พัทยาเดลีนิวส์

21 มิถุนายน 2554 :: 11:06:05 am 66978

รวบสามเด้ง! ขนคนเถื่อน โทรตามมาเคลียร์โดนยกแก๊ง

ตร.ท่องเที่ยวพัทยา รวบยกทีม หนุ่มขับกระบะขนคนงานเถื่อน เด้งที่สองโทรให้เพื่อนมาหา โดนตำรวจจับพกปืนขึ้นโรงพัก แถมอวดเบ่งเป็นสมาชิก(ศปขช.กอ.รมน.) โดนจับทั้งปืนและทำบัตรปลอม เท่านั้นไม่พอมีพรรคพวกร่วมแก๊ง 4 คน อ้างตัวเป็น กอ.รมน.ยกพวกบุกมาเบ่ง หวังเคลียร์ หัวโจกอ้างใหญ่โตเบ่งเป็น นักข่าว เป็นตัวแทน กอ.รมน. จะมาดูตัวเพื่อน โดนตำรวจจับยกแก๊งพก วิทยุ-บัตรปลอม
สนใจโฆษณา

พัทยา-วานนี้ (20 มิ.ย. 54 ) เมื่อเวลา 22.00 น. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.อรุณ พร้อมพันธุ์ สว.ส.ทท.4 บก.ทท. ร.ต.ต.เฉลียว ศรีฉ่อง รอง สว.ส. พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวนตำรวจท่องเที่ยวพัทยา ร่วมกันจับกุมนายพิชิต หรือยักษ์ อินทะศรี อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 101 ม.9 ต.เมืองขุม อ.เวียงชัย จ.เชียงราย ได้ที่บริเวณ กลางซอยเขาน้อย ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ขณะขับรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไมตี้เอ็กซ์ สีเขียว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขนคนงานก่อสร้างเป็นบุคคลต่างด้าว หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จำนวน 11 คน แยกเป็นกัมพูชาจำนวน 9 คน และ ชาวพม่า จำนวน 2 คน ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดมาทำการสอบสวนที่ สถานีตำรวจท่องเที่ยวพัทยา โดยในเบื้องต้นสอบสวน นายพิชิต ให้การว่า รับจ้างจากหัวหน้าคนหนึ่งในพื้นที่ให้ขับรถมารับ-ส่งคนงานก่อสร้าง โดยรับค่าจ้างเดือนละ 1,000 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมเปิดเผยว่ารถยนต์กระบะใช้ใช้ขนแรงงานต่างด้าวนั้นเป็นรถที่ ตร.สภ.บางละมุง ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่อยู่บ่อยครั้งมาก ซึ่งในเบื้องต้นนั้นตำรวจแจ้งข้อหา นายพิชิต ว่า “ช่วยซ่อนเร้นหรือช่วยประการใดๆ เพื่อให้คนงานต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายพ้นจากการจับกุม” ส่วนคนงานก่อสร้างต่างด้าวทั้งหมด ถูกแจ้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ในระหว่างที่ พ.ต.ท.อรุณ พร้อมพันธุ์ สว.ส.ทท.4 บก.ทท. กำลังสอบสวนผู้ต้องหาอยู่นั้น ได้มี นายวรพันธ์ หรือเค เก๋งปอง อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่54/7 ม.2 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ขับรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นดีโฟดี สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน บษ 9978 มาจอดที่บริเวณหน้าสถานีตำรวจท่องเที่ยวพัทยา บนถนนเขาพระตำหนัก ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จากนั้นได้เดินเข้ามาแจ้งว่า เป็นเพื่อนของ นายพิชิต และทำทีติดต่อขอเคลียร์เรื่อง พร้อมกับอวดอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่และได้นำบัตร ศูนย์ประสานงานเครือข่ายประชาชนมีส่วนร่วมในการรักษาความมั่นคงภายใน ปี 2547-2549 (ศปขช.กอ.รมน.) ระบุชื่อ จนท.สำรวย เก๋งป้อง รหัส 4151 ตำแหน่ง ปฏิบัติการข่าวความมั่นคงสากล โดยมี พลโท ปิติภาคย์ ป้อมนาค หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจศูนย์ประสานเครือข่ายประชาชนมีส่วนร่วม เป็นผู้ออกบัตร (ระบุบัตรหมดอายุ เมื่อจบภารกิจ ลับ) จึงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสงสัยว่าอาจจะเป็นบัตรที่ปลอมแปลงขึ้นเองเพราะเอกสารนั้นชื่อประจำตัวไม่ตรงกัน จึงขอตรวจค้นตัวก็พบว่าในกระเป๋าเป้ที่ นายวรพันธ์ สะพายอยู่นั้นก็พบ อาวุธปืนลูกโม่ยี่ห้อสมิทธิ์แอนด์เวสสัน ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก ซองหนังใส่ปืน 1 ซอง พร้อมเครื่องกระสุนปืนบรรจุในรังเพลิงจำนวนหนึ่งจึงจับกุมตัวและยึดอาวุธปืนไว้เป็นของกลางพร้อมกับตรวจค้นในรถยนต์กระบะก็พบเครื่องกระสุนปืนอยู่ในรถอีกรวมแล้วจำนวนจำนวน 41 นัด จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการตรวจเช็คทางสำนักงาน กอ.รมน.กลาง เพื่อทำการตรวจสอบว่านายวรพันธ์ เป็น เจ้าหน้าที่ของ กอ.รมน.ตามที่ได้แสดงโชว์อวดอ้างบัตร ศูนย์ประสานงานเครือข่ายประชาชนมีส่วนร่วมในการรักษาความมั่นคงภายใน ปี 2547-2549 (ศปขช.กอ.รมน.) ระบุชื่อ จนท.สำรวย เก๋งป้อง รหัส 4151 ตำแหน่ง ปฏิบัติการข่าวความมั่นสากล จริงหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบแล้วเจ้าหน้าที่แจ้งว่าเป็นบัตรปลอมแปลงขึ้นเอง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจับกุมตัวและแจ้งข้อหาว่า 1.มีอาวุธและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,พาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.ปลอมและเอกสารทางราชการ ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที ซึ่งผู้ต้องหารายนี้ให้การว่า ได้เข้าเป็น สมาชิก (ศปขช.กอ.รมน.) ที่มีสำนักงานอยู่ในซอยทาวน์อินน์ทาวน์ ย่านพัทยากลาง กับเพื่อนๆในกลุ่มที่ทำงานเป็น อปพร.บางละมุง ซึ่งทางหัวหน้าสำนักงานดังกล่าวก็เก็บเงินหลักหมื่นบาทเพื่ออบรมเป็นเวลา3วันและออกบัตรมาให้เพื่อตนนั้นจะได้เอาบัตรไว้แสดงโชว์เพราะหากได้เป็นสมาชิก สมาชิก (ศปขช.กอ.รมน.) แล้วจะออกบัตรให้และพกปืนได้ โดยไม่รู้ว่าเป็นบัตรที่ผิดกฎหมายและถูกหลอกให้เสียเงินเป็นสมาชิกของ (ศปขช.กอ.รมน.) ดังกล่าว

ต่อมาขณะที่ พ.ต.ท.อรุณ พร้อมพันธุ์ สว.ส.ทท.4 บก.ทท. กำลังทำการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดอยู่นั้นก็ได้มี กลุ่มชายฉกรรจ์ขับรถรถยนต์กระบะ โตโยต้า รุ่นเฟอร์จูนเนอร์สีดำ หมายเลขทะเบียน ฌส 9660 กรุงเทพมหานคร ติดสิ๊กเกอร์ “ข่าว” ไว้ที่หน้ากระจก พร้อมกับติดสติ๊กเกอร์ของหน่วยงานราชการของกองทัพและราชวังหลายหน่วยงานอีกจำนวนมากโชว์หราอย่างชัดเจน มาจอดที่หน้าสถานีตำรวจท่องเที่ยว จากนั้นกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวน 4 คนก็ลงมาจากรถเข้ามาสถานีตำรวจท่องเที่ยว โดยหัวหน้าของชายฉกรรจ์ดังกล่าว ทราบชื่อต่อมาคือ นายชัยรินทร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5 ม.5 ต.หน้าประดู่ อ.พานทอง จ.ชลบุรี มีบัตรประจำตัวนักข่าว หนังสือพิมพ์ พิทักษ์ชาติ ตำแหน่ง รองประธานศูนย์วิทยุแจ้งข่าว พยักฆ์ดำ หัวหน้าทีมข่าวเฉพาะกิจ ติดไว้ที่กระเป๋าเสื้อ ก็ได้มาแสดงตัวอวดเบ่งต่อหน้าของ พ.ต.ท.อรุณ พร้อมพันธุ์ สว.ส.ทท.4 บก.ทท. ว่าทั้งหมดเป็นตัวแทนของ เจ้าหน้าที่ (กอ.รมน.) จะมาดูตัวพรรคพวกที่ถูกจับกุม จากนั้นได้นำบัตรประจำตัวของแต่ละคนออกมาอวดเบ่งให้ดูซึ่งทั้งหมดนั้นแต่ละคนมีบัตรสมาชิก ศูนย์ประสานงานเครือข่ายประชาชนมีส่วนร่วมในการรักษาความมั่นคงภายใน ปี 2547-2549 (ศปขช.กอ.รมน.) ซึ่งลูกน้องของ นายชัยรินทร์ มีจำนวน 3 คนนั้นทราบชื่อต่อมาคือ นายอุทัย สายบุญสา , นายพยุง มีโพธิ์ , นายสำพราน หมั่นมาก ทุกคนสวมเสื้อแขนสั้นสีดำติดโลโก้ ฉก.พยักฆ์ดำ (พิเศษ) (องค์การตรวจสอบอำนาจรัฐ (สากล) โชว์กร่างอวดอ้างใหญ่โตเชิงข่มขู่เจ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทุกคนก็มีบัตรสมาชิก ศูนย์ประสานงานเครือข่ายประชาชนมีส่วนร่วมในการรักษาความมั่นคงภายใน ปี 2547-2549 (ศปขช.กอ.รมน.) ติดตัวออกมาโชว์ด้วย ทาง พ.ต.ท.อรุณ พร้อมพันธุ์ สว.ส.ทท.4 บก.ทท. จึงสงสัยว่าทั้งหมดน่าจะเป็นแก๊งที่ชอบนำหน่วยงานของ กอ.รมน. มาอวดอ้างก่อเหตุตามที่ทราบข้อมูลว่าแก๊งที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ กอ.รนม. มาก่อเหตุอยู่ในพื้นที่จนมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนหลายรายและเชื่อว่าเป็นบัตรที่ปลอมแปลงขึ้นเอง จึงได้ประสานทาง เจ้าหน้าที่จากกองทัพเรือสัตหีบ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวกรองของ กอ.รมน. มาทำการตรวจสอบซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ยืนยันว่าบัตรที่ ปลอมแปลงขึ้นเองทั้งหมด

จากนั้นก็ได้ประสาน พ.ต.อ.นันทวุฒิ สุวรรณละออง ผกก.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ท.กฤศกร ทองอินทร์ รอง ผกก.ปปฯ. พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวนมาช่วยเหลือทำการตรวจสอบบุคคลทั้ง 4 คนและทำการตรวจค้นภายในรถยนต์ของนายชัยรินทร์ เพื่อหาสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งจากการตรวจค้นภายในรถก็พบว่าในรถมี วิทยุสื่อสาร จำนวน 2 เครื่อง มีด 1 ด้าม เอกสารสารใบสมัครเป็นสมาชิกของ (องค์การตรวจสอบอำนาจรัฐ (สากล) และ เอกสารบัตร ศูนย์ประสานงานเครือข่ายประชาชนมีส่วนร่วมในการรักษาความมั่นคงภายใน (ศปขช.กอ.รมน.) ในรถจำนวนมาก รวมทั้ง เสื้อคลุมติดโลโก้ หลายหน่วยงานทั้ง ประธานองค์การตรวจสอบอำนาจรัฐ กองปราบปรามพยัคฆ์ดำ ฯลฯ จึงยึดเป็นของกลางไว้ตรวจสอบ

ในเบื้องต้น พ.ต.อ.นันทวุฒิ สุวรรณละออง ผกก. ได้ทำการสอบสวน นายชัยรินทร์ พร้อมลูกน้องทั้ง 3 คน ซึ่งอ้างต่างๆนาๆว่าเป็นทั้งนักข่าวเจ้าหน้าที่และเป็นสมาชิก ศูนย์ประสานงานเครือข่ายประชาชนมีส่วนร่วมในการรักษาความมั่นคงภายใน (ศปขช.กอ.รมน.) จริง แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ปักใจเชื่อเนื่องจาก พฤติกรรมของทั้ง 4คนนี้ไม่น่าเชื่อถือและเชื่อว่าต้องมีคนใน(ศปขช.กอ.รมน.) รู้เห็นในการทำบัตรสมาชิกขึ้นมาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์กันเองและน่าจะมีพรรคพวกในแก๊งอีกจำนวนมาก ซึ่งในชั้นจับกุมเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัว นายชัยรินทร์ ในข้อหา “มีวิทยุโทรคมนาคมของราชการ จำนวน 2 เครื่อง ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย” ส่วนลูกน้องทั้ง 3 คนนั้น ตำรวจได้ตรวจยึดบัตร (ศปขช.กอ.รมน.) ของทุกคนไว้เพื่อตรวจสอบและแจ้งให้ทางต้นสังกัดของ กอ.รมน. ดำเนินการเอาผิดกับทั้งหมดต่อไป นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ฝากเตือนและแจ้งกับประชาชนที่อาจจะหลงกลตกเป็นเหยื่อโดนกลุ่มแก๊งที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. หลอกให้เข้าร่วมสมาชิกโดยการเสียเงินสมัครหลายหมื่นบาทจนถึงหลักแสนบาท เพื่อให้บัตรนำไปพกอวดเบ่งว่าจะพกปืนไปไหนต่อไหนได้ หรือโดนกลุ่มแก๊งที่อ้างเป็น เจ้าหน้าที่ กอ.รมน. ขู่เข็นเอาเปรียบหรือก่อเหตุในคคีต่างๆ ก็อย่าได้ลงกลตกเป็นเหยื่อหรือหากโดนกลุ่มแก๊งนี้ก่อเหตุก่อคดีสามรถแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายได้ทันที ซึ่งมีกรณีตัวอย่างให้เห็นแล้วครั้งนี้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ต้นสังกัดของ กอ.รมน. นั้นจะดำเนินการเอาผิดทางกฎหมายกับกลุ่มแก๊งที่หากินโดยแอบอ้างหรือทำบัตรปลอมขึ้นมาเอง ซึ่งสร้างความเสื่อมเสียต่อต้นสังกัด กอ.รมน. และสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนไปทั่วทุกพื้นที่อยู่ในขณะนี้

Reporter : คัมภีร์   Photo : คัมภีร์   Category : ข่าวอาชญากรรม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com

suphattra

jeabchanapol

ผอ.เสกสรร เบาะแส