พัทยาเดลีนิวส์

30 ตุลาคม 2556 :: 09:10:18 am 119036

รวบลูกเขยเลือดร้อนยิงปืนขู่วัยรุ่นรุมทำร้ายแม่ยาย

ลูกเขยเลือดร้อน โมโหแม่ยายโดนแก๊งวัยรุ่นทำร้ายในร้านข้าวแกง รีบควงปืนออกมายิงขึ้นฟ้าขู่ช่วยแม่ยาย ก่อนพาแม่ยายซิ่งรถกระบะหนีฝ่าด่านสกัดของตำรวจ สุดท้ายไปไม่รอดโดน ตร.ไล่สกัดจับจนมุม
สนใจโฆษณา

พัทยา – วันนี้ (30 ต.ค. 56) เมื่อเวลา 04.20 น. ขณะที่ พ.ต.ต.เศกสันต์ ฤาเวทย์ สวป.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พร้อมด้วย ร.ต.อ.วิษณุ ชัยสุวรรณ รอง สวป.นำกำลังออกตรวจสอบป้องกันเหตุย่านพัทยาใต้ ได้รับแจ้งเกิดเหตุใช้อาวุธปืนยิงกันที่บริเวณร้านขายข้าวแกง 10บาท สามแยกหนองปลาหมอ ใกล้เคียงแยกไฟแดงตลาดโสภณ พัทยาใต้ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงรีบนำกำลังไปตรวจสอบ

pdn3 pdn4

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุร้านขายข้าวแกง10บาทก็ไม่พบตัวกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุแต่อย่างใดเนื่องจากแยกย้ายกันหลบหนีไปแล้ว โดยพยานในที่เกิดเหตุแจ้งว่า ได้มีกลุ่มชายวัยรุ่นเกือบสิบคนรุมทำร้ายหญิง2คนเพราะเรื่องแย่งกันสั่งข้าวแกงจากนั้นก็โต้เถียงกันแล้วหญิง 2 คนก็โดนแก๊งวัยรุ่นรุมทำร้าย จากนั้นหญิงที่ถูกทำร้ายก็เรียกพรรคพวกเป็นชายไทยวัยรุ่นมาช่วยพร้อมกับนำอาวุธปืนมายิงขึ้นฟ้า 1 นัดลักษณะข่มขู่กลุ่มวัยรุ่นที่รุมทำร้ายหญิงทั้งสองคนทำให้กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวรีบแยกย้ายกันหลบหนีไป ส่วนชายวัยรุ่นที่นำอาวุธปืนมายิงขึ้นฟ้าเพื่อช่วยเหลือหญิงสองคนที่ถูกทำร้ายก็ได้นำหญิงทั้งสองคนพากันขึ้นรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ ดีแม็กซ์สีดำ หมายเลขทะเบียน ผย-205 ชลบุรี ขับหลบหนีไปทางตลาดวัดชัยมงคล หลังรับทราบข้อมูลเจ้าหนาที่ตำรวจจึงแจ้งกำลังตำรวจสายตรวจและอาสาช่วยกันตรวจสอบสกัดจับผู้นำอาวุธปืนมาก่อเหตุที่กำลังขับรถยนต์กระบะคันดังกล่าวหลบหนี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถยนต์กระบะคันก่อเหตุนั้นเห็นตำรวจก็ไม่ยอมจอดรถพยายามขับหลบหนีผ่านตลาดวัดชัยฯเลี้ยวซ้ายแยกไฟแดงวัดชัยฯมุ่งหน้าไปทางโรงแรมมารีน เพื่อขึ้นไปยังถนนสายพระตำหนัก ตำรวจก็ไล่ติดตามพร้อมขวางเส้นทางที่ผู้ก่อเหตุขับรถหลบหนี แต่ผู้ก่อเหตุนั้นก็ยังไม่ยอมหยุดรถขับฝ่าหนีด้วยความเร็วขึ้นถนนเขาพระตำหนัก แล้วเลี้ยวขวาออกแยกไฟแดงเขาพระ มุ่งหน้าด้วยความเร็วผ่านหน้าศาลพัทยาไปลงไปยังแยกแกรนด์ เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกำลังอาสาก็พยายามไล่ติดตามและขวางเส้นทางเพื่อหยุดรถของผู้ก่อเหตุให้ได้ จนในที่สุดก็สกัดจับกุมรถยนต์ของผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้ที่บริเวณไฟแดงแยกแกรนด์ตัดถนนเทพประสิทธิ์ จากนั้นได้ควบคุมตัวผู้อยู่ภายในรถทั้งหมด 4 นำตัวออกมานอกรถและตรวจค้นตัวและภายในรถยนต์อย่างละเอียดเพื่อหาอาวุธปืนและสิ่งผิดกฎหมาย ก็พบอาวุธปืน ขนาด 9 มม.ยี่ห้อ นอรินโก้ จำนวน 1 กระบอกพร้อมกระสุนปืนคาอยู่ในรังเพลิงพร้อมยิงจำนวน 1 นัดใส่ไว้ในซองพกซุกซ่อนอยู่ภายในช่องเก็บของเบาะคนขับรถ จึงยึดเป็นของกลาง

จากการสอบสวน นายทวีศักดิ์ พรเจริญ หรือบู้ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 219 ม.13 ต.บ้านชวน อ.บำเน็จณรค์ จ.ชัยภูมิ หนึ่งใน 4 ผู้ที่นั่งมาภายในรถก็ให้การรับสารภาพว่าตนเป็นผู้นำอาวุธปืนออกมาและยิงขึ้นฟ้าไป 1 นัดแต่ที่ยิงขึ้นฟ้านั้นเพราะต้องการมาช่วย นางสาวกัลยา รักทรัพย์ อายุ 41 ปี ผู้เป็นแม่ยายกับ นางสาวอริสา ชายญขุนทด อายุ 37 ปีเพื่อนสาวทอมที่ถูกกลุ่มแก๊งชายวัยรุ่นรุมทำร้ายภายในร้านขายข้าวแกง10บาท โดยไม่เจตนาจะยิงทำร้ายใครแต่ยิงขึ้นฟ้าเพื่อข่มขู่กลุ่มวัยรุ่นที่รุมทำร้ายแม่ยายกับเพื่อนสาวทอมเท่านั้น

pdn5 pdn6

ส่วนทางด้าน นางสาวกัลยา ผู้เป็นแม่ยายนั้นก็ให้การว่าก่อนเกิดเหตุตนกับกับนางสาวอริสา เพื่อนสาวทอมบอยทำงานอยู่ที่ร้านสนุ๊กเกอร์ในผับแห่งหนึ่งที่เดียวกันกับตนเลิกงานก็ขับรถมาแวะซื้อกับข้าวที่ร้านขายข้าวแกง 10 บาทที่เกิดเหตุ ระหว่างที่ยืนสั่งแกงอยู่ แก๊งชายวัยรุ่นฝ่ายคู่กรณีก็มาสั่งข้าวราดแกงด้วยแต่พยายามแทรกคิวและใช้มือมาดันตู้กระจกของร้านจนกระจกมาโดนมือพวกตนและไม่ยอมขอโทษ ทำให้เกิดการทะเลาะโต้เถียงกัน จากนั้นแก๊งชายวัยรุ่นเห็นว่าพวกตนซึ่งเป็นหญิงมาด้วยกันเพียงสองคนจึงเข้ามารุมทำร้ายตนทั้งสองคน ตนจึงรีบโทรศัพท์บอกให้ นายทวีศักดิ์ ลูกเขยกับหลานชายซึ่งนอนอยู่ที่บ้านให้นำปืนมรดกของพ่อตนซึ่งเป็นอดีตตำรวจ ให้มาเป็นมรดกตกทอดหลังจากพ่อเสียชีวิตซึ่งเก็บไว้ที่บ้านรีบนำมาช่วยเหลือตน เมื่อลูกเขยขับรถยนต์มาถึงก็ถือปืนลงมาจากรถเพื่อช่วยเหลือตนกับเพื่อนสาวทอมที่กำลังถูกแก๊งวัยรุ่นกว่าสิบคนล้อมเพื่อจะทำร้ายซ้ำอยู่ ลูกเขยจึงชักปืนออกมายิงขึ้นฟ้าข่มขู่แก๊งวันรุ่นที่ก่อเหตุรุมทำร้ายตนกับเพื่อนสาวทอมจนแก๊งวันรุ่นกลัวพากันแยกย้ายหลบหนีไปคนละทิศละทาง หลังจากนั้นพวกตนจึงขับรถหนีออกมาจากจุดเกิดเหตุแต่ก็มาถูกตำรวจไล่ติดตามสกัดจับจนหนีไม่รอดดังกล่าว

ทั้งนี้ นางสาวกัลยา แม่ยายของนายทวีศักดิ์ ก็ได้รีบนำเอกสารใบอนุญาตให้มีอาวุธปืน( แบบ ป.4) มายืนยันว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นปืนมรดกของพ่อซึ่งเป็นอดีตตำรวจที่เสียชีวิตไปแล้วเมื่อปี 2553 ที่ถูกต้องตามกฎหมายมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดู แต่เมื่อตรวจสอบแล้วก็พบว่าอาวุธปืนดังกล่าวนั้นยังไม่ได้รับโอนมรดกหรือเปลี่ยนชื่อจากผู้ครอบครองเดิมคือพ่อที่เป็นอดีตตำรวจที่เสียชีวิตไปแล้วให้เป็นชื่อของนางสาวกัลยา ผู้เป็นลูกสาวอย่างถูกต้อง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งว่ายังเป็นปืนที่ครอบครองแบบผิดมือ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวทั้ง 4 คนไปยัง สภ.เมืองพัทยา เพื่อทำการสอบสวนปากคำ

pdn7 pdn8

โดยในเบื้องต้นนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการแจ้งข้อหา 1 ใน 4 ก็คือ นายทวีศักดิ์ ผู้เป็นลูกเขยของนางสาวกัลยา ในฐานความผิดเพียงคนเดียวเพราะนำปืนออกมายิงเพื่อช่วยแม่ยาย โดยแจ้งข้อหา “มีอาวุธปืน-เครื่องกระสุนปืน-พกพาไปในเมืองหรือที่สาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตและยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต” ส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Reporter : อำนวยชัย มลิลา   Photo : อำนวยชัย มลิลา   Category : ข่าวอาชญากรรม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com