6 ลำ บรรทุกทหารราบนาวิกโยธิน จำนวน 41 นาย ขึ้นฝั่ง และคลื่นที่สาม เป็นการขึ้นบกทางธุรการ ประกอบด้วย เรือระบายพลขนาดใหญ่จำนวน 3 ลำ บรรทุกรถหุ้มเกราะ BTR กองทัพบก จำนวน 4 ลำ กำลังทหารราบยานเกราะจำนวน 130 นาย และกำลังทหารราบกองทัพบก 166 นาย ซึ่งเป็นการขึ้นฝั่งทางธุรการภายหลังจากขึ้นโจมตีสถาปนาหัวหาดได้สำเร็จ
พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า การฝึกร่วมกองทัพเรือไทย ประจำปี 2555 เป็นการฝึกที่แตกต่างจากทุกครั้ง โดยมี เพื่อหาข้อขัดข้อง นำไปสู้การพัฒนากำลังพล ยุทโธปกรณ์ และการปฏิบัติให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยการฝึกได้มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อพัฒนาศักยภาพให้กับกองทัพสามารถทำงานได้ภายใต้ความขาดแคลน โดยมุ่งเน้นไปที่คุณภาพ และการวิเคราะห์แก้ไขปัญหา เพื่อการผสมผสานการทำงานของแต่ละเหล่าทัพให้ปฏิบัติงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ในตอนท้ายผู้สื่อข่าวได้ สอบถาม พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถึงปัญหาการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ที่ศาลรัฐธรรมนูญ โดยได้รับคำตอบว่า อันนี้เป็นหน้าที่ของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะรับมือกับกลุ่มผู้ชุมนุม คิดว่า คงมีการเตรียมพร้อมรับมือไว้เรียบร้อย ไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์บานปลาย ส่วนทางด้านทหาร เป็นผู้มีวินัย และเป็นทหารของพระเจ้าอยู่หัว ที่ดูแลทุกข์สุขให้กับประชาชน และอยู่ตามกฎกติกา ส่วนคำถามที่ว่า จะมีการรัฐประหาร และปฏิวัติหรือไม่นั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ถามกลับว่า ทหารเป็นผู้มีวินัยหรือไม่ ถ้ามีคำถามนี้คงไม่ต้องตอบ

Reporter : ณัฐภูมินทร์   Photo : ณัฐภูมินทร์   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com