พัทยาเดลีนิวส์

09 เมษายน 2557 :: 08:04:34 am 128408

รวบสองโรมาเนีย เครือข่ายสกิมเมอร์รัสเซีย

ชุดเคลื่อนที่เร็ว บก.น.5 โชว์ผลงานเจ๋งจับพิรุธช่างต่างชาติได้ทันควัน ก่อนรวบ 2 ผู้ต้องหาชาวโรมาเนีย เครือข่ายสกิมเมอร์รัสเซีย พร้อมบัตรเครดิตปลอมอื้อ เผยรับจ้างกดเงินหากรอดสายตาจนท.ได้คาดสร้างมูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้าน
สนใจโฆษณา

กรุงเทพมหานคร – วานนี้ (8 เม.ย.57) เมื่อเวลา 22.00 น. ที่สน.ลุมพินี พล.ต.ต.สืบศักดิ์ พันธุ์สุระ ผบก.น.5 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไชยา คงทรัพย์ ผกก.สน.ลุมพินี พ.ต.ท.ฑีฆายุ เรณางกูล สวป.สน.พระโขนง และหัวหน้าชุดเคลื่อนที่เร็ว บก.น. 5 เจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็ว บก.น.5 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ลุมพินี ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัวนายเฟลซิค อเล็กซานดรู อายุ 26 ปี ชาวโรมาเนีย และนายอิลิสเซจอจี้ เซอร์ไก อายุ 33 ปี ชาวโรมาเนีย สองผู้ต้องหาปลอมแปลงบัตรเอทีเอ็มเครือข่ายสกิมเมอร์ ประเทศรัสเซีย พร้อมของกลางบัตรเอทีเอ็มปลอมจำนวน 795 ใบ เครื่องบันทึกข้อมูลแถบแม่เหล็ก 1 เครื่อง กระเป๋าสะพายข้าง 1 ใบ และบัตรเอทีเอ็มปลอมที่มีรหัสแล้ว 8 ใบ โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวได้ที่ริมถนนดวงพิทักษ์ ข้างโรงงานยาสูบ แขวง-เขตคลองเตย

พล.ต.ต.สืบศักดิ์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก พ.ต.ท.ฑีฆายุ กำลังปฏิบัติหน้าที่ตั้งจุดตรวจของ บก.น. 5 อยู่บริเวณถนนดวงพิทักษ์ข้างโรงงานยาสูบ พบว่ามีชาวต่างชาติ 2 คนนั่งซ้อนรถจยย.วินรับจ้างมา 2 คัน และพบว่ามีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจค้นพบกระเป๋าสะพายข้างของนายอิลิสเซ วางอยู่บริเวณที่วางเท้าวิน จยย.ตรวจสอบภายในพบบัตรเอทีเอ็มจำนวนมาก ซึ่งไม่มีตราสัญลักษณ์ของธนาคารแต่อย่างใด และเครื่องบันทึกข้อมูลแถบแม่เหล็ก 1 เครื่อง จึงนำตัวไปสอบสวน สน.ลุมพินี จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ลุมพินี ได้ทำการไปค้นห้องพักเลขที่ 606 ชั้น 6 โรงแรมย่านสุขุมวิทแห่งหนึ่ง แต่ไม่พบของกลางเพิ่มเติมแต่อย่างใด

จากการสอบสวนผู้ต้องหา ทั้งสองให้การรับสารภาพว่า ป็นคนรับจ้างกดเงินที่ขบวนการแฮกข้อมูลบัตรมาจากธนาคารจากประเทศอิตาลี และมีเครื่อข่ายโยงใยถึงขบวนการเครื่อข่ายชาวรัสเซีย เนื่องจากก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาทั้งสองมีการนัดเพื่อนชาวรัสเซียไปรับบัตรเอ ทีเอ็มที่โรงแรมแห่งหนึ่ง โดยจะได้ค่าจ้างครั้งละ 500 ยูโรแต่อ้างว่าเพิ่งทำเป็นครั้งแรก และเพิ่งเดินทางมาถึงประเทศไทยเมื่อวานนี้ (7 เม.ย.) อีกทั้งยังไม่ได้เริ่มใช้บัตรกดเงินแต่อย่างใด แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ

3 4

พล.ต.ต.สืบศักดิ์ กล่าวอีกว่า จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ประสานเจ้าหน้าที่ควบคุมและป้องกันการทุจริตของธนาคาร ไทยพานิชย์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านบัตรเครดิต มาตรวจสอบบัตรของกลางทั้งหมด พบว่าในจำนวน 795 ใบเป็นบัตรที่มีข้อมูลลูกค้าเป็นจำนวน 364 ใบ เป็นบัตรเปล่าจำนวน 431 ใบ ซึ่งมูลค่าความเสียหายในครั้งนี้ประมาณ 100 ล้านบาท หากการเดินทางมาครั้งนี้แล้วสามารถตระเวนกดเงินได้สำเร็จทั้งหมด แต่มาถูกจับกุมตัวไว้ได้ก่อน นอกจากนี้ยังมีข้อมูลด้านแนวทางการสืบสวนทราบว่า เมื่อ 1 เดือนก่อนผู้ต้องหาทั้ง 2 รายพร้อมพวกอีก 1 คน ได้เดินทางมาพักที่โรงแรมมีชื่อครั้งหนึ่งแล้ว ซึ่งมีการออกปฏิบัติการตระเวณกดเงินจากตู้เอทีเอ็มธนาคารไทยพานิชย์ ย่านประตูน้ำ ได้เงินไปร่วมหนึ่งล้านบาท และเจ้าหน้าที่มีภาพจากกล้องวงจรปิดระบุรูปพรรณคล้ายกับสองคนรายดังกล่าว แต่ทางผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธอยู่

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้ง ข้อหา ร่วมกันมีบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิ์ใช้เพื่อใช้เบิกถอน เงินสดปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด , ร่วมกันมีเครื่องมือหรือวัตถุเพื่อใช้หรือให้ได้ข้อมูลในการปลอมแปลงบัตร อิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้ที่มีสิทธิ์ใช้เพื่อใช้เบิกถอนเงิน สด , ร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ผู้ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ ผู้ที่มีสิทธิ์ใช้เพื่อเบิกถอนเงินสดและร่วมกันใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิ์ใช้เพื่อใช้เบิกถอน เงินสด อันได้มาโดยรู้ว่าเป็นของที่ทำปลอมหรือแปลงขึ้นโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการประสานเจ้าหน้าที่ ปอศ.เพื่อทำการสืบสวนสอบสวนขยายผลติดตามหัวหน้าเครือข่ายดังกล่าวมาดำเนิน คดีตามกฎหมายต่อไป

Photo : Internet   Category : ข่าวในประเทศ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com